ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผู้นำ
หลักการและเหตุผล
จากการศึกษาวิจัย พบว่า ร้อยละ ๗๕ ของภาวะผู้นำจะส่งผลต่อบรรยากาศในการทำงานที่ดี
และร้อยละ ๕๐ ของบรรยากาศในการทำงาน จะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์การ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
“ภาวะผู้นำ” เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ แต่ในการทำงาน ผู้นำจะใช้รูปแบบเดียวกับ
ทุกคนไม่ได้ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อให้เข้าใจคน
ลักษณะบุคลิกภาพของคน มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรม การแสดงออก ความรู้สึกนึกคิดของ
บุคคลผู้นั้น หากสามารถทำความเข้าใจได้ ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการทำงานร่วมกันได้อย่างมี
ความสุข หรือการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์
การที่จะเป็นผู้มีความฉลาดทางอารมณ์ได้นั้น จะต้องมีความเข้าใจผู้อื่นตลอดจนตนเองด้วย
เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑. รู้เรา เพื่อพิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเข้าใจพฤติกรรมของตนเอง บนพื้นฐาน
ของความรู้อย่างมีหลักการ เพื่อเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง
๒. รู้เขา การรู้เขา จะช่วยทำให้เข้าใจ ให้อภัย และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมในการ
ติดต่อ เจรจา ประสานงาน หรือโน้มน้าวจิตใจ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนการสร้าง
สัมพันธภาพอันดีกับผู้อื่น บนพื้นฐานของความเข้าใจเหล่านั้น
๓. รู้ปรับ คือ การปรับตัวเอง โดยคำนึงถึงบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ฐานะ และ
ตำแหน่งทางการงาน นั้นก็คือ เมื่อรู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเองแล้ว จะต้องพยายามฝึกที่จะปรับ ด้วยการ
เสริมสร้างรักษาจุดแข็งของตนเอง และพัฒนาลักษณะนิสัยและบุคลิกที่ยังเห็นว่าไม่เอื้อ ไม่สอดคล้อง
และไม่เสริมต่อหน้าที่การงาน
๔. รู้เลือก คือสามารถนำความรู้มาประกอบการตัดสินใจพิจารณาเลือกคน ให้เหมาะกับงาน
เลือกมอบงานให้เหมาะกับความสามารถและบุคลิกภาพของคน เลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับสภาพและ
สถานการณ์ โดยคำนึงถึงลักษณะบุคลิกภาพ ทั้งของตนเองและผู้อื่นเป็นสำคัญ
เรียน คุณรัชดาวัลย์,
ผมสนใจงานวิจัยที่อ้างอิงว่า "ร้อยละ ๗๕ ของภาวะผู้นำจะส่งผลต่อบรรยากาศในการทำงานที่ดีและร้อยละ ๕๐ ของบรรยากาศในการทำงาน จะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์การ"
จึงเรียนมาเพื่อรบกวนขอรายงานการศึกษาชิ้นนี้หรือแหล่งอ้างอิงต้นทางด้วยครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ชัยนรินท์