ที่มา http://healthy.in.th/categories/odd/news/3094
เพิ่งอ่านเจอครับว่าเด็กฉลาดมักโกหกเล็กๆ น้อยๆ เนื้อหามีดังนี้ครับ
คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกพูดปดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในวัยเด็ก ไม่ต้องรู้สึกกังวลอีกต่อไป เพราะนั่นไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาในอนาคต ในทางกลับกันนั่นอาจเป็นข่าวดีสำหรับครอบครัวของคุณ
ดร.แคง ลี หัวหน้าสถาบันวิจัยเกี่ยวกับเด็กของมหาวิทยาลัยโทรอนโท ศึกษาวิจัยเด็กอายุ 2-17 ปี จำนวน 1,200 คนพบว่า 20% ของเด็กอายุ 2 ขวบ คนมีแนวโน้มที่จะพูดโกหก และเด็กอายุ 4 ขวบมีแนวโน้มที่จะพูดโกหก 90% และเปอร์เซ็นต์ของเด็กที่พูดโกหกจะมีเพิ่มสูงสุดเมื่ออายุได้ 12 ปี
นักวิจัยกล่าวว่าเด็กที่พูดโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อย แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางการรับรู้ที่ดี ทำให้พวกเขาสามารถคิดวิธีที่จะปกปิดความลับของตนเองได้ นั่นคือตัวบ่งชี้ของความฉลาดของเด็ก เด็กส่วนใหญ่ที่พูดโกหกมักจะเติบโตเป็นผู้นำ ผู้บริหารในอนาคต
อย่างไรก็ตามการวิจัยครั้งนี้ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการโกหกและแนวโน้มของการทุจริตหรือฉ้อโกงในเรื่องต่างๆ เมื่อเติบโตขึ้น
เป็นวิจัยที่น่าสนใจครับและจริงอย่างที่วิจัยบอกไว้ว่าเด็กที่โกหกได้จะมีพัฒนาการทางการรับรู้ที่ดีกว่าเด็กทั่วไป ผมก็เป็นคนนึงที่เคยโกหก แน่นอนว่าผลจากการโกหกนั้นมีตามมาครับ ก็เลยอยากที่จะมาแบ่งปันครับ
ผมเคยอ่านการวิจัยฉบับหนึ่งชื่อว่า Thinking about animal thinking เขียนเกี่ยวกับ "Theory of mind" กล่าวคือ นักวิจัยกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าสัตว์นั้นมีความคิดเหมือนมนุษย์ และสัตว์ก็สามารถที่จะรู้ว่าสิ่งมีชีวิตอันอื่น ๆ นั้นก็มีความคิดเหมือนกัน เมื่อเทียบกับคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็สามารถสรุปได้ว่า การ"โกหก" คือการที่เรารู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แล้วตอบสนองในทางตรงกันข้าม เพื่อให้ได้ประโยชน์ในสิ่งที่เราต้องการ การโกหกนั้นสามารถพบได้ตั้งแต่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขึ้นไป พบมากในสัตว์ที่อยู่่ร่วมกันป็นสังคม เช่น สุนัข หรือ "หมาหมู่"
การโกหกเกิดได้ต้องอาศัยการจินตนาการภาพในใจ (Visual Imaginary) ขึ้นก่อนว่าผลการโกหกและไม่โกหกเป็นอย่างไร เด็กที่โกหกก็ต้องสามารถจินตนาการได้คร่าว ๆ ก่อนซึ่งก็คือวัยที่เด็กสามารถวาดรูปตามความคิดได้คือ 3-4 ขวบขึ้นไป
