คัดลอกมาจาก เว็บไซต์



          วันนี้ (8 ก.ค.) ที่บ้านพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการปฏิรูป และนพ.ประเวศ วะสี ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการตั้งกรรมการทั้ง 2 ชุด โดยคณะกรรมการชุดนายอานันท์ มีจำนวน 19 คน ประกอบด้วย นายกฤษณพงศ์ กีรติกร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา,คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,นายชัยอนันต์ สมุทวณิช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ,นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์,นายบัณฑร อ่อนดำ ประธานศตส.ภาคประชาชนแห่งชาติ,นางปราณี ทินกร อดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์,
      
       นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ,นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ อดีตนักวิชาการป่าไม้ระดับ 7 กรมป่าไม้,พระไพศาล วิสาโล ,นางรัชนี ธงไชย ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก,นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม,นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อดีตประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย,นายศรีศักร วัลลิโภดม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร,นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง,นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้านปากมูล,นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา อดีต ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน,นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์,ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ประธานมูลนิธิชุมชนไท
      
       ขณะที่คณะกรรมการชุดนพ.ประเวศ มีจำนวน 27 คน ประกอบด้วย นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ,นายประสาท สืบค้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ,นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ,นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ,นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานสมาคมธนาคารไทย ,นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ,นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม,นายชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม ,ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,นายต่อพงษ์ เสลานนท์ อุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ,นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตส.ว.เชียงราย ,รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
      
       นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ,นายปรีดา คงแป้น ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง,นายปรีดา เตียสุวรรณ เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม,นางเปรมฤดี ชามภูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ,นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา,นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย,นายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย,นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน,นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม,นายสน รูปสูง ,นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย,นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค,นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
      
       นายอานันท์ แถลงว่าตามที่รัฐบาลได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ คือ คณะกรรมการปฏิรูป ที่มีตนเป็นประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่มีนพ.ประเวศเป็นประธาน ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีข้อ 8 และข้อ 9 เขียน ได้เขียนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดไว้อย่างชัดเจนว่ามีหน้าที่อย่างไรขณะนี้ตนและนพ.ประเวศได้ลงนามในคำสั่ง แต่งตั้งบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการทั้ง 2 คณะเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย คณะกรรมการปฏิรูป มีประธานและกรรมการจำนวน 20 คนในจำนวนนี้มีสุภาพสตรี 5 คน โดย คิดเป็น 25% ของกรรมการปฏิรูปทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด เป็นเลขานุการคณะกรรมการ และต่อไปก็จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเข้ามาทำงานขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ
      
       นายอานันท์ ระบุว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจตนขออธิบายข้อเท็จจริงในการคัดเลือกคนเข้ามาเป็น กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูป 3 ประการ ว่าจะเลือกใครเข้ามา เพราะเมืองไทยมีคนเก่งและคนดีมาก ประการแรกคือ ต้องมีความหลากหลาย เป็นผู้มีวิชาความรู้ มีประสบการณ์ กรรมการ จากรายชื่อกรรมการจะเห็นได้ว่า มีทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักการคลัง ผู้แทนองค์กรเอกชน และอดีตข้าราชการ


       ประการที่สองนอกจากความหลากหลายและประสบการณ์แล้ว ยังต้องการคนที่เวลาทำงานได้เต็มที่ เพราะคณะกรรมการปฏิรูปมีอายุการทำงาน 3 ปี จึงต้องการให้คนที่เข้ามาเป็นกรรมการใช้เวลาทำงานเต็มที่ จึงต้องเลือกคนที่มีอายุมาก ไม่มีงานประจำ และประการสุดท้ายคือ การทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปจะเป็นการทำงานที่ประสานกับคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่ทั้ง 2 คณะต้องไปด้วยกัน ทำอะไรต้องทำด้วยกัน ทำคนละเรื่องในเรื่องเรื่องเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่ทำไมต้องเรียกคนเหล่านี้เข้ามาทำงาน
       ทั้งนี้คณะกรรมการปฏิรูปจะประชุมครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (9ก.ค.) ซึ่งจะมีกรรมการทุกคนจะเข้าร่วมประชุมอาจจะไม่มีพระไพศาล ที่มีธุระ โดยการประชุมวันนี้นพ.ประเวศ ที่เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปจะชี้แจงอะไรบางอย่างให้กรรมการรับทราบ นอกจากนี้ก็จะมีการหารือกับคณะกรรมการว่าการทำงานในระยะต่อไปกรรมการจะ ประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี
      
       นพ.ประเวศ ระบุว่า สำหรับคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปจะประชุมนัดแรกวันที่ 14 ก.ค.นี้ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปมีหน้าที่สร้างเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมทุก ภาคส่วน อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ผู้ใช้แรงงาน เมื่อได้ข้อเสนอแนะจากสังคมก็จะส่งให้คณะกรรมการปฏิรูปชุดนายอานันท์ ซึ่งคณะกรรมการในชุดของนายอานันท์ก็จะพิจารณาสิ่งที่ประชาชนเสนอเข้ามาว่ามี เรื่องอะไรเร่งด่วนมาพิจารณาในทางวิชาการเสนอเพื่อจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาล ทั้งนี้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปจะทำงานเชื่อมโยงไปมากับสังคมทำให้สังคม รู้สึกเป็นเจ้าของ เมื่อเขาเข้ามาเป็นเจ้าของก็จะมีพลังขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ ที่ผ่านมาอาจมีความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน หลายคนพูดว่าการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ยากลำบาก จึงขอย้ำอีกครั้งว่าการทำงานปฏิรูปไม่ใช่เรื่องปรองดอง เพราะการปรองดองคือเกิดเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วปรองดอง เป็นคนละความหมายกับการปฏิรูปที่ทำเพื่ออนาคต
      
       "อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีคนสงสัยว่าจะทำเรื่องปฏิรูปสำเร็จหรือไม่ เพราะสังคมส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการทำงานทางลบแล้วมาทะเลาะกัน แต่การปฏิรูปที่กำลังจะทำเป็นการทำงานเชิงบวก ทำให้มีคนเข้ามาร่วมมาก และจะขับเคลื่อนไปด้วยทางสายกลาง คือมัชฌิมาปฏิปทา ด้วยการทำสิ่งใหม่ เราจึงไม่ได้วิตกกังวลอะไรเลย และในช่วงที่ผ่านมากได้ปฏิบัติมาแล้วเป็น 10 ปี ถ้าทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม สังคมก็จะนำการเมือง ในช่วงที่บ้านเมืองมีวิกฤติ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้คนตื่นตัวขึ้นมา คิดว่าทำอย่างไรจะลดความเหลื่อมล้ำได้ ซึ่งในประวัติศาสตร์เวลาเบ้านเมืองมีปัญหาแล้วทุกคนมาช่วยกันมองไปทางบวก เชื่อว่าจะทำได้แน่นอน" นพ.ประเวศกล่าว
      
       นายอานันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการขับเคลื่อนการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะมีฐานะเท่าเทียมกัน โดยคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปจะทำนห้าที่เกี่ยวกับการหาข้อเท็จจริง ข้อมูล ข้อคิดเห็น จากพื้นที่ทุกระดับ รวมทั้งจะมีการศึกษาวิจัย จากนั้นก็จะเสนอเรื่องที่วิเคราะห์มาแล้วให้คณะกรรมการปฏิรูปพิจารณาส่วนหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปตามการคาดการณ์ นอกจากจะทำหน้าที่รับข้อเสนอจากคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปแล้ว ยังสามารถเชิญบุคคลต่างๆมาให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม รวมทั้งประสานงานกับองค์กรต่างๆภายนอก เพื่อจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการหรือ แอคชั่นเพลน เสนอให้รัฐบาลนำไปดำเนินการ โดยเป้าหมายของการปฏิรูปคือต้องการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ความ ยุติธรรมมากขึ้นและมีความเหลื่อมล้ำที่ลดลงมากกว่าในอดีต
      
       นพ.ประเวศ กล่าวว่า สำหรับการผลักดันเรื่องการปฏิรูปให้นำไปสู่การปฏิบัติ จุดใหญ่อยู่ภาคสังคมจะเป็นคนผลักดัน เช่น เมื่อปี 2537 ประธานรัฐสภาได้แต่งตั้งให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ก็มีคนคอยดูว่าเราจะทำอะไร เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคในขณะนั้นไม่ต้องการให้ทำ แต่ประชาชนต้องการให้ทำ จุดใหญ่จึงอยู่ที่สังคมที่เป็นผู้เสนอและผลักดันให้ทำไม่ใช่รัฐบาล
      
       นายอานันท์ กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการจะมีความโปร่งใสและเปิดเผย เป้าหมายใหญ่ของเราไม่ใช่รัฐบาล แต่อยู่ที่สังคมไทย และเชื่อว่าพลังของสังคมจะเป็นพลังที่มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น และตนก็อยากจะขอให้สื่อช่วยเสนอข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญต่อประเทศชาติในระยะยาว ที่สำคัญคือทุกคนมีหน้าที่ต่อสังคมเรื่องนี้ข้อเสนอต้องอยู่บนพื้นฐานความจริงของสังคมไทย และให้รัฐบาล หน่วยงานราชการนำไปปฏิบัติได้ เราจะไม่เสนอเรื่องที่เป็นนโยบายและเป็นนามธรรม แต่เราจะเสนอแผนที่ปฏิบัติได้จริง บางเรื่องรัฐบาลก็สามารถทำได้ทันที บางเรื่องที่เป็นการแก้ไขกฎหมายก็อาจใช้เวลา 2-3 ปี อย่างไรก็ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้อำนาจคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดมีอายุ 3 ปี แต่ถ้ารัฐบาลไหนไม่เอาก็อย่าไปคิดว่าเราจะถูกยุบหรือไม่
      
       ส่วนที่มีการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะนำผลงานของคณะกรรมการไปเป็นเครื่องมือ ในหาเสียงเลือกตั้ง นายอานันท์ กล่าวว่า ลงานที่เราทำไม่มีใครเป็นเจ้าของ ใครจะเอาไปใช้เราไม่ขัดข้อง เราไม่ได้ทำให้รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเข้าใจดี ที่สำคัญวันสุด้ายที่เราทำรายงานเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ก็จะเปิดเผยข้อเสนอทั้งหมดให้ประชาชนรับทราบด้วยทันที ซึ่งบางครั้งประชาชนอาจจะได้รับข่าวสารก่อนที่รายงานจะถึงมือรัฐบาลด้วยซ้ำ และยืนยันว่าคนที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้คือประชาชน
      
       นายอานันท์ กล่าวด้วยว่า ขอเสนอให้สื่อมวลชนทุกแขนง เสนอข่าวตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้การปฏิรูปประเทศไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรรมการชุดนายแพทย์ประเวศ และตนเพียง 2 คนหรือ กรรมการ 40 คน แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคนถ้าพลังสังคมต้องการ การปฏิรูปอย่างแรงกล้า รัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้