กระบวนการผลิตบทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การบวกจำนวนสองหลกมีทด
บทที่ 1
โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ชื่อโครงการ บทเรียนสำเร็จรูป
บทเรียนสำเร็จรูป สำหรับการพัฒนาทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกเลขสองหลักมีทด
ชื่อผู้จัดทำโครงการ
นางสาวรัชนู แข็งแรง นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู รหัส 52741155
หมู่เรียน ป 52.01
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันเด็กนักเรียนระดับช่วงชั้นที่ 1 ส่วนมากยังไม่สามารถทำการบวก เลขจำนวนสองหลักมีทดได้อย่างถูกต้องมากนักวิชาคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบแบบแผน และการดำเนินการ การบวก การลบเลขนั้น ถือเป็นพื้นฐานในการฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การบวกเลขจำนวนสองหลัก ก็เป็นเนื้อหาหนึ่งในสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่เราใช้กันอยู่ประจำทุกวันอยู่แล้ว สื่อนวัตกรรมชิ้นนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อใช้ในการประกอบการเรียนการสอนเรื่อง การบวก ลบเลข ได้เป็นอย่างดี
วัตถุประสงค์
-
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงความสำคัญของการบวก เลขเพื่อนำไปใช้ในอนาคต
-
เพื่อให้ผู้เรียนหาผลบวกของจำนวนนับสองจำนวนได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะเรื่องการบวก
ขอบเขต
1.ความหมายของการบวกเลข
2.การบวกเลขสองหลักที่มีทด
3.สื่อสามารถช่วยสอนนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีกระบวนการคิดเลขได้อย่างเป็นระบบ
4.สื่อสามารถช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เข้าใจได้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ผู้เรียนจดจำหลักในการ บวกเลขสองหลักมีทดที่ถูกกต้องได้ดียิ่งขึ้น
2.สื่อสามารถช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เข้าใจ และเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
3.ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้ตลอดชีวิต
4.สามารถสร้างและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องเลขสองหลักมีทด ของรายวิชาคณิตได้ดีขึ้นไป
ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ
2. เขียนโครงการเสนออาจารย์ประจำวิชาเพื่อทำการตรวจสอบ
3. เมื่อผ่านการตรวจสอบและได้รับการอนุมัติก็เริ่มทำโครงการ
4. นำโครงการบทเรียนสำเร็จรูปที่ทำไปให้ครูผู้สอนตรวจ
5. ปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์
6. ทดลองใช้กับนักเรียนชั้น ป.2 จำนวน 4 คน
7. วิเคราะห์และประเมินผลการทดลอง
8. สรุปผลการทดลอง และนำข้อปกพร่องที่พบไปปรับปรุงแก้ไข
|
|
9. ทำบทเรียนสำเร็จรูปฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด
10. นำส่งครูผู้สอน
ระยะเวลาในการจัดทำ
ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมถึงวันที่ 30 มิถุนายน พศ. 2553
งบประมาณที่ใช้จริง
-
ค่ากระดาษ A4 200 บาท
-
ค่าเข้าเล่ม 100 บาท
-
ค่าปริ้น 130 บาท
-
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 100 บาท
รวม 530 บาท
บทที่ 2
ขั้นตอนการผลิตสื่อนวัตกรรม
1.กระบวนการจัดทำ/การผลิต
1. ศึกษาวิธีการจัดทำ (บทเรียนสำเร็จรูป)
2. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
3. สร้าง (บทเรียนสำเร็จรูป)
4. วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุจากการจัดการเรียนการสอน
5. ศึกษารายละเอียดของหลักสูตรเพื่อวิเคราะห์เนื้อหา จุดประสงค์ และกิจกรรม
6. พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา
7. ศึกษารูปแบบของการสร้างสื่อ
8. ออกแบบสื่อ
9. ลงมือสร้างสื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาและหาจุดประสงค์การเรียนรู้
10. ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา
11. นำไปทดลองใช้พร้อมบันทึกผลเพื่อปรังปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่อง
12. ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
13. จัดทำเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์
2.ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต และการแก้ไขปัญหา
1. ระยะเวลาที่ในการผลิตสื่อมีจำกัด เพราะใช้ระยะเวลาในการผลิต 1 เดือนเท่านั้น
2. เนื่องจากผู้จัดทำ ทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชน จึงไม่สามารถใช้เวลาในการจัดทำสื่อได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร
บทที่ 3
การหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรม
1. การหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาชองสื่อผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Object Congruence: I.O.C) โดยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้คะแนนเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1
โดย +1 แน่ใจว่าสอดคล้อง
0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้อง
-1 แน่ใจว่าไม่สอดคล้อง
IOC =
เมื่อ IOC คือ ดัชนีความสอดคล้อง
R คือ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ
N คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
หมายเหตุ ค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้
|
|
2. การคำนวณหาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2)
= 100
เมื่อ คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์
คือ คะแนนรวมของทดสอบหลังเรียน
คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
คือ จำนวนผู้เรียน
การยอมรับประสิทธิภาพ
1. สูงกว่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ / ไว้ แล้วได้ค่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ตั้งมาตรฐานไว้ 80/80 แล้วคำนวณค่าประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูปได้ 85/85
2. เท่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ / ไว้ แล้วได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้พอดี เช่น ตั้งมาตรฐานไว้
80/80 แล้วคำนวณค่าประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูปได้ 80/80
3. ต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ตั้งเกณฑ์ / ไว้ แล้วได้ค่าประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ไม่เกิน + 2.5 %
6 |