คีโมอีกละ

 

 หลังจากที่น้าสาวได้ทำการคีโมครั้งแรกผ่านมาอาการก็เป็นปกติคือมีอาการแพ้ยาบ้างแต่ก็ไม่มาก มีเพลียบ้างช่่วง 1-2 วันแรก กินอะไรไม่ค่อยได้ ปากคอแห้ง แต่พยามกินน้ำต้มที่ใช้หญ้าปักกิ่งต้ม และตอนเช้าก็กิน อาหารเสริมที่ใช้สำหรับคนป่วยที่จะต้องให้อาหารทางสายยาง โดยใช้ชงเหมือนนมแล้วผสมเกล็ดข้าวกล้องที่ไม่มีส่วนผสมของสารปรุงรส กินเหมือนกินโจ๊ก ทำให้กลืนได้ง่ายไม่เจ็บคอ และไม่มีรสชาติทำให้ไม่อยากอาเจียน ช่วงเวลา 1-2 วันนี้สังเกตุว่าจะไม่ค่อยหิว กินน้อย แต่ต้องบังคับให้กินตามเวลา ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ต้องพยายามกินให้มากมื้อสรุปรวมๆ ได้ดังนี้

อาหารประจำวันช่วงให้คีโม ที่น้าสาวกินคือ
1. เกรดข้าวกล้องผสม นีโอ-มูน อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง นมที่เป็นอาหารสำหรับคนป่วยที่ให้อาหารทางสายยาง (จะมีขายตามร้านขายนมเด็กและร้านขายยาแถวหน้าโรงพยาบาลส่วนมากจะมี) จะเขียนว่า อาหาร ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีความต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นภายหลังการผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ , แผลไฟลวก ราคากระป๋องละประมาณ 300 กว่าบาทถึง 400 ค่ะ ควรกินตอนเช้า หรือตอนที่ให้คีโม เพราะคนป่วยจะขาดโปรตีนใช้ตัวนี้ช่วยได้มากมายเลย คนป่วยจะไม่ค่อยเพลีย ปกติจะเพลียมากเป็นอาทิตย์ และที่สำุคัญกินง่ายเพราะไม่มีรสชาติ กินได้เหมือนกินนมธรรมดา เพราะคนป่วยช่วงนี้จะกลืนอะไรไม่ค่อยได้จะเจ็บคอเพราะผลข้างเคียงของยาที่ให้ ถ้าคนป่วยแพ้ยาไม่มากก็จะดีเพราะบางคนแพ้มากแล้วจะกลัวการให้คีโมบางคนกลัวแล้วไม่ยอมไปให้ต่อ จนมันลุกลามมากต้องไปตามหมอสั่งเสมอ ส่วนอาหารเสริมตัวนี้ช่วยได้มากเพราะน้าสาวแกไม่กินเนื้อสัตว์อีกเลย กินแต่ปลา

2. อาหารทั่วไปที่น้าสาวกินคือ ผัดผักบุ้ง ไม่ใส่น้ำตาล ใส่แต่ซีอิ้วขาว , ต้มจับฉ่ายใส่เต้าหู้ไม่ใส่เนื้อสัตย์ไม่ใส่เครื่องปรุงใส่แต่ซีอิ้วขาว, ข้าวต้มกินกับถั่วคั่ว ผัดผักบุ้งไฟแดงไม่ใส่เต้าเจี้ยว และน้ำตาล, ปลาสดทอด, ข้าวต้มเครื่องปลา, ต้มยำปลา, แกงต่างๆ ก็กินได้แต่ไม่ควรปรุงรส เพราะขิงข่า ตะใคร้ก็เป็นสมุนไพร แต่ช่วงให้คีโมยังกินไม่ใหวเพราะไม่อยากกินข้าว คงได้แต่ข้อ 1 ข้อ2  

3. คนรอบข้างและความเชื่อของคนป่วยค่ะ ต้องไม่กลัว และให้เชื่อเถอะว่ารักษาได้และหาย สิ่งสำคัญคือจิตรใจ ต้องเข้มแข็งและไม่กลัวมัน ร่าเริงเข้าไว้ ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องทุกข์กับอะไรอย่างอื่นมาก ถ้าหายแล้วค่อยกลับไปคิดเรื่องอื่น ตอนนี้ให้เชื่อมั่นก่อนว่าต้องหาย และไม่ต้องฟังคนอื่น ดิฉันจะสั่งน้าสาวไว้เลยว่า ไม่ต้องฟังคนอื่นคนอื่นเค้าไม่มีความรู้ เราจะเชื่อเค้าได้หรือ ชอบมาพูดว่าเป็นแล้วตายแน่ๆ รักษาไม่หายบ้างละ คนป่วยฟังแล้วใจเสีย หมดกำลังใจต่อสู้ (แค่ต้องงดของกินก็แย่แล้ว) ต้องไม่ฟังเรื่องพวกนี้ สนใจและให้อ่านสาระที่มีความรู้ในเรื่องการดูแลรักษา การปฏิบัติตัว และต้องเขื่อเสมอว่าจะต้องหาย คนอื่นยังหายได้เลย ทำไมเราจะหายไม่ได้ อยู่ที่ตัวเราว่าจะสู้หรือถอย ในเรื่องการรักษา หมอรักษาเท่ากัน ทุกคนแต่ ในเรื่องจิตรใจของคนป่วยไม่เท่ากัน ใครสู้ก็รอดใครไม่สู้ก็แย่ลง อย่างที่เราเคยเห็นกัน สู้เท่านั้น ส่วนเรืองอื่นเป็นแค่ตัวช่วยค่ะ

มีบทความที่ได้มาจาก web ของ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ใครสนใจลองคลิกเข้าไปดูเป็นการยืนยันทางการแพทย์ว่ามะเร็งรักษาหายจริงๆ แต่อยู่ที่ผู้ป่วย

http://www.cccthai.org/images/stories/new_clipping/new_Clipping_01-2553/2009-01-29_khomchadluk.pdf

ไว้มาเล่าต่อรอบหน้าจะทำการผ่าตัดแล้ว