“เลือกคนที่นิสัย ทักษะฝึกได้”

ในฐานะที่ดิฉันทำงานเป็น HR สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ก็คือ พนักงานขอลาออก ยิ่งเป็นพนักงานที่มีความสามารถดีทำงานมีประสิทธิภาพด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นที่น่าเสียดาย ทำอย่างไรจะไม่ต้องสูญเสียพนักงานไปด้วยเหตุผลเพียงเพราะองค์กรไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะดึงดูดเขาไว้ได้  ดิฉันได้อ่านพบเคล็ดลับเพื่อผูกใจพนักงานไว้กับองค์กร เนื้อหาน่าสนใจและไม่ยากเกินไปที่จะนำมาปรับใช้กับองค์ได้  เรื่องมีอยู่ว่า......


จากการศึกษา พบว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากพนักงานลาออก มีการทำวิจัยออกมาแล้วว่าสูงถึง 5 เท่า ของเงินเดือน  นอกเหนือจาก ต้นทุนในการสรรหาว่าจ้างและการฝึกอบรมซึ่งมองเห็นได้ชัดแล้ว  ยังมีต้นทุนแฝงอื่นๆ เช่น การสูญเสียกำลังการผลิต ขวัญกำลังใจพนักงานที่เสียไปจากการที่เห็นเพื่อนร่วมงานลาออก และการติดต่อประสานงานกับลูกค้าที่ค้างไว้ ดังนั้น การรักษาพนักงานไว้ให้ดี เป็นทางหนึ่งในการลดต้นทุนการดำเนินการขององค์กร เคล็ดลับ 10 ข้อนี้อาจจะกระตุ้นความคิดของคุณได้

1.  จ้างคนที่เหมาะสม
คนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุดในองค์กรของคุณ ดังนั้น เลือกคนที่ “นิสัย” เหมาะกับองค์กรของคุณถือคติที่ว่า  “เลือกคนที่นิสัย ทักษะฝึกได้”  เพราะเวลาคุณเอาคนออก เรามักจะเอาออกเพราะนิสัยมากกว่าเพราะฝีมือ

2.  สร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มแรก
ช่วงสองสามสัปดาห์แรกที่พนักงานเข้ามาทำงานเป็นช่วงสำคัญมาก พนักงานจะรู้สึกอยากอยู่หรืออยากไป ก็เป็นช่วงนี้เองหากเราดูแลดี มีกระบวนการปฐมนิเทศที่ดี อัตราการลาออกของพนักงานในช่วงนี้จะลดลงมากทีเดียว อีกทั้งจะช่วยให้พนักงานเกิดทัศนคติที่ดีกับบริษัทในระยะยาวด้วย

3.  ค่อยๆ ให้การอบรม
แทนที่จะให้พนักงานฝึกหนักกับงานที่ทำทันทีที่เข้ามา เราอาจค่อยๆ ให้การอบรมในเรื่องพื้นฐานก่อน เช่น คอมพิวเตอร์ หรือการใช้อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ และเมื่อเขาปรับตัวเข้ากับบริษัทได้แล้ว ก็ค่อยๆ ให้การอบรมที่ลึกลงไป เพื่อให้พนักงานเจริญก้าวหน้าในงานของตน

4.  สร้างโอกาสก้าวหน้า
ไม่ต้องกลัวว่าฝึกคนไว้ดีแล้ว เขาจะไปอยู่กับกับคนอื่น เพราะถ้าเราไม่ฝึกเขาให้ดี เราก็จะมีพนักงานที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่ในบริษัทอยู่ดี และพนักงานที่ดีก็ควรมีโอกาสก้าวหน้าในงาน มิฉะนั้น เขาก็จะไปหาความก้าวหน้าที่อื่น เพราะทุกคนหวังความก้าวหน้าในงานทั้งนั้น

5.  ให้งานที่เขาชอบ
มองให้ออกว่าเขาชอบอะไร หรือทำอะไรได้ดีที่สุด แล้วให้งานนั้นแก่เขา ให้แน่ใจว่างานที่ให้มีความสำคัญกับบริษัทและเป็นงานที่พนักงานทำได้ดีหรือชอบที่จะทำ

6.  กระตุ้นกำลังใจในการทำงาน
แรงกระตุ้นการทำงานไม่ได้มาจากตัวเลขที่จ่ายเท่านั้น การให้ความยอมรับให้งานที่ท้าทายความสามารถ หรือมอบหมายให้ร่วมทีมงานในโครงการต่างๆ ก็มีส่วนกระตุ้นให้พนักงานแสดงศักยภาพในการทำงาน และรู้สึก “มัน”  ในงานได้

7.  ให้รางวัลอย่างมีความหมาย
ให้รางวัลทันทีที่มีการกระทำดี เลือกรางวัลให้เหมาะสมกับผู้ให้ รางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นเงินเสมอไป การกล่าวชมในที่ประชุมก็มีความหมายไม่น้อย หากเป็นการทำอย่างจริงใจ

8.  ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
แทนที่ผู้บริหารจะเป็นผู้แก้ปัญหาขององค์การเอง อาจขอความคิดเห็นจากพนักงานบ้างในบางโอกาส การทำเช่นนี้จะช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับองค์การมากขึ้นเพราะมรโอกาสร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วย

9. เป็นตัวอย่างในสิ่งที่ตัวเองสอน
เพราะคนไม่ได้ยึดติดกับตัวองค์กร แต่ยึดติดกับพนักงานคนอื่นและวัฒนธรรมที่คนในองค์กรสร้างขึ้น พนักงานจะรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อเขาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่เขาอยู่ ดังนั้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้น แล้วปฏิบัติตัวเองตามนั้นเพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม เพื่อสร้างให้เขาเป็น “ส่วนหนึ่ง”   ขององค์กร

10.  ลงแรงกับการสัมภาษณ์เมื่อมีการออกจากงานสักนิด
การได้รู้ว่าเหตุใดพนักงานจึงมาลาออกจะช่วยให้เราเข้าใจสาเหตุการลาออกมากขึ้น การสัมภาษณ์เมื่อลาออกจากงานอาจใช้การโทรศัพท์ถาม หรือเชิญมาคุยก็ได้ และอาจให้คนอื่นถามแทนหัวหน้างานก็ได้ แต่คนนั้นต้องมีความสามารถในการสืบค้นความรู้สึกของคนด้วย การรับรู้เหตุผลการออกจะช่วยให้เราปรับปรุงสภาพขององค์กรได้ให้น่าอยู่ น่าทำงานมากขึ้นก็ได้

ถึงตรงนี้ลองหันมาคำนวณอายุงานเฉลี่ยของคนในองค์กรคุณสิคะว่า กี่ปี เพื่อดูว่าเรารักษาคนที่เราต้องการไว้ได้นานเพียงใด

ที่มา : วารสาร HR Net หน้า 28-29