เพราะงานกระบวนการเรียนรู้ไม่สามารถแยกตัวครูฟาไปได้เลย เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมเรียนรู้จะสัมผัสถึงพลัง และบทเรียนที่แผ่ออกมากับบุคลิกภาพ การแสดงออก

 

บทที่  2  คำถามแรกของครูฟา

         สิ่งที่จะเป็นจุดเริ่มต้น ประกายความคิดและพลังใจให้กับครูฟา น่าจะเป็นคำถามแรกๆ ที่มองผู้ร่วมเรียนรู้ นักเรียน บรรยากาศ รวมทั้งตัวครูฟาเองด้วย  เป็นธรรมชาติดั้งเดิมของจิตที่แสดงถึงความมีกรุณาอยู่     มีความรักอยู่  ถ้าตั้งคำถามดี คำถามถูกทาง  ก็จะช่วยให้การเดินทางแสวงหา เต็มไปด้วยความหมาย ความสุขและประสิทธิภาพได้

     คำถามแรกที่มีต่อครูฟา ที่บอกว่า ครูฟาคือใคร      มีบทบาทภารกิจอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ทำสิ่งเหล่านั้นด้วยเจตจำนงวัตถุประสงค์อันใด   อาจจะไม่จำเป็นมากนัก ถ้าคำถามแรกที่เกิดจากธรรมชาติของจิตจริงๆไม่ได้ออกมา นี่เป็นกระบวนการที่สำคัญอันดับแรก บางทีคนที่ตั้งคำถามดีๆต่อเพื่อนมนุษย์ หรือต่อชีวิต เขาอาจจะเป็นครูฟาโดยธรรมชาติอยู่แล้ว  เขาอาจจะไม่รู้จักคำว่าครูฟาด้วยซ้ำ  แต่คำถามที่ให้คุณค่าต่อจิตตลอดเวลา และทำความเพียรเพื่อค้นหาคำตอบนั้น  เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่า      เขากำลังเดินอยู่บนศรัทธาและเส้นทางที่เรียกว่า ครูฟาอย่างดี เพราะครูฟาคือผู้ที่จะตั้งคำถามเริ่มต้นว่า

       “เราจะช่วยผู้อื่นให้มีความสุข เป็นคนดี และ มีปัญญาขึ้นสักเล็กน้อยได้อย่างไร”      

   นี่เป็นคำถามที่ออกมาจากจิตของครูคนหนึ่ง เมื่อถามท่านว่า

      แรงบันดาลใจให้เป็นครูฟาคืออะไร

 “ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นครูฟา  หรือต้องเป็นครูฟาที่ดีอะไรและไม่คิดว่าจะต้องมาเดินทางสายนี้  แต่ตัวเองคิดว่า”

    “อะไรหนอที่จะช่วยเด็กให้เป็นคนดี มีความสุขและมีปัญญามากขึ้นได้”

  นี่เป็นคำตอบที่ค่อนข้างจะมีความกรุณา เมตตาอยู่ในตัวค่อนข้างสูง  ไม่ได้ยึดติดว่าตัวเองจะต้องเป็นครู หรือเป็นครูฟา แต่อยู่ที่คุณค่าว่า เราพอจะช่วยผู้อื่น หรือช่วยเด็กๆได้อย่างไร   และเครื่องมือของครูฟา ก็อาจจะตอบโจทย์ได้บ้างไม่มากก็น้อย  นั่นทำให้คุณครูคนนั้นสนใจเส้นทางสายนี้  อันที่จริงมันก็คือเครื่องมือของครูพันธ์ใหม่ อยู่แล้ว ซึ่งบางทีครูอาจจะละเลยเพราะปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ระบบ สังคมบริโภค  การสอบแข่งขัน ฯลฯ

         ก่อนที่จะช่วยผู้อื่นได้  เราก็ต้องช่วยให้ตัวเองแข็งแรงเสียก่อน  ดังนั้นคำถามต่อมาจึงหนีไม่พ้นว่า  แล้ว

        “เราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรจึงจะมีพลังและดุลยภาพกายจิตและปัญญาเพียงพอที่จะช่วยผู้อื่นได้”

    เพราะงานกระบวนการเรียนรู้ไม่สามารถแยกตัวครูฟาไปได้เลย เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมเรียนรู้จะสัมผัสถึงพลัง และบทเรียนที่แผ่ออกมากับบุคลิกภาพ การแสดงออก รวมถึงสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูดด้วยนั่นคือ พลังของคลื่นมุทิตา และกรุณา ที่ครูฟาต้องพัฒนาตัวเอง ขัดเกลากิเลส เมฆหมอกที่บดบังความดีงาม  อย่างน้อยในก็ขณะที่ทำกระบวนการเรียนรู้ คลื่นของความดีงาม ความเมตตากรุณา ก็ต้องมากกว่าผู้ร่วมเรียนรู้ซักเล็กน้อยก็ยังดี  นี่เป็นหน้าที่และจิตวิญญาณของครูฟาที่จะต้องทำและถามตัวเองก่อนอันดับแรกเลย

     (ภาพจากกิจกรรม ดอกไม้แห่งมิตรภาพ)