สมองของมนุษย์นั้นพัฒนามากกว่าสัตว์ชนิดอื่นหลายเท่าตัว และมี imaginary มากดังนั้นมนุษย์จึงเป็นสัตว์ที่โกหกเก่งที่สุด หลาย ๆ คนคงเคยสังเกตว่าน้องหมาที่บ้านเราโกหกด้วยหรือไม่ ตามความคิดผมที่เฝ้าสังเกตน้องหมามาพบว่า ทุกครั้งที่น้องหมาเห็น ทั้ง verbal behavior (ภาษาหมาเรียกว่าเห่าครับ) และ nonverbal behavior (ภาษากายเช่น การกระดิกหาง) มักไปในทางเดียวกัน แต่พฤติกรรมเหล่านี้มักเป็นไปในทางตรงกันข้ามเมื่อน้องหมาผมเจอคนแปลกหน้า ผมจึงเชื่อว่าน้องหมาผมโกหกเป็นแต่ "เลือก" ที่จะไม่โกหกกับคนที่น้องหมาไว้ใจ
ทีนี้กลับมาที่เด็กบ้าง มีวิจัยหลายวิจัยพบว่าเด็กที่โกหกเก่งนั้นความพอใจในตัวเองต่ำ (Low self esteem) เนื่องจากเด็กจะรับไม่ได้กับผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อตัวเองเลือกที่จะพูดความจริง พูดง่าย ๆ คือหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้า และเด็กเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีโกหกในการแก้ปัญหาต่อไปจนเป็นผู้ใหญ่
ผมขอพูดถึงข้อสรุปในวิจัยที่อ้างอิงนี้ว่า ผมไม่อยากเห็นคนโกหกกับคนฉลาดอยู่ในร่างเดียวกัน ดังนั้นไม่อยากให้สรุปว่าเด็กโกหกเป็นเด็กฉลาด นั่นเพราะสังคมเรายึดค่านิยมของเด็กฉลาดมีคุณค่ามากกว่าเด็กที่พูดจริง นั่นเป็นการให้แรงจูงใจทางบวก (Positive Reinforcement) ให้เด็กรู้ว่าการโกหกเป็นเรื่องดี ผู้ใหญ่ควรแยกประเด็นว่าเด็กโกหกกับเด็กฉลาดเป็นคนละเรื่องกัน เราควรดูเด็กที่ "พฤติกรรม"(Behavior) มากกว่าดูเด็กแล้วตัดสินใจไปว่านี่เป็นเด็กไม่ดี นี่เป็นเด็กที่ไม่ฉลาด
สิ่งที่ผมอยากฝากทิ้งไว้คือ Modelling หรือการเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเพราะในอนาคตคงไม่มีใครอยากมาฟังลูกพูดว่า "ที่ผมทำเหมือนกับที่พ่อแม่สอนผมตอนเด็ก ๆ" ครับ

สวัสดีครับ
ขอเก็บประเด็นนี้ไปใช้ครับ
เด็กที่โกหกเก่งนั้นความพอใจในตัวเองต่ำ (Low self esteem) เนื่องจากเด็กจะรับไม่ได้กับผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อตัวเองเลือกที่จะพูดความจริง
สังคมไทยเป็นสังคม "จับผิด" ครับ ใครทำผิด ทำไม่สำเร็จ จะถูกตำหนิ ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ปลอดภัย จึงต้องโกหก เอาตัวรอด มาตั้งแต่ผู้ใหญ่ ยันเด็ก
ผมว่า Social model ของสังคมไทยเราอย่างหนึ่ง คือ การโกหกนะครับ ตั้งแต่นักการเมืองลงมา
