ความคิดทางการศึกษาสะท้อนออกมาในรูปแบบของการเรียนการสอน โดยที่รูปแบบที่เป็นแบบฉบับของการเรียนการสอนในอดีต (Historical Archetypes of Teaching and Learning) นั้นมีลักษณะและการพัฒนาการร่วมกับการปฏิวัติความรู้ (Knowledge Revolution) ในระยะต่างๆ ดังนี้
1. การเรียนการสอนแบบแรก (The first Archetype) เรียกว่าแบบ Mandarin ซึ่งย้อนไปในยุคของราชวงศ์จีนโบราณซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกับการศึกษาในประเทศตะวันตกในยุคเดียวกันและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในราชสำนักของราชวงศ์ตะวันออกใกล้ (Near
2. การเรียนการสอนแบบที่สอง (The Second Archetype) เรียกว่าแบบ Academic ความหมายของการเรียนการสอนแบบนี้ไม่ใช่ความหมายตามคำศัพท์ในพจนานุกรมหรือศัพท์ทางวิชาการในปัจจุบัน แต่เป็นการย้อนยุคไปสมัยที่ Plato ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ Socrates ได้ตั้งสถาบันการศึกษาขึ้น ชื่อ Academy เมื่อปี พ.ศ. 155 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก พัฒนาตนเอง (Self-Development) พัฒนาจิตและวิญญาณ
3. การเรียนการสอนแบบที่สาม (The Third Archetype) เรียกว่าแบบ Clerical การเรียนการสอนแบบนี้เป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ของตะวันตก (Quintessentially Western) ซึ่งเป็นแนวทางของการสอนในศาสนา Islam เป้าหมายของการศึกษาเพื่อการสร้างความเชื่อ ค่านิยม การปฏิบัติตน
4. การเรียนการสอนแบบที่สี่ (The Fourth Archetype) แบบนี้เรียกว่าแบบ Industrial เป็นแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันที่พบเห็นได้ในประเทศทั่วโลก โดยมีแบบแผนจากประเทศ Germany แล้วถูกนำไปสู่สหรัฐอเมริกาโดยนักปฏิรูปการศึกษาในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 แบบแผนการเรียนการสอนแบบนี้ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็งในรูปแบบของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
5. การเรียนการสอนแบบที่ห้า (The Fifth Archetype) แบบนี้เรียกว่าแบบ Transactional การเรียนการสอนแบบนี้ เป็นระยะของการปฏิวัติความรู้ครั้งที่สาม (The Third Knowledge Revolution) ซึ่งมีลักษณะเป็นการสร้างหรือผลิตความรู้ (The Production of Knowledge) ซึ่งแตกต่างไปจากแบบ Industrial ที่มุ่งเน้นผลผลิตเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศ
ความเข้าใจผิด
อย่างไรก็ตามยังมี ความเข้าใจผิด บางประการสำหรับความหมายของการเรียนการสอนแบบ “ผู้เรียนเป็นสำคัญ” ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้าใจและได้รับอิทธิพลจากการเรียนการสอนแบบ Industrial ที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้มากและมีระบบธุรกิจทุนนิยมเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ความคิดเชิงธุรกิจ แบบ Client-Centered (เป็นศัพท์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) และแบบ Learner-Driven มาใช้กับผู้เรียนและเปลี่ยนสภาพผู้เรียนเป็น “ลูกค้า” (Customer) ที่มีสิทธิที่จะเรียกร้องสิ่งที่ต้องการตามที่ราคาได้กำหนดไว้ ทำให้เกิดความสับสนในบทบาทของทั้งผู้เรียนและผู้สอน
รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณณงค์