น้องสมวิศว์ จู้พันธ์ หรือน้องติ่ง ประธานกลุ่มเกษตรชุมชนมะขามเรียง ม.1 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช บอกมาว่าผู้ตรวจราชการกรมแรงงาน มาเยี่ยมกิจกรรมของกลุ่ม (กลุ่มเกษตรชุมชนแห่งนี้ตั้งที่ทำการกลุ่มอยู่ที่หน้าศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราชพอดี) ท่านผู้ตรวจฯมาเยี่ยม และคงจะมี จนท.ในศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานแห่งนี้ให้ข้อมูลท่านว่าใกล้ๆศูนย์ฯมีกลุ่มเกษตรฯกลุ่มนี้ตั้งอยู่ ที่ท่านทราบอย่างนี้ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะกลุ่มแห่งนี้ ได้เข้าไปขอใช้สถานที่แห่งนี้ประชุมเสวนากลุ่มกันเป็นประจำทุกเดือน ประชุมเสวนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์อำเภอมืองฯบ้าง ไปรบกวนใช้อุปกรณ์ในโรงฝึกงานของศูนย์ฯบ้าง ฯลฯ  ท่านจึงได้มาเยี่ยมกลุ่มและขอร้องให้กลุ่มฯร่วมมือกับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานฯ ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับคนจนของหมู่บ้าน โดยที่ให้ทำแผนการเรียนรู้ (คล้ายๆทำหลักสูตรหรือแผนการฝึกให้เห็นชัดเจนให้เห็นถึงเป้าหมายและวิธีการ.....ประมาณนั้นแหละครับ) น้องสมวิศว์ จู้พันธ์ หรือน้องติ่ง ก็ปรึกษาผมว่าจะทำอย่างไรดี

        ผมก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีหน่วยงานเห็นประโยชน์และความสำคัญของความรู้ที่กลุ่มได้ทดลองและคิดค้นขึ้นได้ ให้ปรึกษากันเองในกลุ่ม เชิญทุกคนในกลุ่มมาทำเวทีพูดคุยกัน ผลการทำเวทีเป็นอย่างไรแล้วให้รีบแจ้งทางศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานฯเขาไป

            การแก้ไขปัญหาความยากจนต้องร่วมมือกันหลายหน่วยงาน เอาชาวบ้านเป็นที่ตั้งหรือเป็นศูนย์กลาง จึงนับเป็นเรื่องที่ดีมากที่แนวทางการพัฒนาฝีมือแรงงานของศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานฯแห่งนี้ ไม่เน้นแต่การฝึกอยู่แต่ในศูนย์ฯ แล้ว เคลื่อนที่ออกไปฝึกข้างนอกบ้าง ผมว่าโดนใจชาวบ้านไม่น้อย ใช้องค์ความรู้ที่ขาวบ้านคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาได้นั้นแหละเป็นหลักสูตรเรียนรู้ กลมกลืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตดีออก ชาวบ้านไม่เคอะเขินที่จะรับ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

             กศน.อำเภอเมืองนครศรีฯได้ไปส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อาชีพชาวบ้านไว้มากพอสมควร เกิดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือแก้จนได้มากมาย จึงดีใจที่มีภาคีทำงานแนวนี้มากขึ้น จะได้ร่วมมือกันต่อไป ความรู้เล็กๆน้อยๆก็จริง แต่สำหรับชาวบ้านแล้วอาจจะยิ่งใหญ่ต่อเขาที่จะใช้เป็นเครื่องมือแก้จนได้