สืบเนื่องจากกรณีที่คุณแอร์ (อริสรา) ได้ขอคำปรึกษาจากรศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เกี่ยกวับเรื่องของสถานะบุคคลและสิทธิของน.ส.บุญล้น แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวที่พิสูจน์สัญชาติผ่านแล้วนั้น คุณแอร์ได้ติดต่อไปที่ทางเขตสวนหลวงในเรื่องของการจดทะเบียนสมรสระหว่างน.ส.บุญล้น ราชวงศ์ (คนสัญชาติลาว) และนายสกายแลป (คนสัญชาติไทย) ซึ่งทางเขตมิได้มีข้อขัดข้องแต่ประการใด แต่ว่าต้องขอเอกสารเพิ่มก็คือ หนังสือรับรองสถานะความเป็นโสดของน.ส.บุญล้น ดังนั้น

     เมื่อตอนเช้าวันนี้ (วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553) เวลา 09.30 น. ผมพร้อมด้วยแอร์ (อริสรา) และน.ส.บุญล้น ราชวงศ์ (แรงงานสัญชาติลาว ซึ่งจะทำการจดทะเบียนสมรสกับชายไทยที่เขตสวนหลวง จ.กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย) ได้ไปดำเนินการขอหนังสือรับรองความเป็นโสดของน.ส.บุญล้น จากสถานเอกอัครรัฐทูตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ซึ่งเมื่อไปถึงแล้วเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องด้านหน้าได้แจ้งกับพวกเราว่า การทำหนังสือรับรองความเป็นโสดของคนสัญชาติลาวนั้น จะต้องกลับไปทำที่บ้านของตน ที่มีภูมิลำเนา เนื่องจากว่าที่สถานทูตลาวไม่สามารถออกหนังสือรับรองความโสดได้ เพราะต้องไปทำและรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่สปป.ลาว พร้อมทั้งได้ให้เอกสารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารสำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่ประสงค์จะแต่งงานกับสตรีลาวมีดังนี้

ซึ่งเอกสารฝ่ายลาวที่ต้องเตรียมก็คือ

  1. หนังสือรับรองความเป็นโสด หรือใบหย่า (ออกให้โดยผู้ใหญ่บ้านตน)

  2. ใบรับรองที่อยู่ – สำเนาทะเบียนบ้าน – บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนัวสือเดินทาง

  3. ใบยินยอมเห็นดีของผู้ปกครอง (ลงนามรับรองโดยผู้ใหญ่บ้านที่ตนอยู่)

  4. ใบแจ้งโทษเลขที่ 3 (ออกให้โดยศาลจังหวัดที่คนอยู่)

       (เอกสารทั้งหมดต้องผ่านการประทับตรารับรองจากกรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศลาวที่เวียงจันทน์)

           

      ซึ่งผมมีข้อสงสัยอยู่ว่า เนื่องจากราชการไทยที่จะทำการจดทะเบียนสมรสให้กับคู่สมรสชาวไทย และชาวลาวคู่นี้นั้น มิได้ต้องการเอสการอื่นใดนอกจากหนังสือรับรองความเป็นโสด อีกทั้งการจดทะเบียนสมรสก็จดในประเทศไทย ไม่ได้จดในประเทศลาว หรือที่สถานทูตลาวอันจะต้องมีเอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ มากมายขนาดนี้  แต่เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่มีเวลาพูดคุยด้วยมากนัก เพราะว่ามีคนมาติดต่อเป็นจำนวนมาก จึงมิได้ตอบคำถามใด ๆ ที่ผมถามเลยครับ

      ในเบื้องต้นได้ปรึกษากับอ.บงกช (เตือน) ว่าจะทำอย่างไรดี ซึ่งอ.บงกชก็ได้แนะนำให้ทำเป็นหนังสือออกจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอบถามไปที่สถานทูตลาวครับ