แบบทดสอบกลางภาคเรียนที่ ๒ วิชาภาษาไทย
 
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  ปีการศึกษา ๒๕๕๒
 
 
คำชี้แจง  ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดลงกระดาษคำตอบ
 
 
๑. คำว่า ท่าน ในข้อใดเป็นสรรพนามบุรุษที่ 3
  ก. ท่านอยู่ไหนครับ                                                                              ข.ท่านครับผมมาหา
  ค. ท่านค่ะตื่นเถอะค่ะ                                                                           ง. ท่านผู้ฟังที่เคารพ
๒.ข้อใดเป็นนิยมสรรพนาม
 ก.  ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย                                                            ข. โน่นแน่ะนกเขาคู
 ค. เด็กคนนี้เป็นคนดี                                                                              ง.  ท่านผู้ใดทราบข้อมูล
๓.  ข้อใดไม่มีบุรุษสรรพนาม
  ก.จะล่วงได้ยินเราพาที                                                                         ข.ข้านี้ลืมพวงบุปผา
   ค. ลับตาหามีใครเห็นไม่                                                      ง. ท่านผู้เรืองฤทธาดังเพลิงกรด
๔. " คำพ้องเสียง " หมายความว่าอย่างไร
ก. เสียงต่างกัน -  ความหมายเหมือนกัน                                                ข. เสียงเหมือนกัน - ความหมายต่างกัน   
ค. เสียงเหมือนกัน – ความหมายเหมือนกัน                          ง.  เสียงต่างกัน - ความหมายต่างกัน
๕. ข้อใดเป็นคำพ้องเสียง
ก. กาญจน์ , กรรณ                                                                                  ข. ศูนย์ , ศุลกากร 
ค. พันธุ์ , พรรณ                                                                                      ง. ขัน , ขัน  
๖. ข้อใดเป็นคำพ้องรูปทุกคำ
ก. สระ  ยุติ                                                                                              ข. กรี  กลี 
ค. เสมา  เขม่า                                                                                         ง. เพลา  ปรัก
๗. ข้อใดไม่มีคำพ้องเสียง
ก.  เขาเอาขันไปตักน้ำมาสามขัน                                                           ข. สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์ 
ค. คนทุกคนเกิดมาต้องมีความทุกข์                        ง. ผู้หญิงคนที่นุ่งผ้าซิ่น  ถูกรถชนจนสิ้นชีวิต  
๘. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
 ก. โคลงสี่สุภาพมีการบังคับ เอก ๔ แห่ง โท ๗ แห่ง
 ข. คำสร้อยในโคลงสี่สุภาพ มีหรือไม่มีก็ได้
  ค. สมัยก่อนหากไม่มีคำโท กวีจะนำคำโทโทษมาใช้แทน
  ง. คำเอกโทษก็คือการนำคำตายมาแทนคำที่มีเสียงวรรณยุกต์เอก
๙. ข้อใดเติมในช่องว่างของโคลงบทนี้ได้ถูกต้องฉันทลักษณ์
ชายหญิงรักใคร่ต้อง     ทำตาม แบบนา
ขอสู่ตัว.....?....           ถูกต้อง
หมั้นหมายแต่งงานงาม  สมเกียรติ สกุลแฮ
ผู้ใหญ่มอบ..?....         เยี่ยงนี้ถูกการ
 ก. บ้านเรือน, เงินทอง                                                                                            ข. แม่พ่อ , สินทรัพย์
 ค. นงราม , หอห้อง                                                                                                ง. นวลน้อง , เงินทอง
๑๐. ข้อใดเติมในช่องว่างของโคลงบทนี้ได้ถูกต้องฉันทลักษณ์
มีดีเก็บซ่อนไว้         มิเห็น
เพียงเมื่อครา......     จึ่งใช้
คือความบ่งประเด็น   แจงเหตุ มานา
แสดงเมื่อถึง.......   เลิศล้ำหนักหนา
ก.. ซ่อนไว้, จำเป็น                                                                                 ข. . จำเป็น , คราไซร้
ค.. ลำเค็ญ , จำเป็น                                                                                  ง.. เจ็บไข้ , คราไซร้
   ๑๑.        " ผู้เอ๋ยผู้ดี              อย่าดูที่ยศศักดิ์อัครฐาน
       ตำแหน่งในสังคมนิยมนาน      หรือปริญญาเชี่ยวชาญจากเมืองไกล
       มาดูที่น้ำใจใสสะอาด                แม้จะขาดสิ่งนิยมสมสมัย
       แต่ถ้าคุณธรรมประจำใจ           ควรรู้ไว้ว่าผู้ดีเป็นศรีเอย"              
. คำประพันธ์นี้สรุปใจความสำคัญได้ว่าอย่างไร
 ก. ผู้ดีคือผู้ที่คิดและปฏิบัติ                                                      ข. ผู้ดีคือผู้ที่มีการศึกษาสูง      
ค. ผู้ดีคือผู้ที่มีน้ำใจใสสะอาด                                                  ง. ผู้ดีคือผู้ที่ร่ำรวยและมีชาติตระกูล       
   ๑๒.                    "  รักลูกผูกจิตเพี้ยง                รักตน
                      อยากแต่ให้ดีดล                        ดับร้าย
                      จำจักระวังผจญ                        จิตลูก ตนแฮ
                      แม้ปล่อยเป็นชั่วคล้าย              กับเลี้ยงรักงู"   
        ผู้เขียนข้อความนี้สรุปหลักความคิดว่าอย่างไร
 
ก. รักพี่เสียดายน้อง                                                                                 ข. รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี     
 ค. รักดีหามจั่ว  รักชั่วหามเสา                                                  ง. รักยาวให้บั่น  รักสั้นให้ต่อ               
๑๓.  ข้อใดคือประโยชน์ของบรรณานุกรม
ก.  ช่วยสะดวกในการค้นหาเพิ่มเติม                                      ข.  ทำให้มีองค์ประกอบของรายงานครบ
ค.  ไม่มีข้อถูก                                                                                         ง.  ถูกทั้งสองข้อ
๑๔.  จงเรียงลำดับบรรณานุกรมต่อไปนี้
                         1.  วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล.  ไคเซนเพลิดเพลินเป็น 100 เท่ากับข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง. 
                พิมพ์ครั้งที่ 13.  กรุงเทพฯ : ที.เอส.บี.โปรดักส์, 2550.
                         2.  ทิพาวดี เมฆสวรรค์.  การบริหารการเปลี่ยนแปลง.  http://www.m-culture.go.th/culture01-uploads/libs/html/908/cm_files/sl. 10 กันยายน 2549.
                3.  วิจารณ์ พานิช.  การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม, 2548.
                4.  กฤษฎ์ อุทัยรัตน์.  ถกคุณภาพ ภาค2.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ : ส.เอเชียเพรส, 2543.
ก. 1  2   3  4                                                                             ข.  4  3  2  1
ง. 4  3  1  2                                                                              ง.  1  4  3  2
๑๕. ข้อใดไม่เป็นประโยค
ก.งานแสดงอัญมณีล้ำค่าที่ศูนย์การค้าลาดพร้าว                      ข.ธงไตรรงค์สะบัดพลิ้วบนยอดเขา
ค.ขวดใบนี้บรรจุน้ำได้มาก                                     ง.นักเตะลูกหนังหงส์แดงถึงไทยตอนเย็นวันนี้
๑๖. ประโยคใดไม่มีประธาน
 ก.ใครจะไปใครจะมาข้าไม่สน                                                             ข.เกิดเป็นคนควรตระหนักในศักดิ์ศรี
 ค.มาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกพี่                                                 ง.ทำอย่างนี้ไม่เหมาะหรอกนะเธอ
๑๗. ข้อใดเป็นประโยคความเดียว ( ประโยคสามัญ )
  ก.ฝนตกรถติด                                                                                        ข.เขาเก่งหรือใครเก่ง
  ค.เขาช่างคุยมากเกินไป                                                                        ง.เขาขยันจึงรวย
 
 
 
