โสภณ เปียสนิท
นาย โสภณ เปียสนิท ตึ๋ง เปียสนิท

หัวหินในสายฝน บันทึกวันฝนตกที่หัวหิน


ดึกสงัด กลางแสงเทียนส่องสว่างแทนดวงไฟวับแวม สายฝนยังคงหล่นล่วงลงสู่พื้นปฐพี อึ่งอ่างซิมโฟนี่ยังคงบรรเลงไม่หยุดหย่อน

หัวหินในสายฝน

โสภณ  เปียสนิท

....................................

 

                การหมุนเวียนของโลกเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง สิ่งใดก็ตามอยู่ในหรือบนโลกนี้จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่คนส่วนมากมองผ่านเลยเหมือนภัสมธุลีที่ไร้ค่า แต่ผู้มีปัญญาที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงด้วยความเอาใจใส่ ใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นครู เป็นแนวทางในการก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จได้อย่างไม่สิ้นสุด

 

                ผมเขียนบทความนี้ในวันเสาร์ที่ 25 เดือนตุลาคมปีพุทธศักราช 2546 ระยะปลายฝนต้นหนาว ขณะที่สายฝนโปรยปรายลงมาบางเบา ใช่ครับขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี่บางเบา แต่สองอาทิตย์กว่า ๆ ที่ผ่านมาหัวหินอยู่ในช่วงพายุดีเปรสชั่น “Depression” มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง หนักบ้างเบาบ้างสลับกัน

 

                ฟังเสียงสายฝนหล่นกระทบพื้นท่ามกลางความมืด ไฟฟ้าดับ เนื่องจากต้นไม้ข้างตึกอำนวยการล้มทับสายไฟ น้ำประปาไม่ไหลเนื่องจากขาดไฟฟ้าปั่นเครื่องปั๊มน้ำขึ้นสู่แท็งค์ ผมวางแผนไว้ในใจคร่าวว่า เดี๋ยวจะทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ คือออกไปรองน้ำฝนที่ชายคาตึกไว้ใช้แทนน้ำประปาแก้ความขาดแคลนไปพลาง ๆ ก่อน เสียงวงดุริยางค์ของอึ่งอ่าง หรือ อึ่งอ่างซิมโฟนี่บรรเลงกล่อมกังวาน อึกทึกและไพเราะกว่าวงที่มีชื่อในเมืองศิวิไลซ์มากมายนัก

 

                      ความคิดของผมผุดพรายเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งชีวิตประจำวัน และงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เกิดความรู้สึกว่า วันเวลาที่หมุนเวียนลากพาชีวิตให้ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่ยอมให้หยุดแม้แต่นาทีเดียว บางคราวดูเหมือนว่าเป็นความโหดร้าย แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนี้

 

                     อาจมองได้ว่าการก้าวเดินของชีวิตเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ คล้ายกับนักเดินทางไกลสะสมดอกไม้ริมทางผ่านไว้เป็นกอบเป็นกำ นักเดินทางผู้ชาญฉลาดควรคัดสรร กลั่นกรองแยกประเภทดอกไม้ไว้ให้เป็นกลุ่มเป็นพวก เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์ตามเหมาะสมได้อย่างรวดเร็วไม่เสียเวลา ดอกไม้บางประเภทสวยงาม แต่ไม่มีกลิ่นหอม บางประเภทมีกลิ่นหอมแต่ไม่ค่อยมีความสวยงาม บางประเภททั้งสวยทั้งหอม บางประเภทสวยงาม แต่มีกลิ่นเหม็น บางประเภททั้งไม่สวยและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งอาจมีบ้างที่นักเดินทางเผลอเก็บมา ควรเลือกสรรทิ้งไป เพื่อจักได้ไม่เป็นภาระ

                     หากเป็นดังนี้ คนควรเป็นนักเดินทางที่ดีเลือกสรรประสบการณ์เข้าหมวดหมู่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้ประโยชน์ได้ทันท่วงที สำหรับการจัดหมวดหมู่นั้นมีหลายวิธีแล้วแต่ใครจะใช้อย่างใด บางคนใช้การจดบันทึกประจำวันบันทึกประสบการณ์ที่ดีและไม่ดีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ บางคนใช้วิธีการใคร่ครวญคิดคำนึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทุกเช้า จะใช้วิธีการใดไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ว่า มีความพร้อมสำหรับใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด

                

