ความสุขอยู่ที่ใจ
ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเล คลื่นลมบางครั้งสงบ บางครั้งเต็มไปด้วยคลื่นลมแรงฝนกระหน่ำ หรือ กลายเป็นคลื่นลูกยักษ์ที่พัดโหมเข้าใส่เรือลำน้อยจนแตกย่อยยับไปทั้งลำเรือ ทุกย่างก้าวของชีวิตจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้พลาดพล้ำจนเรือลำน้อยหายวับไปกับท้องทะเล เรือลำน้อยก็เหมือนกับชีวิตคนเราที่พบกับคลื่นลมและมรสุม แตกต่างกันไปตามฤดูกาล ฤดูร้อนท้องฟ้าเงียบสงบ
แดดส่องจ้า ปราศจากเมฆลมฝนและพายุพัดกระหน่ำ ให้รู้สึกรุ่มร้อนและเหงื่อโทรมกาย
ฤดูหนาวลมเย็นโหมพัดใส่ให้รู้สึกเหน็บหนาวและอ้างว้าง ฤดูฝนเกิดเมฆดำ ฝนตกคึกคะนอง พายุพัดจนเกิดเป็นมรสุมลูกใหญ่ สายฟ้าฟาดจากก้อนเมฆ น้ำท่วมเจิ่งนองไปทั่ว ให้ความรู้สึกทุกข์ยากลำบาก ต้องอดทน อย่างแช่งด่าฝนฟ้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
สภาพบรรยากาศตามฤดูกาลก็เหมือนกับปัจจัยภายนอก ตาดู หูฟัง ปากพูด จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรส กายสัมผัส ล้วนเป็นเหตุปัจจัยที่กระทบถูกจิตใจทั้งสิ้น เกิดความคิดปรุงแต่ง ให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึกดีใจ เศร้าเสียใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง ยิ่งคิดมากก็ยิ่งปรุงแต่งมาก ความทุกข์จึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เหมือนกับหนูถีบจักรที่ไม่มีวันออกจากกรงถีบ
เราลองหลับตานิ่งสักครู่หนึ่ง ในสภาพภายนอกเงียบสงบ ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม
ทำใจให้สงบ หยุดคิดในเรื่องต่างๆ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ปลดปล่อยใจให้เป็นอิสระ อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น เราจะพบว่าชีวิตนี้ตั้งอยู่บนลมหายใจเข้าหรือออกเท่านั้น ถ้าหายใจเข้าแต่ไม่หายใจออกหรือถ้าหายใจออกแต่ไม่หายใจเข้า เราก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นชีวิตนี้จึงไม่แน่นอน ร่างกายสามารถเสื่อมโทรม ผุพังไปตามกาลเวลา ความแก่เฒ่าชรามาเยือนตามอายุขัย ชีวิตจึงเป็นสิ่งที่ทนได้ยาก บวกกับปัจจัยภายนอกที่เรียกว่า โลกธรรม 8 คือ
เรื่องของโลกซึ่งชีวิตทุกคนต้องประสบในชีวิตและสังคมปัจจุบัน มีแปดอย่าง ดังนี้ ได้ลาภ ได้ยศ ได้รับสรรเสริญ ได้สุข เสียลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และ ตกทุกข์ ทั้งเหตุปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ชีวิตนี้เป็นทุกข์มากมาย เปรียบเสมือนละครโรงใหญ่ มีทั้งบทยินดี เศร้าโศก หัวเราะ เมื่อถึงเวลาลงโรงก็ปิดฉากละครที่ทุกคนเคยเล่นมา เหลือแต่ความทรงจำในอดีตที่คนรุ่นหลังจะหวนคิดถึง ถ้ามีความดีมาก ผู้คนจึงสรรเสริญให้เป็นแบบอย่างที่ดีงาม ถ้าสะสมสิ่งชั่วร้าย ทุกคนจะรุมประณาม สาปแช่งไม่ให้ไปผุดเกิด ตกนรกหมกไหม้ นี่คือสิ่งแตกต่างระหว่างความดีและความชั่วเมื่อละครชีวิตใบใหญ่ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว ตอนมีชีวิตอยู่ เราจะแสดงบทบาทใดให้ชีวิตนี้มีความสุข ชีวิตนี้คล้ายกับนั่งอยู่ในอุ้งปากของเขี้ยวงู อาจถูกขบกัดได้จากโลกธรรม 8 โดยไม่รู้สึกตัว จึงต้องมีการฝึกปฏิบัติจิตใจให้เข้มแข็ง นั่งสมาธิให้แน่วแน่ ไม่หลงใหลไปกับโลกธรรม 8
เพื่อไม่ให้เขี้ยวงูขบกัดเอา เมื่อคราวใดเศร้าโศกเสียใจ ต้องมีการเรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่าปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือความคิดและจิตใจที่เรียกว่า อารมณ์ชั่ววูบ รีบด่วนตัดสินใจจะยิ่งทำให้ชีวิตทุกข์หนักเข้าไปอีก จึงสมควรเดินสายกลาง ไม่เอนเอียงไปทางข้างใดข้างหนึ่ง ถึงเวลาดีใจหัวเราะ สนุกสนาน หรือเศร้าเสียใจ ก็ไม่เป็นเหตุให้สุข หรือทุกข์จนเกินไป จนกระทั่งขาดสติทำลายชีวิต หรือกลายเป็นเรือลำน้อยที่ประสบฝนพายุพัดกระหน่ำจนล่มจมลงในที่สุด ดังนั้นทุกชีวิตจึงต้องหมั่นสำรวจจิตใจตนเองว่าเป็นคนเช่นไร คล้อยตามอารมณ์บ่อยๆ หรือไม่ ความรู้สึกมาก่อนความคิดหรือไม่ เพราะความคิดจะส่งมาที่จิตใจอีกครั้งให้ปฏิบัติตามอารมณ์หุนหันพลันแล่นที่ขาดความยั้งคิดนั้น เช่นเดียวกับเรือลำน้อย ก่อนออกท้องทะเลต้องคอยเงี่ยหูฟังข่าวอุตุนิยมวิทยา เบิ่งตามองดูท้องฟ้า เพื่อให้ทราบสภาพภูมิอากาศในย่านท้องทะเลแห่งนั้น ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายจนเรือล่มได้ ชีวิตที่เป็นสุขจึงต้องมีสติสัมปชัญญะคอยกำกับอยู่เสมอ ไม่ให้จิตใจดำดิ่งไปกับอารมณ์ชั่ววูบนั้น ให้สมกับคำว่าความสุขอยู่ที่ใจเรานั่นเอง
ความสุขนั้นอยู่ที่ใจ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
nut kaka · 30 ม.ค. 2553
นางสาวกรวรรณ (แก่นนภา) · 30 ม.ค. 2553
จุฬารัตน์ · 30 ม.ค. 2553
rattanapan · 30 ม.ค. 2553
สุวัฒน์ · 30 ม.ค. 2553
ไวต่อความรู้สึก... · 30 ม.ค. 2553
ธีร์ชิตา · 30 ม.ค. 2553