 
๑๘. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความเดียว ( ประโยคสามัญ )
   ก.สาหร่ายสังเคราะห์สามารถใช้แทนการกำจัดยุงด้วยวิธีอื่น ๆ
   ข.วิธีกำจัดยุงกับลูกน้ำที่เป็นพาหะของโรคเท้าช้างยากมาก
   ค.นักวิทยาศาสตร์สหรัฐได้เปิดเผยวิธีกำจัดยุงแบบใหม่
   ง.การปล่อยสาหร่ายสู่แหล่งน้ำจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล
๑๙.  ข้อใดคือความหมายของประโยค
ก.  ถ้อยคำที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้ใจความ
 ข.  การนำคำมาเรียงกันให้ได้ใจความที่สมบูรณ์
 ค.  กลุ่มคำที่มีความหมายในตัวเอง
 ง.  การนำคำ 2 คำมาเรียงต่อกันแล้วได้ความหมายใหม่
๒๐.  ข้อใดไม่ใช่ประโยค
ก.   แสนเพลิดเพลินใจ                                                                           ข.  ม้าวิ่ง
ค.  นกบิน                                                                                                ง.  แจกันแตก
จากข้อ  ๒๑ - ๓๐  ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ให้เลือกตอบข้อ "ก"   หากกล่าวไม่ถูกต้อง ให้เลือกตอบ "ค"
๒๑.  การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ หมายถึง   การอ่านเพื่อเก็บสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน
๒๒.  ใจความสำคัญเป็นแก่นของย่อหน้าสามารถครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่นๆ ในย่อหน้านั้นและสามารถเป็นใจความหรือประโยคเดียวๆ ได้
๒๓.  การที่รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ใช่วิธีการจับใจความสำคัญ
๒๔.  การหาใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้าทำได้โดยขีดเส้นใต้แล้วนำมาเรียงต่อกันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
๒๕.  การใช้สำนวนภาษาของตนเองในการเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่
๒๖.  ใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า ส่วนมากจะปรากฏอยู่ต้นข้อความ
๒๗.  ใจความสำคัญจะปรากฏอยู่ส่วนต้นและส่วนกลาง ของแต่ละย่อหน้าเท่านั้น
๒๘.  พลความ หมายถึง ใจความสนับสนุนหรือให้ตัวอย่าง
๒๙.  การจับใจความสำคัญมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยให้จำเนื้อเรื่องได้รวดเร็ว
๓๐.  ใจความสำคัญที่มีลักษณะเป็นประโยคส่วนมากจะปรากฏอยู่ต้นข้อความ
 
 เฉลย ข้อ๑      สรรพนามบุรุษที่สาม หมายถึง สรรพนามที่แทนตัวผู้ที่ถูกกล่าวถึง ดังนั้นจึงตอบข้อ “ก” จึงถูกที่สุด




เฉลย ข้อ๒ นิยมสรรพนาม หมายถึง คำสรรพนามที่ชี้เฉพาะเจาะจง มักจะมีคำว่า “นี่ นั่น โน่น” อยู่ในประโยค ดังนั้นจึงตอบข้อ “ข”
เฉลยข้อ ๓ บุรุษสรรพนามหมายถึง คำสรรพนามที่ใช้แทนตัวผู้พูด ผู้ฟัง และผู้ที่ถูกกล่าวถึง ดังนั้นจึงตอบข้อ “ค”
เฉลยข้อ ๔ คำพ้องเสียง หมายถึง คำที่มีเสียงเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน เช่น กานต์ ( ที่รัก ) การณ์ ( เหตุการณ์ ) ดังนั้นจึงตอบข้อ “ข”
เฉลยข้อ ๕ จากข้อ ๔ ที่มีความหมายของคำพ้องเสียง ก. อ่านว่า กาน และ กัน ข. อ่านว่า สูน และ สุน ค.อ่านว่า พัน และพัน ง. เขียนเหมือ

นกัน เพราะฉะนั้นจึงตอบข้อ “ค”

เฉลยข้อ ๖      คำพ้องรูปหมายถึง คำที่เขียนเหมือนกัน แต่ อ่านไม่เหมือนกัน และความหมายต่างกัน ดังนั้น ข้อ ๖ ไม่มีข้อถูก


เฉลยข้อ ๗     คำพ้องเสียงหมายถึง คำที่เขียนไม่เหมือนกัน อ่านเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน  ก. อ่านว่า ขัน แต่ความหมายเหมือนกัน คือขันตักน้ำ     ข. อ่านว่า สัดเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน  ค.อ่านว่าทุก เหมือนกันความหมายต่างกัน   ง. อ่านว่าสิ้นเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ดังนั้นจึงตอบข้อ   “ก”
เฉลยข้อ ๘     โคลงสี่สุภาพ มีการบังคับวรรณยุกต์เอก ๗ แห่ง โท ๔ แห่ง ดังนั้นจึงตอบข้อ “ก”

เฉลยข้อ ๙    โคลงสี่สุภาพ มีการบังคับฉันทลักษณ์ ดังนี้ 

                                        เสียงลือเสียงเล่าอ้าง                         อันใด พี่เอย.

                    เสียงย่อมยอยศใคร                                                ทั่วหล้า

                     สองเผือพี่หลับใหล                                                ลืมตื่น ฤๅพี่

                    สองพี่คิดเองอ้า                                                       อย่าได้ถามเผือ

ถ้าดูตามตำแหน่งของ คำเอก คำโทแล้ว  ข้อ “ค” จะมีฉันทลักษณ์ที่ถูกต้อง