สวัสดีค่ะ รู้สึกดีใจมาเมื่ออ่านเจองานวิจัยเรื่องเด็กโกหก ลูกชายวัย 4 ขวบ โกหกเพื่อเอาตัวรอดบ่อยๆ ที่บ้านเรียกว่า "แถก" เช่น เค้าว่าพ่อเค้าว่า "พ่อบ้า" พอแม่ดุ เค้าจะบอกว่าเปล่า เค้าพูดว่า "พ่อบ้าน" หรือให้เค้าหยิบร่มสีแดงให้แม่หน่อย เค้าหาไม่เจอ พอแม่พาไปหยิบเค้าบอกว่า "เค้าเห็นร่มเป็นสีชมพู" เค้ามีพฤติกรรมโกหกแบบแถกๆ ของเค้าอยู่เลื่อยๆ ที่บ้านพยายามแก้ไขอยู่ หลายวิธี เช่น นิทานเกี่ยวกับการโกหกทั้งหลาย ผลที่เกิดขึ้นของการที่เค้าโกหก ฯลฯ แต่สิ่งที่กล่าวมายังไม่ทำให้เค้าดีขึ้น มีวิธีไหนอีกมั๊ยที่จะแก้ไขการโกหกให้น้อยลง (คิดว่าลูกฉลาดโกหก ไม่อยากได้ อยากได้ฉลาดแบบปกติค่ะ) อยากรีบแก้ไขพฤติกรรมนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ให้ฝังเข้าไปในพฤติกรรมถาวร
เด็ก 4 ขวบเริ่มพูดไม่ตรงความจริง ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเงิน สิ่งของหรือวัตถุอะไร แต่ต้องการให้ผู้ใหญ่สนใจเป็นหลักครับ
ดังนั้นถ้ัาจะปรับพฤติกรรมอย่าไปเน้นคำว่า "โกหก"
การพูดคำว่าโกหกบ่อย ๆ ทำให้เด็กยิ่งพูดมากขึ้น ๆ เพราะเค้าคิดว่าเราสนใจ
แต่ให้เราสนใจกับการพูดความจริงแทน และไม่สนใจเวลาที่เด็กโกหก เช่นจากตัวอย่างที่คุณเล่ามา เวลาที่เด็กเรียก "พ่อบ้า"
ให้หยุดสนใจในตัวเด็กโดยไม่ต้องตำหนิหรือลงโทษ เพราะการตำหนิหรือลงโทษเป็นการให้ความสนใจอย่างหนึ่ง
การให้ความสนใจกับการที่ลูกพูดความจริง เช่น ทำตารางดาว โดยให้รางวัลเวลาเด็กพูดความจริงจะดีกว่าการลงโทษเวลาเด็กโกหก
ดูรายละเอียดที่ http://ningnhong.diaryclub.com/20090522/%E1%C3%A7%A8%D9%A7%E3%A8-%A8%D2%A1-%B5%D2%C3%D2%A7%B4%D2%C7 ครับ
สิ่งสำคัญคือ พ่อแม่อย่าเป็นตัวอย่างการ "ไม่พูดความจริง"
ถ้าจะตักเตือนผู้ป่วยให้ใช้คำว่าพูดไม่ตรงความจริงแทนคำว่าโกหก การยิ่งพูดเรื่องไหนเหมือนการบอกให้ทำมากขึ้น
เพราะเด็กวัยนี้จะฟังภาษาผู้ใหญ่ไม่เข้าใจมาก พูดว่า "ห้ามโกหก" เด็กอาจเข้าใจว่า "โกหก"
ดังนั้นพูดกับเด็กตรง ๆ ว่า"ลูกควรจะพูดความจริง" ดีกว่าครับ
มีอะไรสามารถส่ง mail มาคุยได้ครับ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ จะนำไปลองใช้ดูค่ะ แล้วอาจจะรบกวนปรึกษาปัญญาอื่นๆ อีกในโอกาสต่อไป เพราะปัญหาเด็กเยอะมากกว่าที่คิดจริงๆ ค่ะ
ลูกของผม แกคิดอะไรค่อนข้างช้าและดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แฟนผมเปิดดูในอินเตอร์เน็ตเห็นคนพูดถึง คอร์สเพิ่ม IQ เพิ่มความฉลาด ของ อ.ปั้น แฟนผมก็บอกให้ส่งลูกไปเรียน หลังจากเรียนอยู่หลายเดือนรู้สึกว่าลูกคิดอะไรเร็วขึ้น ดูเฉลียวฉลาดขึ้น เลยมาบอกพ่อแม่ท่านอื่นๆ รายละเอียดคอร์สก็มีตามนี้
.
