การพัฒนาทักษะหัวหน้างาน ตอนที่ 2.

“การพัฒนาทักษะหัวหน้างาน  ตอนที่ 2.

(หัวหน้างานกับการแก้ปัญหาและตัดสินใจ)

โดย อาจารย์ ดร. ทนง  ทองเต็ม  กรรมการบริหาร

สถาบันที่ปรึกษาพัฒนาองค์การ (081) 936-7548, E-mail : [email protected]

****************************************************

แนวคิดหลัก  

ปัญหาคือปัญญา  ปัญญาคือโอกาส  โอกาสคือความสำเร็จ

หัวเขามีไว้ให้คิดแก้ปัญหา ไม่ใช่มีไว้ให้ผมขึ้น

สติดีปัญญาเกิด  สติเตลิดเกิดแต่อวิชา

ปัญหาคืออะไร ? 

นานาทัศนะคำจำกัดความที่ขอเสนอเพื่อพิจารณา

ปัญหา คือความทุกข์ ความไม่สบายใจ

ปัญหา คือสิ่งที่ต้องการจะรู้คำตอบ

ปัญหาคือสิ่งที่เบี่ยงเบนจากสิ่งที่ควรจะเป็น

Problem is deviation

Problem = Goal – Existing Performance

ตั้งเป้าไว้ 100 ทำได้ 80 ที่หายไป 20 คือปัญหา

แม่แบบในการแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ เป็นขั้น เป็นตอน

  1. หลักพุทธศาสนา ธรรมะสำคัญหมวดหนึ่งในพระพุทธศาสนา

      ที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาคือ  อริยสัจ 4  ซึ่งหมายถึงความจริง

      อันประเสริฐ 4 ประการ ประกอบด้วย.-

      1) ทุกข์ (ความไม่สบายใจ                   ----> ปัญหา

                   ความยาก ความลำบาก)         

      2) สมุทัย (ต้นเหตุ ที่เกิด ทุกข์)             ----> สาเหตุของปัญหา

      3) นิโรธ (ความดับทุกข์ นิพพาน)           ----> เป้าหมายการเปลี่ยนแปลง

      4) มรรค (ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์) ----> วิธีแก้ปัญหา

2.  วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method)

     1) การระบุปัญหา        ----> ระบุสภาพการณ์ที่เบี่ยงเบนซึ่งต้องการ

                                             ปรับปรุง แก้ไข

     2) การตั้งข้อสมมุติฐาน ----> ระบุถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดอย่างมี

                                             เหตุผล เป็นการระบุถึงความสัมพันธ์ของ

                                             ตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปในเชิงหาเหตุผล

                                             เป็นการเดาคำตอบอย่างมีเหตุผลไว้เป็นการ

                                             ล่วงหน้าเพื่อหาข้อมูลมาพิสูจน์

     3) การเก็บรวบรวมข้อมูล ---->ข้อมูลทุติยภูมิ:ทฤษฎี รายงาน หลักฐานอ้างอิง

                                            ข้อมูลปฐมภูมิ : สังเกตการณ์ สัมภาษณ์

                                                                  สอบถาม ทดสอบ ทดลอง

     4) การวิเคราะห์ข้อมูล    ----> เชิงคุณภาพ : หลักตรรกศาสตร์ ความเป็นเหตุ

                                                                 เป็นผล

                                            เชิงปริมาณ : สถิติเชิงบรรยาย และสถิติ

                                                                เชิงอ้างอิง

     5) การสรุปผล              ----> ตัดสินใจ โดยเปรียบเทียบข้อสมมุติฐานกับผล

                                             การวิเคราะห์ข้อมูล แล้วระบุสิ่งที่ค้นพบเป็นข้อๆ

3. วิธีการวิเคราะห์ด้านการจัดการอย่างเป็นระบบ  (Systematic

    Managerial Analysis) 

    หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า SMA. วิธีการนี้จะแบ่งขั้นตอนการแก้ปัญหาออกเป็น

    3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ

   1) SA : SWOT Analysis      ----> เป็นการวิเคราะห์สภาพทั่วไปขององค์การ

                                                เพื่อค้นหา

                                                S = Strength  จุดแข็งขององค์การ

                                                W = Weakness จุดอ่อน หรือ ปัญหา

                                                       ขององค์การ

                                                O = Opportunity โอกาสทางธุรกิจ

                                                T = Threat  ภัยคุกคาม  

    2) PA : Problem Analysis    ----> จากจุดอ่อนหรือปัญหาที่ค้นพบจาก SA

                                                  นำปัญหามาจัดอันดับด้วยเกณฑ์ SUG

                                                  Seriousness  Urgency Growth  ตีปัญหา

                                                 ให้แตก แยกปัญหาให้ย่อย ซอยปัญหาให้เล็ก

                                                 ปัญหาย่อยๆ คือสาเหตุของปัญหาใหญ่

    3) DA : Decision Analysis   ----> เน้นการกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง

                                                 การกำหนดเกณฑ์ “MUST” และ “WANT”

                                                 ที่ใช้ในการตัดสินใจ กำหนดทางเลือกต่าง ๆ

                                                 และตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ให้ผลสูงสุด

    4) PPA : Potential Problem  ---->เน้นการวิเคราะห์ถึงปัญหาในอนาคต ตลอด

                                                 จนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อนำวิธีแก้ปัญหา

                                                 ไปใช้ โดยจัดทำแผนเผชิญเหตุ เพื่อกำหนด

                                                 มาตรการคุ้มครอง ป้องกัน และลดความ

                                                 เสี่ยงภัย ผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

  4.  วิธีการใช้ทาสผู้ซื่อสัตย์  6  ตัว : 5W1H  เพื่อการวิเคราะห์ปัญหา

  1. What    :   เกิดปัญหาอะไรขึ้น
  2. Where  :   เกิดปัญหาขึ้นที่ไหน
  3. When   :   เกิดปัญหาขึ้นเมื่อใด
  4. Who     :   เกิดปัญหาขึ้นกับใคร
  5. How     :   ลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
  6. Why     :   สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาคืออะไร

  5. วิธีการใช้หลักตรรกศาสตร์ของ Mill’s Cannon 

      พื่อการวิเคราะห์ปัญหา

     1) หลักของความสอดคล้อง (Method of Agreement)

     2) หลักของความแตกต่าง  (Method of Difference)

     3) หลักของส่วนที่เหลือ (Method of Residue)

     4) หลักของการผันแปรร่วมกัน (Method of Concomitant Variation)

  6.  วิธีการใช้หลักตรรกศาสตร์ทั่วไป

     1) ตรรกศาสตร์นิรนัย (Deductive Method) จากความจริงส่วนใหญ่

         ไปสู่ส่วนย่อย

     2) ตรรกศาสตร์อุปนัย (Inductive Method) จากความจริงส่วนย่อย

         สรุปอ้างอิงขยายความ

    คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนักแก้ปัญหา

     1. ต้องเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

     2. ต้องเป็นผู้ที่มีความคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking)

     3. ต้องใช้ Fact  &  Data  ไม่ใช้การคาดเดา หรือความรู้สึกเป็นหลัก

     4. ต้องวิเคราะห์ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

     5. ต้องมีความสามารถในการใช้สถิติวิเคราะห์ ทั้งสถิติเชิงพรรณนา

        (Descriptive Statistics)  และสถิติเชิงอ้างอิง  (Inferential Statistics)

 

   บทความโดย อาจารย์ ดร. ทนง  ทองเต็ม

   (081) 936-7548, E-mail : [email protected]