บิ๊กสกสค.ไม่สน"ชินวรณ์-เฉลียว"ชงโครงการเงินกู้ช.พ.ค.6ปลายมิ.ย.
ยอมรับครูเอกชนไม่ค่อยได้รับอนุมัติ
ความคืบหน้ากรณีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(สกสค.) มีแนวคิดร่วมมือกับสถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัย
จัดทำโครงการปล่อยเงินกู้แก่สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ช.พ.ค.) 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก ช.พ.ค.ชั้นดี
ซึ่งเป็นสมาชิกเกิน 10 ปี และมีวินัยทางการเงิน
ไม่เคยค้างค่าสงเคราะห์ศพ โดยจะปล่อยเงินกู้เพดานสูงสุด 3 ล้านบาท
ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยที่ MLR 5.70 และโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก
ช.พ.ค.6 เริ่มประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึง
โดยมีการขยายวงเงินปล่อยกู้จากเดิมสูงสุดรายละ 600,000 บาท เป็น
1,200,000 บาท ซึ่งจะต้องมีการปรับเพิ่มการจัดเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพ
จากศพละ 1 บาท เป็น 1.50 บาท หรือจากที่เก็บอยู่เดือนละประมาณ 400 บาท
จะเพิ่มเป็น 600 บาท
เพื่อรองรับกับการขยายวงเงินปล่อยกู้ที่สูงขึ้นดังกล่าว
โดยการปล่อยเงินกู้ทั้ง 2 โครงการนี้ กำหนดให้สมาชิก
ช.พ.ค.ผู้กู้ต้องทำประกันเงินกู้ด้วย
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์โจมตีจากสังคมถึงความไม่เหมาะสม
โดยเฉพาะในประเด็นเป็นการกระตุ้นการสร้างหนี้สินให้กับครูเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ทั้งที่ปัจจุบันมีมูลค่าหนี้สินของครูทั่วประเทศรวมไม่น้อยกว่า 1.5
แสนล้านบาท
และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับจากสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยนั้น
นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
และประธานคณะกรรมการ สกสค. กล่าวเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ว่า
ในวันเดียวกันนี้ นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการ สกสค.
ได้มาพูดคุยกับตนเรื่องโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6
แต่ยังไม่ได้นำเสนอรายละเอียดโครงการมา
ตนจึงได้มอบหมายให้นายเกษมไปจัดทำรายละเอียดโครงการทั้งหมดมานำเสนอ
โดยเฉพาะในประเด็นว่า การจัดโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6
ครูจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง จะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูได้จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ตนให้ทำรายละเอียดผลการดำเนินโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก
ช.พ.ค. ตั้งแต่โครงการที่ 1-5 มานำเสนอเปรียบเทียบด้วยว่า
โครงการเหล่านั้นได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินครูได้จริงหรือไม่
โดยตนได้มอบหมายให้เลขาธิการ สกสค.นำเสนอรายละเอียดต่างๆ
ดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้
จากนั้นตนจะนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้พิจารณาให้ความเห็น
ตามที่ได้มอบนโยบายให้ตนมาดำเนินการตรวจสอบ
"แม้ว่าการจัดทำโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.
จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ช.พ.ค.
แต่การจะทำอะไรก็ต้องเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ
ศธ.ได้พิจารณารายละเอียดต่างๆ ด้วยว่า เป็นประโยชน์กับครูจริงหรือไม่
จะมาทำโครงการเงินกู้กันโดยที่ไม่ให้คนอื่นทราบเรื่องด้วยไม่ได้
ผมคงไม่ยอม" ปลัด ศธ.กล่าว
ด้านนายวัฒนา วรรณโสภา รองเลขาธิการ สกสค.