คอร์สเพิ่ม IQ เพื่อให้เด็กฉลาด กว่าคนปกติทั่วไป
เราเชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถพัฒนาให้ ฉลาดขึ้น-เก่งขึ้น-เป็นอัจฉริยะได้
(ถ้าเรียนไม่ได้ผล เราพร้อมคืนเงิน , แผนที่คลิ๊กที่นี่ )
www.tutorchula.com/IQ.htm
.
เราเปิดคอร์สนี้เพื่อพัฒนา ให้ เด็ก/นักเรียน/นักศึกษา 2 กลุ่ม คือ เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความฉลาดมาก ขึ้นกว่าคนปกติ
การสอนของคอร์สนี้มุ่งพัฒนาผู้เรียนในแต่ละด้าน (โดยผู้เรียนสามารถบอกได้ว่าต้องการให้พัฒนาด้านใดเป็นพิเศษ) ความมุ่งหมายของคอร์สนี้จะทำให้ เด็กเรียนเก่งขึ้น เด็กฉลาดขึ้น มีสติปัญญาที่สูงขึ้น กว่าคนปกติทั่วไป
.
สิ่งที่สอนในคอร์สนี้
- ความสามารถในการจำ การเข้าใจ การเรียนรู้สิ่งต่างได้เร็วกว่าผู้อื่น
- ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ได้เหนือกว่าคนปกติ
-มีความฉลาดเฉลียว สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างฉานฉลาดเหนือกว่าคนปกติ
.
.
ติดต่อ 089-1690911 , 086-3329288
สวัสดีค่ะ คงต้องบอกว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องลูก และยากขอคำแนะนำค่ะ ดิฉันมีนี้ลูกชายอายุ 4 ขวบ เรียนอยู่อนุบาล 2 ปัญหาของเค้าก็เรื่องการเรียนค่ะ เค้าไม่เรียนหนังสือเอาแต่คุยเล่น (จะบอกว่าสมาธิสั้นก็ยังไม่แน่ใจ เพราะเวลาเค้าสนใจอะไรเค้าก็อยู่กับสิ่งนั้นได้นานมาก) คุยกับคุณครู คุณครูบอกว่า "เค้ารู้มาก เลยทำให้ไม่สนใจเรียน" แล้วคุณครูก็ถามว่า "คุณแม่สอนเค้ามากไปรึเปล่า" คุณแม่โดนคำถามนี้มาตั้งแต่อนุบาล 1 แล้วค่ะ คุณแม่ยอมรับว่าสอนลูกทุกอย่างแต่ไม่ได้จริงจัง ยัดเยียด พูดไปเลื่อยๆ ใครเหนื่อยเราก็พัก (สอนแบบไม่หวังผลว่าจะต้องจำได้ตอนนี้ วันนี้) มีอยู่ช่วงนึงหยุดสอนไปเลยไม่รู้จะทำยังไง (ลองไม่สอนดู) เค้าก็เหมือนเดิม ผลการเรียนของเค้าอยู่ในระดับ"ดี"คะ แต่ไม่ถึง"ดีมาก"นะคะ ปัญหาที่ไม่ได้"ดีมาก"อย่างหนึ่งเท่าที่คุณครูบอกก็คือ รู้จนไม่ฟังแม้กระทั้งโจทย์หรือคำสั่งที่คุณครูบอกให้ทำ แต่ถามอะไรตอบได้ ทำได้ ...จะทำยังไงดีค่ะ ซึ่งถามคุณครูมาแล้ว คุณครูก็ตอบไม่ได้เหมือนกันคะ ตอนอนุบาล 1 ก็แก้ปัญหากับคุณครูอนุบาล1ทั้งปี ตอนนี้อนุบาล 2 ก็ยังแก้ไม่ตกค่ะ รวบกวนด้วยนะคะ
ขอขอบค่ะ