                      “ฝน” ประหนึ่งว่าเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ในความรู้สึกของผม แต่โลกนี้ คล้ายเหรียญที่มีสองด้าน มักมีสองมุมให้มองได้เสมอ ฝนที่รับรู้ในวันนี้จึงเป็นตัวอย่างของอีกหนึ่งมุมมองอย่างเด่นชัด ผมรับรู้ข่าวสารน้ำท่วมจากหลายด้านทั้งไกลและใกล้ ทั้งจากวิทยุ หนังสือพิมพ์ และทีวี ที่ปราณบุรีประชาชนหลายครอบครัวจำเป็นต้องหนีน้ำขอพักอาศัยวัด ปศุสัตว์ของชาวท่ายาง เพชรบุรีจมน้ำตาย และพลัดหาย หลายครอบครัวอพยพมาพักอาศัยชั่วคราวที่ริมทางรถไฟ น้ำท่วมถนนขาดที่ชะอำ ฟาร์มกุ้งเสียหายมากมายที่สามร้อยยอด ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถราบ้านเรือนและสายไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าดับ น้ำประปาหยุดไหล ข่าวว่าบางสะพาน ปลายสุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับผลกระทบเสียหายไม่น้อยหน้ากัน

 

                เดือนตุลาคมกลางสายฝนปีนี้ นักศึกษาราชมงคลวังไกลกังวล 1863 คน เสร็จสิ้นการสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2546 พอดี ส่วนมากเดินทางกลับมาตุภูมิ เกือบทุกภาคของประเทศ คณาจารย์ต่างคร่ำเคร่งอยู่กับการตรวจข้อสอบ เพื่อเร่งรัดส่งผลการสอบให้เสร็จทันกำหนดเวลา คนงานเจ้าหน้าที่ต่างมุ่งมั่นทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

                สำหรับเรา “ชาวราชมงคลวังไกลกังวล” มีงานเลี้ยงอำลาท่านผู้อำนวยการ ที่ดำรงตำแหน่ง และบริหารงานมานานถึงห้าปี นานกว่าผู้อำนวยคนอื่น ๆ โดยท่านได้รับการแต่งตั้งให้ย้ายไปดำรงต่ำแหน่งผู้อำนวยการที่วิทยาเขตพระนครเหนือ  กรุงเทพฯ ตามวาระปกติ

 

                ดึกสงัด กลางแสงเทียนส่องสว่างแทนดวงไฟวับแวม สายฝนยังคงหล่นล่วงลงสู่พื้นปฐพี อึ่งอ่างซิมโฟนี่ยังคงบรรเลงไม่หยุดหย่อน ความคิดของผมยังคงตื่นตัวเต้นเร่าอย่างมีชีวิตชีวา ภาพของหัวหินในความทรงจำเมื่อครั้งแรกเริ่มเดินทางมารับราชการในเดือนกันยายน ปี 2537 ปรากฏให้เห็นเด่นชัด

 

                แม้ผมจะเคยได้ยินชื่อหัวหินมาบ้าง แต่เกินกว่าจะพูดได้ว่าผมรู้จักหัวหิน ผมเลือกวิทยาเขตวังไกลกังวลเพราะเป็นวิทยาเขตที่อยู่ต่างจังหวัด และไม่ไกลจากกาญจนบุรี บ้านเกิดเกินไปนัก วันแรกเมื่อเดินทางมารายงานตัว รถทัวร์จอดให้ผมลงที่วิทยาเขตวังไกลกังวล เขต4 ติดกับกองพลทหารราบที่ 16 (ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย) สภาพของเขต4 ในสมัยนั้นยังไม่ได้จัดการเรียนการสอน มีแต่ตัวอาคารมากมาย อาคารบางหลังยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถนนเข้าสู่ภายในยังใหม่เอี่ยม สองข้างทางเตียนโล่ง ร้อนจนพยับแดดเต้นระยิบ เมื่อมองจากระยะไกล สอบถามยามจนได้ความจริงว่า ผมต้องย้อนกลับทางเดิมไปรายงานตัวที่เขต 3 เมื่อถึงเขต 3 จึงทราบต่ออีกว่า ผมต้องไปรายงานตัวที่เขต 1 ในบริเวณใกล้พระราชวัง ปัจจุบันใช้เป็นศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ

 

