เกร็ดความรู้

ไข่กุ้ง (tobiko) คืออะไร

 

 

ไข่กุ้ง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า โทบิโกะ (tobiko) คือ ไข่ของปลา flying fish พบตามชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ลำตัวมีความยาว 35 ซ.ม. จับได้ในช่วงเวลาวางไข่ต้นฤดูร้อน

ไข่ของปลา flying fish มีขนาดเล็กประมาณ 0.5-0.8 มม ตามปกติจะมีสีส้มแดง รสออกเค็มอ่อนๆ บางครั้งนำไปย้อมเป็นสีอื่น เช่น ย้อมวาซาบิได้ไข่สีเขียว ย้อมขิงได้ไข่สีส้ม หรือย้อมกับหมึกของปลาหมึกจะได้สีดำ ไข่กุ้งนิยมนำมาทำแคลิฟอร์เนียโรล ซูชิ และคานาเป้ เป็นต้น 

วิธีเก็บรักษา คือ นำใส่ถุงมัดปากถุงให้สนิท แล้วเก็บใส่กล่องพลาสติกปิดฝาให้สนิท
นำเข้าแช่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส จะสามารถเก็บได้นานหลายวัน 

 flying fish และ tobiko

น้ำสะอาดจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ


จากการลงพื้นที่ตรวจความสะอาดของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ 50 เขตในกรุงเทพฯ
ของหน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร คณะกรรมการอาหาร
และยา (อย.)
พบว่า.. จุลินทรีย์ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากพบแบคทีเรียอีโคลาย
คิดเป็น 0.57% และพบแบคทีเรียโคลิฟอร์มที่เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง
เช่นเดียวกับแบคทีเรียอีโคลายคิดเป็น 5.43% ของตัวอย่างน้ำที่ตรวจ
แบคทีเรียดังกล่าวไม่ควรพบในน้ำดื่ม แต่หากนำน้ำนั้นไปต้มก่อนดื่มก็จะไม่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค

ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเป็นแหล่งที่ให้บริการน้ำดื่มในราคาย่อมเยา และอำนวย
ความสะดวกแก่ผู้อาศัยในย่านนั้น ซึ่งความสะอาดของน้ำดื่มไม่สามารถวัดได้
ด้วยตาเปล่า และนอกจากการนำน้ำดื่มที่ได้จากตู้ไปต้มก่อนดื่ม เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคก่อนซื้อน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญในครั้งต่อไป
ได้อย่างสะอาด และมีคุณภาพ ควรสังเกตตู้น้ำดื่มก่อนหยอดเหรียญดังนี้

  • บริเวณถาดรองน้ำ หัวจ่ายน้ำของตู้น้ำดื่มนั้นสะอาดหรือไม่ มีฝาปิดมิดชิด
    หรือไม่ และไม่ควรตั้งอยู่กลางแจ้ง เพราะแสงแดดจะทำให้ตะไคร่
    ขึ้นภายในหัวจ่ายน้ำ
  • สังเกตสติ๊กเกอร์บอกวันและเวลาที่ระบุว่าบริษัทเจ้าของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ
    ได้เปลี่ยนไส้กรอง หรือตรวจคุณภาพครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
  • หลังจากกดหรือรองน้ำให้สังเกตสีของน้ำดื่มว่าใส ไม่มีกลิ่น
    หรือรสชาติผิดปกติ
  • หมั่นล้าง และทำความสะอาดขวดบรรจุน้ำก่อนกดซื้อตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ
ที่มา : นิตยสาร Health Today ปีที่ 7 ฉบับที่ 80
เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2550, ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ 19 กันยายน 2550

และครีมแข็งตัวในอุณหภูมิประมาณ -7 องศาเซลเซียส ชาวอาหรับเป็นผู้ค้นพบว่า
การเติมโซเดียมไนเตรต (โพแทสเซียมไนเตรต ส่วนประกอบในดินประสิว) ในน้ำเย็น
ทำให้เกิดปฏิกิริยาดูดซับความร้อน ซึ่งลดอุณหภูมิจนต่ำลงมากพอจะทำไอศกรีม
กรรมวิธีนี้น่าจะเผยแพร่สู่ยุโรปเมื่อครั้งที่ชาวมัวร์ ครอบครองสเปนในปี ค.ศ. 711
ถึง ค.ศ. 1492 

" ประวัติศาสตร์ไอศกรีมที่เสิร์ฟในอังกฤษครั้งแรก
เกิดขึ้นในงานเลี้ยงฉลองเซนต์จอร์จเมื่อปี 1671 
สมัยพระเจ้าชาลสที่ 2 มีเฉพาะผู้นั่งร่วมโต๊ะ
กับกษัตริย์เท่านั้น ที่ได้รับของหวานสุดหรูจานนี้
และพวกเขา จะกินเคียงกับสตรอเบอรี " 
ลิซา กรีน ผู้บริหารสูงสุดของสมาพันธ์ไอศกรีม
แห่งอังกฤษ กล่าว 

ที่มา: คอลัมน์ สงสัยจริง นิตยสาร สรรสาระ
Reader 's Digest
ฉบับ ธันวาคม 2549