พันธุ์องุ่น
แคว้นบอร์โดซ์  (Bordeaux)
 
     แคว้นบอร์โดซ์วางแหมะอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตรงที่เรียกว่าอ่าวบิสเคย์ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส อยู่ที่เส้นละติจูด 45 องศาเหนือ (มีผู้ระบุว่าองุ่นที่ปลูกอยู่ระหว่างเส้นละติจูด 30-50 องศาเหนือจะมีคุณภาพดีมาก และที่ดีที่สุดจะต้องอยู่บนเส้นละติจูด 45 องศาเหนือ) มีไร่องุ่นสะระตะแล้วประมาณ 113,000 เฮกตาร์ (706,250 ไร่) ในจำนวนนี้เป็นไร่องุ่นในระดับ AOC (Appellation d’Origine Contrôlée) จำนวน 104,900 เฮกตาร์ มีแม่น้ำ 3 สายที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงไร่องุ่น คือแม่น้ำการอน แม่น้ำดอร์ดอญ แล้วสองแม่น้ำนี้ได้ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลมาร์โกซ์ กลายเป็นแม่น้ำฌีฮองไหลออกสู่ทะเล
 
     ในทะเลแถบถิ่นดังกล่าวได้มีกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมไหลผ่าน จึงทำให้ฤดูร้อนของแคว้นบอร์โดซ์ร้อนจัด มีฤดูใบไม้ร่วงอันยาวนาน และมีฤดูใบไม้ผลิที่สั้นจู๋ ทั้งยังมีอากาศที่แปรปรวน มีผลทำให้คุณภาพองุ่นไม่คงที่เหมือนกันทุกปี ทำให้คอไวน์ต้องเกาะติดสถานการณ์ภูมิอากาศของบอร์โดซ์ไม่ทิ้งห่าง
 
     ยิ่งกว่านั้นเนื้อดินของบอร์โดซ์ก็มีอิทธิพลเป็นยวดยิ่งต่อคุณภาพองุ่นและพันธุ์องุ่นที่จะเฟ้นมาปลูก เช่น เขตเมดอก เขตกราฟส์ มีเนื้อดินเป็นหินปนกรวด (Gravel) และเขตแซง-เตมิญอง เขตปอเมอโรล มีเนื้อดินเป็นหินปูน ดินทราย และดินเหนียว ซึ่งล้วนทำให้อัตลักษณ์ของไวน์ที่ผลิตได้แผกเพี้ยนโดดเด่นไปคนละแบบ
 
     พันธุ์องุ่นที่มีผลต่อเนื้อน้ำของเมรัยให้หลากหอมดั่งป่าเกสรสะพรั่งไหวประกอบไปด้วยพันธุ์คาแบร์เน่ต์ ฟรอง (Cabernet Franc), มาลเบค (Malbec) และพันธุ์เปอตีต์ แวร์โดต์ (Petit Verdot) ซึ่งให้สีสันของไวน์สวยงาม อันเป็นความโดดเด่นของ “รูป” ส่วนพันธุ์คาแบร์เน่ต์ โซวินยอง (Cabernet Sauvignon) ซึ่งเป็นองุ่นระดับ King ให้ความโดดเด่นในเรื่อง “รส” โดยมีองุ่นพันธุ์แมร์โลต์ (Merlot) ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น Queen อุโฆษชื่อในด้าน “กลิ่น”ด้วยข้อดีอันมากมายเช่นนี้ จึงไม่น่าอัศจรรย์ใจเลยที่ไวน์บอร์โดซ์ได้รับการยกโป้งให้เป็นสุดยอดของไวน์
     แคว้นบอร์โดซ์ผลิตไวน์ได้สารพัดชนิด แต่ดูเหมือนจะผลิตไวน์แดงได้ 80 เปอร์เซ็นต์และไวน์ขาว 20 เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งๆ จับขวดใส่หีบได้ถึง 880 ล้านขวด มีผู้ปลูกองุ่นถึง 15,853 ราย โดย 5,000 ราย รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ 60 แห่ง มีพ่อค้าไวน์เที่ยวประมูลราคาแข่งขันกัน 400 บริษัท
                หากย้อนอดีตไปดูร่องรอยความเป็นมาของไวน์บอร์โดซ์ก็จะประจักษ์แจ้งว่าถิ่นแคว้นนี้เริ่มผลิตไวน์มากกว่าสองพันปีแล้ว เมื่อชาวโรมันยึดครองแผ่นดินกอลและยึดบอร์โดซ์ได้เมื่อ 56 ปีก่อนคริสต์ศักราช พบว่าประชาชนในถิ่นดังกล่าวเป็นมือฉมังในการทำไวน์แล้ว
 
     ในศตวรรษที่ 12 ชาวอังกฤษเริ่มรู้จักไวน์บอร์โดซ์ แล้วก็คลั่งไคล้ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ จนกล่าวได้ว่าไม่มีชาวต่างชาติประเทศไหนที่นิยมไวน์บอร์โดซ์ยิ่งไปกว่าชาวอังกฤษ สงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสในห้วงปี ค.ศ.1337-1453 นั่นก็เพราะอังกฤษต้องการผนวกดินแดนแคว้นบอร์โดซ์เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรแต่ในที่สุดก็รบแพ้ฝรั่งเศส
 
       บอร์โดซ์มีเขต AOC รวมทั้งหมด 57 AOC ซึ่งมากมายจนกว่าจะนำมาเปิดเผยหมด แต่ถ้าจะจำเอาแต่ถิ่นผลิตไวน์เป็นเขตๆ และเป็นประเภทของไวน์ยังจะง่ายกว่าเช่น
       เขตผลิตไวน์แดง แหล่งสำคัญได้แก่ อำเภอเมดอก (Médoc) อำเภอกราฟส์ (Graves) อำเภอปอเมอโรล (Pomerol) และอำเภอแซง-เตมิญอง (St-Emilion)
       เขตผลิตไวน์ขาวชนิดดราย (Dry) หรือชนิดไม่หวาน ประกอบไปด้วยอำเภอกราฟส์ (Graves) อำเภออังตอร์-ดอซ์-แมร์ (Entre-Deux Mers) อำเภอโก๊ต เดอ บลาย (Côte de Blaye) อำเภอโก๊ต เดอ บูร์ (Côte de Bourg)
        เขตผลิตไวน์ขาวชนิดหวาน ถิ่นที่ลือชื่อได้แก่ อำเภอโซแตร์นส์ (Sauternes) บาร์ซัก (Barsac) ลูเปี๊ยก (Loupiac) และอำเภอแซงต์-กรัวซ์-ดู-มองต์ (Ste-Croix-du-Mont)
        นอกจากนี้แคว้นบอร์โดซ์ยังมีเขตผลิตไวน์เป็นถิ่นเล็กแดนน้อยอีกหลายเขตที่ผลิตไวน์ไม่โดดเด่นนัก เช่น Fronsac, Côtes de Castillon, Côtes de Francs, Ste-Foy-Bordeaux ฯลฯ
        แม้บอร์โดซ์จะมีถิ่นผลิตไวน์มากมาย แต่มีเพียง 5 เขต 5 อำเภอเท่านั้นที่ผลิตไวน์สุดยอดของโลก คือเขต Médoc, Graves, St-Emillion, Pomerol และเขต Sauternes