"ขาดกลไกที่สร้างความเป็นธรรมและเอื้อให้กับประชาชนได้"

นโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม : สมดุล-เป็นธรรม-พอเพียง

 

นโยบายสาธารณะ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่ ความสมดุล-ความเป็นธรรม-ความพอเพียง เป็นความท้าทายความสมารถในการบริหารของภาครัฐ เนื่องจากแผนบริหารราชการของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีต กลับไม่สามารถผลักดันให้เกิด การพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล เป็นธรรม และ พอเพียงได้ 

      เสียงสะท้อน ทั้งจากประชาชน นักวิชาการจากทั้งองค์กรในภาครัฐและนอกภาครัฐ รวมทั้งสื่อต่างๆ ต่างก็แสดงให้เห็นถึงปัญหาในหลายประเด็น หลายแง่หลายมุม อยู่เนืองๆ เป็นต้นว่า ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการแย่งชิงทรัพยากร ระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร และระหว่างเมืองกับชนบท ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นเสมือนHandicap ของการพัฒนาประเทศ สร้างความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจ ระบบนิเวศ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 

      ปัญหาดังที่กล่าวข้างต้น ส่วนหนึ่งเกิดจาก แนวคิดในการใช้ทรัพยากร ประกอบกับ แนวคิดในกรดำรงชีวิตที่ขาดความพอเพียง ขาดกลไกบริหารจัดการที่สร้างความสมดุลของการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับศักยภาพของการฟื้นฟูตามธรรมชาติ และ ที่สำคัญขาดกลไกที่สร้างความเป็นธรรมและเอื้อให้กับประชาชนได้เข้าถึงกลไกนั้นอย่างเหมาะสม 

      จะเห็นได้ว่า ปัญหาเหล่านี้ ทั้งที่กล่าวไว้ข้างต้น และที่ไม่ได้กล่าว แต่กำลังดำเนินไป จากอดีต ถึงปัจจุบัน ล้วนมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของประชาชน ซึ่งหากไม่ได้รับการพิจารณา แก้ไขอย่างรอบคอบ ร่วมกันแล้ว ย่อมส่งผลต่อปัจจัยการผลิตที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่บิดเบือน และ กระทบต้นทุนทางสังคม ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการแก้ไข และ ปรับเปลี่ยนทั้งในเชิง แนวคิด กลไกและ โครงสร้างของระบบการจัดการ 

      แนวทางหนึ่ง ในการแก้ปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แนวคิดนโยบายสาธารณะ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน สาธารณะ และ ภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนในการกำหนด นโยบาย กลไก ทางเลือกการพัฒนา และ มาตรการด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน 4 ประเด็นหลัก ต่อไปนี้

    • กลไกการสร้างกระบวนการยุติธรรมผ่านกระบวนการศาล
    • กลไกการเยียวยาด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ
    • กลไกการจัดการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยองค์การที่มีความเป็นอิสระ 
    • กลไกสนับสนุนทางเลือกการพัฒนาและการผลิตภาค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ ที่ส่งผลให้ เกิดการลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับศักยภาพการรองรับ(Carrying Capacity) ของพื้นที่ (ความสามารถในการฟื้นฟูตามธรรมชาติ)

      การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่สามารถหวังเพียงแค่ให้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ดำเนินการเพียงลำพังได้ ทั้งนี้ ก็ด้วยสาเหตุหลายประการ 1) อาจเป็นเพราะอำนาจหน้าที่ที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ครอบคลุมให้สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนกระบวนการ 2) นโยบายของผู้บริหารกระทรวง และ นโยบายรัฐบาล ไม่สนับสนุน 3) หรือหากมีกฎหมายและระบุอำนาจหน้าที่ให้กระทรวงนั้นๆ ดำเนินการได้ แต่ การดำเนินการให้ครบสมบูรณ์ จำเป็นต้องอาศัยมือไม้ในหน่วยงานอื่นๆ ด้วย ก็มีปัญหา ว่าไม่ได้มีการประสานแผน และ งบประมาณระหว่างหน่วยงาน 4)เครื่องมือด้านเทคนิค วิชาการ ผลการศึกษา วิจัย ยังไม่พร้อม ยังขาด ฯลฯ 

      ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้อง อาศัย การจัดทำนโยบายสาธารณะ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม จากภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม ในการผลักดันให้ พรรคการเมือง ได้พิจารณาในการกำหนดเป็นนโยบายของพรรค และผลักดันให้ ผู้บริหารประเทศ ได้หยิบยก ปัญหาเหล่านี้ ขึ้นมาพิจารณา หาทางออก ให้นโยบายแก่หน่วยราชการไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และ ช่วยแก้ปัญหา ข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคด้านต่างๆ ของกระบวนการที่จะนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมทั้ง มีกระบวนการติดตามตรวจสอบที่ต่อเนื่อง

 

ที่มา http://mblog.manager.co.th/sudtida/---1-10/

คอลัมน์; Let's talk by ดร.ส้ม

โดย ดร.สุดธิดา เปลี่ยนคารมย์ ธนทรัพย์สิน