กล่าวถึงกรณีที่นางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์
นายกสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
ออกมาระบุว่าผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนต่างไม่เห็นด้วยกับการที่
สกสค.จะเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพเพิ่มขึ้นจากศพละ 1 บาท เป็นศพละ 1 บาท
50 สตางค์ หรือจากที่เก็บอยู่เดิมเดือนละประมาณ 400 บาท เพิ่มเป็น 600
บาท เพื่อรองรับกับการขยายวงเงินปล่อยกู้ในโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก
ช.พ.ค.6 สูงขึ้นจากรายละ 600,000 บาท เป็น 1,200,000 บาท
เพราะจะส่งผลกระทบเป็นภาระกับครูโรงเรียนเอกชนจำนวนมาก
ในยามวิกฤตเศรษฐกิจเช่นในปัจจุบัน อีกทั้งสมาชิก
ช.พ.ค.ทั้งที่เป็นครูเอกชนและข้าราชการบำนาญยื่นกู้เงินได้ยากด้วย
เพราะหลักประกันไม่ชัดเจนว่า การเรียกเก็บเงิน ช.พ.ค.เพิ่มขึ้นนั้น
แม้สมาชิกส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่ถ้ามีสมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วย
ก็คงไม่สามารถจัดเก็บเพิ่มได้ อย่างในกรณีของครูโรงเรียนเอกชนดังกล่าว
หากไม่เห็นด้วยจะให้เก็บเพิ่ม สกสค.ก็คงไปเก็บเพิ่มไม่ได้
"กรณีที่ว่า ทางสมาชิก
ช.พ.ค.ที่เป็นครูโรงเรียนเอกชนจะไม่ค่อยได้รับการอนุมัติปล่อยเงินกู้นั้น
ถ้าดูตามความเป็นจริงแล้ว ก็เป็นเช่นนั้น
เพราะดูด้านความมั่นคงแล้วจะไม่เท่ากับสมาชิกที่เป็นข้าราชการครู
เพราะบางคนเป็นครูเอกชนไม่กี่ปีก็ลาออกไป จะตามหาตัวที่ไหนก็ไม่ได้
แต่ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการ
ช.พ.ค.ก็เปิดโอกาสให้ครูเอกชนมายื่นกู้เงินได้
แต่จะมีเงื่อนไขมากกว่าข้าราชการครู เช่น
ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องรับรอง และต้องมีข้าราชการค้ำประกัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการ ช.พ.ค.ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้
จะนำแนวคิดเรื่องการปล่อยเงินกู้ในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6
เข้าพิจารณาในที่ประชุมด้วย
พร้อมทั้งนำแนวนโยบายของนายชินวรณ์เกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ
รวมทั้งข้อห่วงใยของหลายๆ ฝ่ายเข้าหารือด้วยว่า
จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปอย่างไรหรือไม่" รองเลขาธิการ
สกสค.กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์ 16 มิถุนายน พ.ศ.
2553
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=
1276679222&grpid=&catid=04
ดิฉันเห็นด้วยกับโครงการ ชพค. 6 และโครงการกู้แบบพิเศษมากๆเลยค่ะ คราวนี้คงช่วยสงเคราะห์ครูได้ 100% กู้ได้ 3 ล้านช่วยครูอย่างถาวร ครูส่วนใหญ่หน้าตาในสังคม มากเหลือเกิน เมื่อมีลูกก็ต้องส่งเรียนเต็มที่ มหาวิทยาลัย - เอก เพราะความเป็นครูทำให้ฮึดส่งลูก ลืมเรื่องรายรับ จึงเป็นหนี้บานตะไท ไม่ได้มีเรื่องอย่างอื่นเลย ครูติด เหล้า การพนันนั้นส่วนน้อย ดิฉันอยู่โรงเรียนใหญ่ มีเพื่อนครูติดเหล้าและการพนัน ไม่เกิน 10 คน ส่วนใหญ่ทำมาหากินกัน ส่งลูก บ้าน รถ งานสังคมก็มาก การกุศลทุกอย่างในจังหวัดมุ่งมาที่ครู ไม่ช่วย ไม่ซื้อบัตรให้ก็ไม่ได้ ฉะนั้นการกุศล 1 เดือนก็หลาย พันบาท จึงเห็นด้วยกับโครงการนี้อซ่างมาก แต่ตอนนี้เกษียณแล้ว ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวติดเงื่อนไข เหมือนครูเอกชน และบำนาญ รอชพค. 6 ไม่ไหว ได้ไปกู้สหกรณ์ครูก็
