พูดด้วยใจ ฟังแล้วหนักใจ แต่ก็เป็นความจริง
คนจนหรือคนธรรมดาๆ ที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป จำเป็นมากๆ เลยที่จะต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่แค่จะคิดก็ยังไม่กล้าเลยนั่นก็คือ ต้องเก่งกว่าคนรวย
ทำไมล่ะ ก็ตรงไปตรงมา คนเรามีความฝันเหมือนกัน มีความต้องการในสิ่งเดียวกัน และสิ่งที่ต้องการนั้นก็มีจำกัด การจะได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งสิ่งใดจำเป็นต้องมีกติกา ไม่อย่างนั้นต้องแย่งกันตายแน่ๆ เลย
กติกาในภาพใหญ่ก็น่าจะเป็นรัฐธรรมนูญนะ ในวงที่เล็กลงมาหน่อยก็เป็นสเป๊กของบุคคล เช่น คุณต้องมีผลสอบที่ดีนะ, ต้องจบอย่างน้อย ป.โท นะ, พูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา ,อายุไม่เกิน, มีบุคลิกดี ,มีมนุษยสัมพันธ์ดี,ขับรถเป็น ,อดทน ฯลฯ
ที่ว่าต้องเก่งกว่าคนรวยก็คือ สเป๊กเฉพาะบุคคลของคนรวยหลายอย่างมันจะอำนวยมากกว่ามากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น คอนเน็คชั่น, นามสกุล, เงินในบัญชี ,รูปร่างหน้าตา ,การศึกษา, ทักษะด้านภาษา ,ทักษะด้านอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินซื้อผ่านมา ทั้งหลายทั้งปวง
โดยรวมทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว มันจึงเป็นข้อมูลสิ่งหนึ่งที่ใช้ประกอบการเดินทางชีวิตสำหรับคนธรรมดาๆ เพื่อติดตัวไว้ใช้ต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่เราเป็นรอง จึงหาคำอื่นมาแทนไม่ได้เลยนอกจาก คนจนต้องเก่งกว่าคนรวยเท่านั้น คุณถึงจะอยู่รอดหรือมีโอกาสได้มีชีวิตที่เสมอเขา นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นเรื่องโบร่ำโบราณนำมาเป็นข้อคิดกันลืมเท่านั้น
คุณเป็นคนจนหรือคนรวย ตัดสินยังงัยนะ
หากใช้ของนิตรสารระดับโลกที่จัดอันดับเศรษฐีระดับโลกเป็นเกณฑ์ ในประเทศเรามีคนธรรมดาอยู่ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคนเป็นแน่
แต่ถ้าเอาระดับประเทศเป็นเกณฑ์แบ่งคนจนคนรวย คนธรรมดาก็จะเท่ากับ คนทั้งหมดของประเทศ ลบด้วยจำนวนคนที่เรารู้จัก(มีชื่อเสียง) ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนคนธรรมดาๆ
เมื่อดูจากตรงนี้คุณก็จะเห็นนะว่าคนที่เป็นคู่แข่งนั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนเป็นแน่
หากคิดจากตรงนี้
คนจนก็ต้องมีความสามารถเฉพาะตัวอยู่ที่ประมาณ 100-1000 คน ของคน10ล้านคน
ฉะนั้นความเก่งของคุณจะต้องเท่ากับ ได้ที่หนึ่งของคนหนึ่งหมื่นคนเป็นอย่างน้อยครับ
ข้อมูลวันนี้เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าจะให้ดีก็น่าจะเป็นว่า เก่งไม่เป็นรองใครและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง แบบนี้มั่นใจสบายแน่นอน