สืบเนื่องจากเรื่องที่ได้อ่านบันทึก "สิ่งดีๆในGotoKnow และพลังที่ยิ่งใหญ่ในตัวเรา" ของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ทำให้ดิฉันนึกหวนไปคิดประเด็นที่เคยมีถกกันเกี่ยวกับเรื่อง GotoKnow ในที่ประชุมแห่งหนึ่ง ที่มีมุมมองเชิงทัศนคติส่วนบุคคลของบางท่านที่มองว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่า GotoKnow คือ การทำ KM...ในการประชุมครั้งนั้นหลายๆ คนพยายามที่จะ clear-cut กันในประเด็นดังกล่าว และผู้ที่เปิดประเด็นก่อนมองว่าเราอย่าทุ่มเทหลงไปที่การบันทึกใน GotoKnow มากนัก ในตอนนั้นดิฉันเห็นว่า...มองอย่างคนละมุมเลยว่า หากเราทำอะไรสักอย่าง...เพื่อไม่ให้สิ่งที่ทำลงไปและการเรียนรู้ที่ได้จากการลงมือทำสิ่งนั้น สูญสลายหายไปตามกาลเวลา ก็ควรจะมีการบันทึก..ไว้ และหากถ้าการบันทึกนั้นเก็บไว้อ่านแต่เพียงผู้เดียวก็จะเกิดประโยชน์เฉพาะตน แต่หากบันทึกนั้นมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ สิ่งที่บันทึกก็นำประโยชน์สู่คน ชุมชน สังคม และเกิดการต่อยอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันขยายผลอย่างเป็นวงกว้างต่อไปได้

       ดั่งเช่นหากบางองค์กรมีการดำเนินงานหรือพัฒนางานที่บรรลุเป้าหมายอันเป็นที่ยอมรับอย่างวงกว้าง หากไม่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวงรอบนอก อย่างรู้เขารู้เราแล้วประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็เกิดเพียงเฉพาะองค์กรนั้น หาได้มีการต่อยอดไม่ "ความรู้"ก็จะจำกัดเฉพาะวงแคบในองค์กรนั้น หาใช่ขยายผลไปที่คน(อื่น) ชุมชน สังคมไม่ แม้ว่าคนในองค์กรนั้นจะบอกว่า "ตน" เดินทางออกนอกองค์กรเผยแพร่ความรู้เพื่อสังคม...ก็จะได้เพียงแค่การเผยแพร่หาได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ เพราะการเผยแพร่ตามความหมายของท่านนั้นเป็นเพียงแค่การให้ หรือหากมีการรับด้วยก็น่าจะเกิดผลที่ดีกว่าแน่

       เป็นที่น่าเสียดายว่า...หากผู้ที่มองว่าตนประสบความสำเร็จในเรื่องใดใดก็ตามหวงแหนสิ่งที่ตนได้เรียนรู้...และมองการบันทึกว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย หรือลืมให้ความสำคัญไป...ความรู้ที่มีอยู่ในตัวท่านผู้นั้น ก็อาจสูญสลายหายไปตามกาลเวลาแห่งลมหายใจของท่านก็อาจเป็นได้ จึงเป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก