เด็กโวยข้อสอบโอเน็ตยาก-ไม่เหมาะสม สทศ.รับผิด ฟรี 16 คะแนน

หลังจากมีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์จากเด็กนักเรียนในอินเตอร์เนต เรื่องข้อสอบ O-net ที่ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ) นำมาใช้ทดสอบครั้งล่าสุด ระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ถึงความไม่เหมาะสมของข้อสอบ และบางข้อยากเกินขอบเขต รวมทั้งมีการนำตัวอย่างข้อสอบมาโพสในเว็บบอร์ดต่างๆนั้น

ล่าสุด ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ตามที่มีการนำข้อสอบ โอเน็ต มาเผยแพร่ทางสื่อ รวมถึงมีผู้ปกครองทำสำเนาข้อสอบโอเน็ตชั้น ป.6 มาซักถามกับตน ถือว่าขัดระเบียบเพราะไม่สามารถนำข้อสอบออกนอกห้องสอบได้ ”ซึ่งนับจากนี้บนกระดาษข้อสอบจะเขียนไว้ว่า “ห้ามผู้ใดนำข้อสอบออกไปเผยแพร่ทั้งในที่ลับ หรือแจ้ง ก่อนที่ สทศ.จะประกาศผล และห้ามผู้คุมสอบอ่านข้อสอบให้เด็กโดยเด็ดขาดด้วย มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิด” และจะเริ่มใช้กับการสอบ GAT  PAT ในเดือน ก.ค.นี้

ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียน ในข้อสอบ o-net ของชั้น ป.6 ว่าไม่เหมาะสมนั้น น่าจะเป็นวิชาเพศศึกษาซึ่งถามเกี่ยวกับสัญลักษ์ห้องน้ำชาย-หญิง ซึ่งตนมองว่าไม่ได้ล่อแหลมแต่อย่าใด ส่วนคำถามวิชาภาษาไทย ที่ถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในกรุงเทพ เช่นการเดินทาง จึงอาจจะทำให้เด็กต่างจังหวัดตอบไม่ได้ ดังนั้น สทศ.จึงตัดสินใจให้คะแนนฟรี จำนวน 4 ข้อ รวม 16 คะแนน

ส่วนเรื่องกระแสวิจารณ์ถึงข้อสอบ ม.6 ที่ยากเกินไป หรือไม่สมเหตุสมผลนั้น ทาง สทศ.ได้นำไปตรวจสอบแล้ว พบว่าข้อสอบทั้งหมดมีเนื้อหาได้มาตรฐานตามที่กำหนด  ซึ่ง ศ.ดร.อุทุมพร ได้กล่าวเสริมอีกว่า ตนได้ไปตรวจเยี่ยมสนามสอบ และได้สอบถามจากนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้าใจ แม้แต่เด็กตาบอดยังไม่สับสน  แต่กลุ่มที่ร้องส่วนใหญ่ต้องการเข้าคณะแพทยศาสตร์ คงกลัวว่าคะแนนจะไม่ถึง 60%

 ตัวอย่างข้อสอบที่ถูกนำมาโพส และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเตอร์เนต


1. นางสาวนิดเป็นคนสวยมาก จึงมีชายหนุ่มมาติดพันเธอหลายคน เธอชอบไปเที่ยวกลางคืน  ต่อมานางสาวนิดท้องไม่มีพ่อ อยากทราบว่าทำไมนางสาวนิดถึงมีเพื่อนชายมาติดพัน
1. นิดสวยมาก
2. นิดมีอัธยาศัยดี
3. นิดปฏิเสธไม่เป็น
4. นิดชอบเที่ยวกลางคืน

 2. ข้อใดเป็นการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียนได้ดีที่สุด
1. หยุดเรียนไประยะหนึ่งเพื่อคลอดลูก
2. ทำแท้งเพราะไม่สามารถเลี้ยงลูกได้
3. ลาออกจากโรงเรียนแล้วหางานทำเพื่อลูก
4. แจ้งความเพื่อหาผู้รับผิดชอบ

 3. นักเรียนอยากคบเพื่อนแบบใด
1. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
2. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
3. อัธยาศัยดี
4. มีน้ำใจ

ขอบคุณเจ้าของลิงค์ข้อมูล

 ท่าน ผอ.สทศ. ท่านบอกป้องกันการเดา ให้นักเรียนฝึกคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยง  

ในมุมมองของครูคนหนึ่งในฐานะที่ได้อ่านข้อสอบ O-net  มีความคิดว่าข้อสอบมีส่วนดีเหมือนท่าน ผอ.สทศ.บอก และข้อสอบไม่ยากแต่เด็กเก่งทำไม่ได้สาเหตุเป็นเพราะเขาขาดทักษะชีวิตและทักษะทางสังคม 2 สิ่งนี้ต่างหากที่คนเป็นครูและคนเป็นพ่อ แม่ ควรกังวล เมื่อเขาเรียนจบไปแล้วเขาไปทำงานจะเป็นอย่างไรในเมื่อเขาขาดทักษะนี้

และในอีกมุมมองของคนที่เป็นแม่  มีลูกเป็นเด็กเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี และได้พบเห็นมากับตัวเอง เขาขาดทักษะชีวิตและทักษะทางสังคมจริง ๆ เพราะในวัยเรียนก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือและตำราเรียนตลอดเวลา คลายเครียดด้วยเกมบนคอมพิวเตอร์ เมื่อเข้าทำงานเขาไปพบไปเห็นสิ่งที่ไม่มีในวัยเรียน คนเป็นพ่อ เป็นแม่ต้องสอนทักษะเหล่านี้กับเขา เพราะเขาไม่มีไม่เข้าใจ เมื่อเขาสงสัยเขาถามก็ต้องค่อย ๆ อธิบาย  กว่าจะเข้าใจใช้เวลาพอสมควร และสิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือพวกเขาไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่อง "ความผิดหวัง"  ผิดหวังแล้วแก้ปัญหาไม่เป็น  จึงเกิดปัญหานักเรียนหรือวัยรุ่นฆ่าตัวตายในเรื่องที่ไม่น่าจะเป็น

ส่วนในกรณีในข้อสอบ O-NET วิชาภาษาไทย ตามที่ทาง สทศ.ยกผลประโยชน์ให้เด็กต่างจังหวัด  จำนวน  4  ข้อ  16  คะแนนนั้น ไม่เห็นด้วยเลย เพราะเราเป็นคนไทย ควรจะมีความรู้รอบตัวบ้าง ข้อสอบถามให้ตอบก็มีแผนที่ให้ดู สมควรจะคิด วิเคราะห์ได้  ไม่จำเป็นต้องเด็กในกทม.เท่านั้นที่จะตอบได้ ทำไมเราต้องศึกษาเรื่องในต่างประเทศ  เช่น ต้องรู้ว่าเมืองหลวงของอังกฤษชื่ออะไร  ไปประเทศญี่ปุ่นต้องขึ้นรถไฟฟ้าที่ไหน?

อย่าลืม !!! ผลสอบ O-NET ของนักเรียนเป็นผลงานของครูในเกณฑ์ใหม่ของการขอมีวิทยฐานะ 

เอาใจช่วยทั้งคุณครูและนักเรียน วันที่ 25 มีนาคม2553รู้ผลดูได้ที่ http://www.niets.or.th/