เกือบ ล้าน พอทราบข่าวว่า สิงหาคมนี้มีก็ดีใจ อยากปลดหนี้จาก สหกรณ์ครูมาเป็น ชพค. เพราะการผ่อนถูกกว่าลงมาอีก เท่าตัว คงจะพอดำรงชีวิตอยู่ได้ในยามแก่ชรา หวังพึ่งลูกที่เราส่งเสียเขาไปแล้วก็คงไม่ได้ เพราะมันเป็นวัฏจักร ชีวิต ลูกเขาก็ต้องดูแลตัวเองและครอบครัวของเขาต่อไป จึงเรียนขอมาถึงทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณา อย่าได้ตัดโครงการนี้เลย
ผมขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ ถ้าจะเก็บค่าศพเพิ่มท่านจะต้องงดเงื่อนไขการกู้สำหรับครูเอกชนลงมาอีกเช่น 1.ทำงาน 5 ปีขึ้นไป 2.เงินเดือนไม่จำเป็นต้องต้องถึง10000 บาทเพราะครูประถมโรงเรียนเอกชนเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8000 - 9000 บาท 3.ลดเงื่อนไขในการค้ำประกันโดยให้ครูเอกชนจับคู่กันเองเพราะว่าข้าราชการครูท่านต้องไปจับคู่ค้ำกันเองเหมือนกัน 4. ให้ทางสกสคลดเงื่อนไขที่ว่าครูเอกชนต้องมีเงินคงเหลือขั้นต่ำ 4000 บาท เพราะความเป็นจริงเงินคงเหลือไม่ถึงอยู่แล้ว แต่เรามีความประสงค์เพื่อกู้ไปรีไฟแนนท์มารวมอยู่ที่เดียว โดยท่านให้เรากรอกข้อมูลว่ามีหนี้ที่ใดแจกแจงให้เรานำไปใช้หนี้จริง.
สิ่งที่เราขอและเรียกร้องนี้หากท่านเห็นใจหรือมีประโยชน์ที่ท่านสามารถช่วยเราครูเอกชนได้จักเป็นพระคุณมากหากท่านนำไปพิจารณา. เท่าที่ผ่านมาพวกเราเสมือนเป็นม้านอกสายตาเสมอเราสอนนักเรียนก็หลักสูตรเดียวกันกับข้าราชการครูเพียงแต่เราไม่ได้สวมเครื่องแบบเท่านั้นแต่จิตวิญญาณความรู้สึกแห่งความเป็นครูหาได้แตกต่างกันไม่.ครูเอกชนที่มีความรับผิดชอบมีวินัยด้านการเงินก็มีมาก อย่าได้เหมารวมหรือกลัวไปมากนักจนครูที่ดีเขาต้องเสียสิทธิ์อันพึงได้รับไป หากข้อความข้าพเจ้าไม่สุภาพตรงไหนต้องขอโทษมานะที่นี้ด้วยครับ แต่มีความรู้สึกที่ดีกับเพื่อนครูทุกท่านเสมอ..สุดท้ายหวังว่าครูเอกชนคงได้รับการอนุเคราะห์กับการขอกู้ชพค.โครงการ 6 นี้บ้างนะครับ ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับโอกาสเลยเพราะเงื่อนไขที่ท่านนำมาให้เรา..ขอบคุณครับ
เห็นด้วยมากๆ ค่ะกับข้อความของครู pichai และก็ขอให้ทางสกสค.ตรวจสอบด้วย
เพราะว่าครูเอกชนที่ ปทุมเขตหนึ่ง อนุญาตให้ครูกู้ชพค. ได้แต่มีเงื่อนไขให้กู้ได้แค่ 300,000 บาทเอง อยากทราบมากว่าทำไม เป็นเพราะผู้บริหาร หรือสกสค. คะที่กำหนด แต่ครูเอกชนอย่างเราก็อย่างใช้สิทธิ์ของเรากู้เงินเต็มอัตราอย่างครูรัฐบาลเขา
แต่ก็โดนขัดขว้างจากเจ้าของโรงเรียน ไม่อนุมัติให้กู้เกิน 300,000บาท เพราะว่าเราและเพื่อนครูด้วยกันมันก็มีความจำเป็นต้องใช้เงินเหมือนกัน แต่ที่กับเจ้าตัวของเขาและพี่น้องกลับกู้กัน 1,200,000 บาทนะ มันอัดอั้นมากเลย เวลาถามกลับบอกว่าให้คุณไปเป็นครูรัฐบาล แล้วค่อยกู้เต็ม แต่ถามเพื่อนครูเอกชนเหมือนกันเขาก็กู้เต็มคะ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับเราด้วยนะคะ
.............................ครูผู้อาภัพ................................................