คุณคือสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไป” (You are what you eat)

หลักธรรม คำคม ข้อคิด ชีวิตรัก จากแดจังกึม

โสภณ  เปียสนิท

..................................

                นานมาแล้วที่ผมไม่ค่อยจะสนใจดูละครทีวี อาจเป็นเพราะว่าชราภาพ หรืออาจเป็นเพราะมุมมองด้านสุนทรียะในชีวิตมันเปลี่ยนไปตามอายุ หรือเพราะความเบื่อหน่ายละครแบบเดิม ๆ ที่เคยมีมา ยังมีอีกมุมหนึ่ง อาจเป็นเพราะทัศนการมองโลกและชีวิตของคนสูงวัยกับคนหนุ่มต่างกัน

 

                วันหนึ่ง ระหว่างการรับประทานอาหารเย็น และการเปิดทีวีชมข่าว เปลี่ยนช่องไปมา จึงชมละครเรื่องแดจังกึมโดยบังเอิญ  เป็นฉากการแข่งขันการทำอาหารเพื่อหาคนดำรงตำแหน่งซังกุงสูงสุด (แม่ครัวเอก) ภาพนิ้วมือที่ขาวสะอาดอวบอิ่ม ตัดเล็บเรียบร้อย มีดขนาดใหญ่ปลายแหลมงอนขึ้นด้านบน กำลังหั่นผักเนื้อสัตว์เนื้อปลาด้วยความชำนาญกระตุ้นความสนใจของผมอย่างแรงเกินกว่าจะเปลี่ยนไปช่องอื่น จากนั้นผมกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแดจังกึม

 

                ผมสนใจเรื่องอาหาร เพราะเคยอ่านหนังสือพบว่า อาหารเป็นยาได้ อาหารทำให้อายุยืนยาวได้  อาหารทำให้คนเราแข็งแรงได้ อาหารมีส่วนทำให้ใจสงบได้ ตำราฝรั่งหลายเล่มบอกไว้ว่า “คุณคือสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไป” (You are what you eat) เรื่องอาหารจึงเป็นจุดดึงดูดใจประการหนึ่งให้ผมหลงใหลละครเรื่องนี้

 

            หลังการติดตามชมละครได้ไม่นาน บางครั้งติดธุระไม่ได้ชม จึงเกิดความคิดต้องการอ่านหนังสือเพื่อทดแทน และเพื่อเปรียบเทียบว่า ความซาบซึ้งที่มีต่อละครเรื่องนี้จากการชมละครกับการอ่านจากหนังสืออย่างไหนจะมากกว่ากัน รวม 4 เล่ม 800 บาท ค่อนข้างแพง หากรัฐบาลสนับสนุนการอ่านของประชาชนทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง ด้วยการทำให้ราคาหนังสือทุกประเภทให้ถูกลงจะดียิ่ง

 

            ระหว่างการอ่านผมเตือนตนเองว่า ต้องอ่านช้า ๆ ด้วยความสำรวม เพื่อแสดงความคารวะต่อนิยายอันสำคัญของเกาหลี แต่ว่าไม่นานผมก็ลืม การอ่านจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพียงไม่นานนักหนังสือ 4 เล่ม จำนวนกว่า 1000 หน้าจบลงด้วยเวลาไม่นาน

 

                การอ่านคือการพัฒนา การอ่านหนังสือดียิ่งเป็นการพัฒนา แดจังกึมไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของอาหาร นิยายอิงประวัติศาสตร์ เหมือนส่วนดอกไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพรรณไม้ดอกนานาชนิดให้เชยชมอย่างพอเหมาะและงดงามยิ่ง มีความรักความแค้น มีข้อคิดมากมายเพื่อบำรุงสมอง มีคำคมบ่มชีวิต มีหลักคุณธรรมมากมายดาษดื่นตั้งแต่ต้นจนอวสาน

 

