ระหว่างนั่งฟังการประชุม PMA Conference 2010 ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๓๐ ม.ค. ๕๓   ผมตั้งใจทำความเข้าใจภาพใหญ่ของระบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ   และจับภาพใหญ่ได้ดังนี้

   เวลานี้การมี database ไม่เพียงพอแล้ว    ต้องทำให้หลายๆ database มันคุยกันได้   คือเจ้าของ database หนึ่งๆ ต้องรู้จักวิธีไปเอาข้อมูลจาก database อื่นๆ มาทำสังเคราะห์เป็น information เพื่อให้ตนเองทำความเข้าใจความหมายของสารสนเทศของตน และใช้สารสนเทศได้ดียิ่งขึ้น 


    ดังนั้น isolated database จึงมีพลังน้อย   เช่น HIS – Health Information System จะมีพลังน้อยหากไม่เชื่อมกับฐานข้อมูลประชากร ฐานข้อมูล vital statistics   HIS ที่ไม่เชื่อมโยงกับสำนักงานสถิติแห่งชาติจึงมีประโยชน์จำกัด


    ระบบสารสนเทศที่ฝ่ายผู้จัดทำกับฝ่ายผู้ใช้เป็นคนละฝ่าย ไม่คุยหรือปรึกษาหารือกัน จะไม่มีวันมีพลัง เพราะจะไม่ตรงความต้องการ   และยากที่ผู้ใช้จะนำไปใช้   ฝ่ายผู้ใช้ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ต้องมีส่วนเป็นเจ้าของสารสนเทศนั้น   สารสนเทศจึงจะมีค่าและมีโอกาสถูกนำไปใช้


   วิธีการนำเอาข้อมูลไปใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ได้ผลมากคือเอาไปทำเป็นตัวชี้วัด (indicators)   ซึ่งที่มีคุณค่ามากต้องเป็นตัวชี้วัดผสม (composite indicator)   รวมแล้วต้องมีจำนวนน้อยๆ   และในที่สุดต้องสังเคราะห์ออกมาเป็นดัชนี (index) ตัวเลขเดียว   วัดและประกาศออกมาเป็นระยะๆ เพื่อบอกสถานะและการเปลี่ยนแปลงเรื่องหนึ่งๆ และสื่อสารเชิงเปรียบเทียบ   ซึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบันคือ GDP   ตามมาด้วย HDI, GNH, NPI


    เป็นความท้าทาย และน่าสนุกในการทำงานด้านข้อมูล   หากมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของมัน   ที่เป็น complexity หลากหลายมิติ   ทั้งมิติเชิงตัวเลข จากข้อมูล (data) สู่ข่าวสาร (information) ซึ่งวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อสื่อสารใช้งานหลากหลายแบบ   มิติด้านคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ใช้ข้อมูล ผู้เก็บข้อมูล ผู้ประมวล สื่อสารข้อมูล ผู้คนในสังคมที่เป็นผู้รับสาร และเอาสาระไปใช้ในชีวิตของตน   มิติด้านเทคโนโลยี ที่อาจเป็นทาสหรือเป็นนาย ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและไม่แพงโดยไม่จำเป็น   มิติด้านเวลา ที่การใช้ประโยชน์ในหลายๆ สถานการณ์ต้องการสารสนเทศที่ real-time บางครั้งต้องการสารสนเทศแบบ longitudinal    มิติด้านการเมือง ที่สังคมต้องมีนักสื่อสารสังคมด้วยสารสนเทศ เพื่อสร้างกระแสกดดันนโยบายบางเรื่อง   ต้องมีสารสนเทศให้นักกดดันเหล่านี้หยิบเอาไปใช้    มิติด้านวิชาการ ที่หน่วยงานหลักของประเทศที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนคือ สวรส.   ที่ผมเห็นโอกาสทำงานวิชาการมากมาย ได้ผลอย่างมีคุณภาพโดยเราเองอาจไม่เก่งนัก แต่เรามีเพื่อนดี    มิติด้านการครอบงำด้วยข้อมูลสารสนเทศ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในโลกนี้  ฯลฯ


   หน่วยงานวิชาการทุกหน่วยงาน ต้องสร้างระบบสารสนเทศสำหรับทำงานของตนเอง   ทั้งเพื่อกำหนดทิศทาง ลำดับความสำคัญ ตรวจสอบติดตามผล อย่างเป็นระบบ มองเห็นภาพรวม และเห็นปัจจัยหลักของงาน/หน่วยงาน   โดยต้องรู้จัดเลือกกลั่นกรองสารสนเทศภายนอก เอามาใช้สร้างพลังของระบบสารสนเทศของตน 

 


วิจารณ์ พานิช
๓๑ ม.ค. ๕๓