                เขต 3 ตั้งอยู่ใกล้วัดคีรีวงศาราม สมัยนั้นถนนเขาช่องประดูยังเป็นดินลูกรังสีแดงเต็มไปด้วยหลุมบ่อ มองด้วยตาเปล่า แม้ในยามกลางวันยังรู้สึกได้ถึงความเปล่าเปลี่ยวห่างไกลความเจริญ มีนักศึกษาเพียง 200 คนเศษ ระหว่างวันเวลาที่ผ่านมา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฝนตกและน้ำท่วมหนักเท่า ๆ กับครั้งนี้ (ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะปี 2539) จำได้ว่า ผมเองขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคารสี่ชั้นของบ้านพักมองไปรอบบริเวณเห็นแต่น้ำ เผลอคิดไปว่าน้ำทะเลท่วมขึ้นมาจนถึงบ้านพัก ไม่น่าเชื่อว่าพื้นดินปนทรายใกล้เชิงเขาที่เคยแห้งแล้งขนาดต้นตะบองเพ็ชรยังอยู่ได้ยาก วันนั้นจะมีน้ำท่วมไปทั่ว

 

                ความพอดีเป็นเรื่องสำคัญ ทางพระท่านว่าต้องทางสายกลาง เหมือน “น้ำ” ที่มาจากฝนในวันนี้ หากฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกวันสองวัน หัวหิน และที่อื่น ๆ ใกล้เคียงคงจมอยู่ใต้บาดาล เพราะแผ่นดินอันเคยแห้งแล้งรองรับน้ำจนชุ่มไปทั่วแล้ว มากกว่านี้ พี่น้องเราคงต้องลำบากกันน่าดู

 

                ขณะที่ผมเขียนจนถึงตรงนี้ฝนยังไม่หยุดตก เป็นอันว่าน้ำต้องท่วมหัวหินอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนแก่งกระจานคงต้องรับน้ำจนล้นปรี่ รถไฟอาจต้องหยุด หรือไม่ก็ลดเที่ยววิ่งลงไปบ้าง ถนนคงขาดเป็นบางช่วง ป่าละอูคงถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นการชั่วคราว หนองแกคงจมอยู่ใต้น้ำถึงครึ่งเอวเหมือนกับน้ำท่วมเมื่อปีก่อนโน้น

 

                การเปลี่ยนแปลงของวันเดือนปี การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล การพบและการจาก การสูงอายุขึ้นตามวันวัยของคนและสัตว์ เป็นความจริงที่สรรพสิ่งบนโลกใบนี้ต้องยอมรับ “การเปลี่ยนแปลง” นี่เองเป็นเสมือนพระเจ้าที่ศักดิ์ยิ่งกว่าพระเจ้าองค์ใด ที่ผองชนควรกราบไหว้บูชา โดยการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง น้ำท่วมอาจทำให้ใครหลายคนเจ็บปวดกับการสูญเสีย พลัดพราก แต่นี่คือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง หลักการของโลก

                 

หมายเลขบันทึก: 363855เขียนเมื่อ 4 มิถุนายน 2010 22:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม 2014 21:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (9)

สวัสดีค่ะ

คุณพ่อของมูนเคยพูดว่า เมืองไทย น้ำขึ้นเร็ว ลงเร็ว..  

ชอบคำพูดนี้ของท่านค่ะ..  นักเดินทางไกลสะสมดอกไม้ริมทางผ่านไว้เป็นกอบเป็นกำ..  

อ่านบันทึกของท่านรู้สึกเหมือนเห็นรายละเอียดของชีวิต..   ขอบคุณค่ะ..   มีความสุขมากๆ นะคะ..   

 

ภาพนี้มีชื่อว่า  spirit  เห็นหยดน้ำที่ค้างอยู่บนใบไม้ด้วยค่ะ..

ขอขอบคุณค่ะ  http://www.flickr.com/photos/23059510@N06/2919300200/in/photostream

Hi Khun Sopon,

Sorry to disappoint you, no I am not an English teacher. I am a Licensed Practical Nurse and going on to an RN program to become an RN in the US. I think your writing is beautiful, I wish I could write like that. I do have Thai front, but I can type so much better in English, hope you don't mind. Hope you keep writing naka

thanks, Khun Moon

Surely, I shall do that. Writing both in Thai and in English is my happiness.

sopon

Hello Ajarn Sopon

Your beautiful article is reminding me the raining day that I was in Hua-Hin. I couldn't go any where or walk on the beach because of the storm, so just only stayed in the hotel. So bored.

I will be back to read any articles na ka. Take care and have a wonderful day ka.

Dear Jen

thanks for your appreciation. Huahin is in minds of many ones both who used to be or not. 

thanks again for the words to back again but may i know that where you are in Thailand or in abroad.

Have a nice day too.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี