คุณเตชิน โชติพันธุ์วิทยากุล เป็นเพื่อนที่คบค้ากันมานานมากตั้งแต่สมัยเรียน ม. ๖ ด้วยกันที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ คือคบเป็นเพื่อนกันเรื่อยมา ๕๓ ปีแล้ว โดยอาจจะขาดช่วงไปบ้างตอนเรียนมหาวิทยาลัย ที่เขาไปเรียนที่อินเดีย แต่เมื่อเขากลับมาและทำงานที่บริษัทยา Upjohn ก็มาสนิทสนมกันใหม่
คุณเตชินมีลูก ๓ คน เป็นหมอถึง ๒ คน และคนหนึ่งจบที่ มอ. โดยไปอยู่ที่บ้านผม คือ พญ. รัศมี สังข์ทอง นักระบาดวิทยาของคณะแพทยศาสตร์ มอ. ในปัจจุบัน
คุณเตชินอายุมากกว่าผมถึง ๔ ปี เพราะเขาเรียนภาษาจีนก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงอายุ ๗๒ ปีแล้ว ยังแข็งแรงขับรถเอง โดยที่ได้ผ่าตัดทำ บายพาส เส้นเลือดหัวใจไป ๓ เส้น เมื่อหลายปีมาแล้ว
ก่อนอายุ ๖๐ บริษัท อัพจอห์น ต้องการให้ออก (ตอนนั้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย) โดยเสนอเงินตอบแทนก้อนโตให้ คุณเตชินเอาไปลงทุนสร้างสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน ที่ ต. มาบอำมฤต อ. ปะทิว จ. ชุมพร โดยอาศัย social capital ที่ตนมาจากครอบครัวคนจีนที่ ต. นาบอน อ. ฉวาง จ. นครศรีธรรมราช ที่เมื่อ ๕๐ – ๖๐ ปีที่แล้วคนที่นี่รวมทั้งพ่อของคุณเตชิน ไปทำสวนยางที่มาบอำมฤตกันมาก
วันที่ ๖ ก.พ. ๕๓ เรานัดกินข้าวเที่ยงด้วยกันเพราะไม่ได้พบกันเกือบปี ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของสังคมอีกแบบหนึ่งที่แม้ผมจะเกิดมาจากสังคมแบบนั้น แต่ผมก็ไม่คุ้นเคย เพราะจากมานาน
คุณเตชินต้องจ่ายเงินเป็นค่าคุ้มครองไม่ให้ถูกขโมยกรีดยางและเก็บทะลายปาล์มน้ำมัน โดยจ่ายให้แก่คนที่นั่น ซึ่งก็ได้ผล เพราะก่อนหน้านั้นแทบจะไม่ได้ผลประโยชน์จากสวน เพราะโดนขโมยเกือบหมด แสดงว่าในพื้นที่ กลไกบำบัดทุกข์บำรุงสุขของรัฐยังทำหน้าที่ได้ไม่ดี ผมนึกถึงตัวเองและครอบครัว ว่าอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แสนจะราบเรียบ ไม่เข้าใจความยากลำบากของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ภายนอกเมืองหลวง
คุณเตชิน มีวิธีการจัดการสวนยางประมาณพันไร่ที่น่าสนใจมาก ใช้ระบบข้อมูลที่แม่นยำ เปิดเผยข้อมูลแก่ “หุ้นส่วน” ซึ่งก็คือทีมคนงานกรีดยางและทำยางแผ่น มี ผู้จัดการสวน ที่จะรายงานข้อมูลทางโทรศัพท์ทุกวันให้คุณเตชินบันทึกลงในคอมพิวเตอร์
ระหว่างกินอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารเวียดนามหน้า มสธ. คุณเตชินก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการ ทำให้ผมได้เห็นวิธีทำงานดูแลสวนยางและสวนปาล์มของคุณเตชินแบบ m-management (m = mobile) และได้เรียนรู้ service i-banking ของธนาคาร ที่ช่วยให้ความสะดวกและปลอดภัยแก่ลูกค้า
คุณเตชิน อยู่ในฐานะการเงินดีกว่าผมหลายเท่าอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตมาจนปัจจุบัน แต่เราก็คบกันในฐานะเพื่อนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามมีโอกาส และเป็นเพื่อนที่รักและหวังดีต่อกัน แม้จะพบกันไม่บ่อย เขารู้ว่าเขามีเวลาว่างมาก คือทำงานน้อยแต่มีรายได้มาก แต่ผมมีเวลาว่างน้อย คือทำงานมาก รายได้ต่ำกว่าเขามาก
คบเพื่อนที่ต่างกันมาก ได้ความรู้มากจริงๆ
ถูกต้องครับอาจารย์ มีเพื่อนดีก็พึ่งพาได้หลายเรื่องครับ
ทํานายฝัน | นิทานอีสป
ขอบคุณครับ
Gigshopping | Shopdmz