                ข้อคิด หลักธรรม คำคม ความงดงามแห่งฤดูกาล ที่ผู้เขียนบรรจงเสกสรรปั้นแต่งเรียงร้อยอย่างประณีตประทับอยู่ในความทรงจำ มีมุมมองบางมุมหลังการอ่านผลงานอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นในใจ เห็นควรนำมาถ่ายทอดแก่คุณผู้อ่านเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและมุมมองอันงดงามต่อกัน

 

                การบรรยายความงดงามของฤดูกาลตามธรรมชาติสอดแทรกเนื้อเรื่องอย่างเหมาะสมกลมกลืนก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ทั้งด้านบวกและลบอย่างลึกซึ้ง เช่น “ทิวากลางเดือนแปด แต่ฟ้ากลับดูหมองหม่นจนน่าประหลาด เงาขอบทางเดินป่าสั่นพลิ้วไปมาราวกับหางนก...” เป็นการบรรยายประกอบเนื้อเรื่องก่อนเหตุร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

                นิยายเรื่องแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง เริ่มจากเรื่องราวความเป็นมาของบรรพบุรุษของนางเอก บิดาเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่สังหารเชื้อพระวงศ์เบื้องสูง หลังการปฏิบัติหน้าที่รู้สึกสะเทือนอารมณ์จนตัดใจออกจากตำแหน่งรอนแรมไปตามป่าดงพงไพร

 

                ส่วนมารดาเป็นนางวังประจำห้องเครื่อง หรือห้องอาหารประจำพระราชวัง พกพาความใฝ่ฝันว่าสักวันจักก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดตามสายงาน คือซังกุงสูงสุด แต่การขึ้นสู่ตำแหน่งไม่ง่ายอย่างที่คาด ตำแหน่งดังกล่าวมีบทบาทอันเอื้ออำนวยสู่อำนาจและลาภยศ จึงมีหลายคนมุ่งหมายใฝ่ปอง เธอถูกทำร้ายพ่ายแพ้หลบลี้หนีหายไปจากวังแทบเอาชีวิตไม่รอด โดยได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนรัก และอดีตทหารหนุ่มรักษาพระองค์ที่ไม่รู้จัก เธอจึงรอดชีวิต และได้อยู่ร่วมชีวิตกับนายทหารคนนี้ในที่สุด

 

                อดีตนายทหารราชองครักษ์กับอดีตนางวังแห่งซูรากันอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านชนชั้นไพร่ (แพกจอง) ริมไร่ชายป่า โดยยึดอาชีพช่างตีเหล็กอันเป็นอาชีพของชนชั้นต่ำ จนชีวิตชีวิตน้อย ๆ ของนางเอกเกิดขึ้นและดำรงชีวิตวัยเยาว์ที่หมู่บ้านอันเงียบสงบแห่งนี้

 

                ความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิตเกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดของจังกึมที่สนับสนุนให้พ่อเข้าสู่การประลอง และประกาศสถานะของบิดา เมื่อบิดาถูกจับตัว มารดาติดตามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถจนมารดาประสบชะตากรรมถึงแก่ชีวิตในอ้อมกอดของลูกน้อย บิดาเสียชีวิตในที่คุมขัง ปล่อยจังกึมในวัยเด็กให้ดิ้นรนหาทางอยู่รอดแต่เพียงลำพัง

 

                จังกึมต่อสู้ชีวิตด้วยการทำงานหนักดังหนึ่งเด็กรับใช้ในร้านหมักสุรา ส่งสุรา มุ่งมั่นศึกษาและหาโอกาสพาชีวิตเข้าสู่ซูรากัน ห้องเครื่องในวังสานฝันมารดาที่เคยบอกจังกึมไว้ก่อนสิ้นลม เธอพาตัวเองก้าวสู่นางวังได้สำเร็จท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรนไม่หยุดหย่อนอย่างเอาชีวิตเข้าแลก จนค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามลำดับ

 

                จากวัยเด็กก้าวสู่วัยสาว จากนางวังฝึกหัด สู่ความเป็นนางวังที่มีฝีมือโดดเด่นจนเป็นเป้าแห่งการโจมตี เมื่อถูกขับออกไปเป็นทาสกวานบีนอกวังบนเกาะที่ห่างไกล เธอไม่เคยยอมแพ้ อาหารไม่อาจนำพาก้าวสู่ความสำเร็จดังหวัง เธอหันเรียนวิชาแพทย์เป็นหมอหญิง เพราะเป็นช่องทางเล็ก ๆ ทางเดียวที่เหลืออยู่

 

                การณ์เป็นไปดังหวัง เธอกลับวังในฐานะแพทย์หญิง แม้มีสถานภาพต่ำต้อยลงไปกว่าเดิม แต่เธอกลับมุ่งมั่นไต่เต้าตามหลักการของเธอเองไม่ย่อท้อ เธอก้าวสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ คือการดำรงตำแหน่งแพทย์หญิงประจำพระองค์ ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลี ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

 

                นิยายอิงประวัติศาสตร์เกาหลีเรื่องนี้ จบลงอย่างสมบูรณ์ด้วยการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของ “แดจังกึม” คำว่า “แด” หมายถึงความยิ่งใหญ่ ที่องค์พระประมุขของชาติพระราชทานให้ด้วยพระทัยที่ยอมรับถึงความเก่งกล้าสามารถ ความมั่นคงต่อความดีงาม และการนำพาตนเองสู่มุมอับต่ำสุดของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ใฝ่หาอำนาจวาสนาและลาภยศโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ

 

                ด้วยความช่วยเหลืออย่างเต็มพระทัยของพระประมุขของชาติ ทำให้ความรักของ “พระ-นาง” ในเรื่องสมปรารถนา ทั้งคู่เดินทางฝ่าหิมะอันเหน็บหนาวด้วยดวงใจที่อบอุ่น ข้ามผ่านเขตแดนประเทศเกาหลีสู่แผ่นดินใหญ่ เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอันสงบ

 

                ละครเกาหลีเรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนโลกได้กว้างขวางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ถูกซื้อหาไปนำเสนอในหลายประเทศ ครึ่งค่อนโลก แม้ประเทศคู่รักคู่แค้นอย่างประเทศญี่ปุ่น ยังให้การตอบรับแบบขอวางบุญคุณความแค้นทั้งหมดไว้ก่อน ละครจบแล้วค่อยว่ากันใหม่

 

                เราซึมซับวัฒนธรรมแบบอเมริกาจากหนังฮอลีวู้ดอย่างใด บัดนี้เรากำลังซึมซับวัฒนธรรมเกาหลีเช่นนั้น เกาหลีสร้างชื่อเสียงให้ประเทศเป็นที่รู้จักทั่วโลกด้วยละครเรื่องนี้ การท่องเที่ยวเกาหลีเติบโตขึ้น สินค้าเกาหลีขายได้มากขึ้น เช่นด้านอาหาร เกาหลีประสบความสำเร็จจากการนำวัฒนธรรมผสมกับศิลปะการแสดงขายได้ทั่วโลก เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศโดยไม่ต้องลงทุน แถมยังนำเงินกลับเข้าประเทศได้อย่างดี

 

                ประเทศไทยเรามีวัฒนธรรมที่ดีมากมาย สภาพแวดล้อมทางสถานที่อันสวยงามไม่แพ้เกาหลี มีละครให้ชมหลากหลายนับไม่ถ้วน มีดารานักร้องนักแสดงมากมาย มีเงินทุนเพียงพอต่อการสนับสนุนละครไทย มีคำถามว่า เหตุใดความสำเร็จแบบ แดจังกึมจึงยังไม่เคยมี  (โปรดติดตามตอนต่อไป)