ถอดความสามัคคีเภทคำฉันท์ในบทเรียน (๕)

ถอดความสามัคคีเภทคำฉันท์ในบทเรียน (๕)

 

จิตรปทา ฉันท์ฯ

                นาครธา                                         นิวิสาลี

เห็นริปุมี                                                         พลมากมาย

ข้ามติรชล                                                      ก็ลุพ้นหมาย

มุ่งจะทลาย                                                    พระนครตน

                ต่างก็ตระหนก                               มนอกเต้น

ตื่นบมิเว้น                                                      ตะละผู้คน

ทั่วบุรคา                                                        มจลาจล

เสียงอลวน                                                     อลเวงไป

                สรรพสกล                                      มุขมนตรี

ตรอมมนภี                                                     รุกเภทภัย

บางคณะอา                                                   ทรปราศรัย

ยังมิกระไร                                                     ขณะนี้หนอ

                ควรบริบาล                                    พระทวารมั่น

ต้านปะทะกัน                                                  อริก่อนพอ

ขัตติยรา                                                        ชสภารอ

ดำริจะขอ                                                       วรโองการ

              ทรงตริไฉน                                      ก็จะได้ทำ

โดยนยดำ                                                      รัสภูบาล

เสวกผอง                                                       ก็เคาะกลองขาน

อาณัติปาน                                                    ดุจกลองพัง

              ศัพทอุโฆษ                                      ประลุโสตท้าว

ลิจฉวีด้าว                                                      ขณะทรงฟัง

ต่างธก็เฉย                                                    และละเลยดัง

ไท้มิอินัง                                                        ธุระกับใคร

              ต่างก็บคลา                                      ณสภาคา

แม้พระทวาร                                                  บุรทั่วไป

รอบทิศด้าน                                                   และทวารใด

เห็นนรไหน                                                   สิจะปิดมีฯ

ถอดความ จิตรปทา ฉันท์ฯ

                ฝ่ายเมืองเวสาลีมองเห็นข้าศึกจำนวนมากข้ามแม่น้ำมาเพื่อจะทำลายล้างบ้านเมืองของตน  ต่างก็ตระหนกตกใจกันถ้วนหน้า  ในเมืองเกิดจลาจลวุ่นวายไปทั่วเมือง  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่างหวาดกลัวภัย บางพวกก็พูดว่าขณะนี้ยังไม่เป็นไรหรอก  ควรจะป้องกันประตูเมืองเอาไว้ให้มั่นคง  ต้านทานข้าศึกเอาไว้ก่อน  รอให้ที่ประชุมเหล่ากษัตริย์มีความเห็นว่าจะทรงทำประการใด  ก็จะได้ดำเนินการตามพระบัญชาของพระองค์  เหล่าข้าราชการทั้งหลายก็ตีกลองสัญญาณขึ้นราวกับกลองจะพัง  เสียงดังกึกก้องไปถึงพระกรรณกษัตริย์ลิจฉวี  ต่างองค์ทรงเพิกเฉยราวกับไม่เอาใจใส่ในเรื่องราวของผู้ใด  ต่างองค์ไม่เสด็จไปที่ประชุม  แม้แต่ประตูเมืองรอบทิศทุกบานก็ไม่มีผู้ใดปิด

สัททุลวิกกีฬิต ฉันท์ฯ

                     จอมทัพมาคธราษฎร์ธยาตรพยุหกรี

ธาสู่วิสาลี                                                  นคร

                   โดยทางอันพระทวารเปิดนรนิกร

ฤๅรอต่อรอน                                               อะไร

                    เบื้องนั้นท่านคุรุวัสสการทิชก็ไป

นำทัพชเนนทร์ไท                                      มคธ

                    เข้าปราบลิจฉวิขัตติย์รัฐชนบท                         

สู่เงื้อมพระหัตถ์หมด                                  และโดย

                   ไป่พักต้องจะกะเกณฑ์นิกาย  พหลโรย

 แรงเปลืองระดมโปรย                               ประยุทธ์

                   ราบคาบเสร็จธเสด็จลุราช      คฤหอุต

คมเขตบุเรศดุจ                                          ณเดิม

                    เรื่องต้นยุกติก็แต่จะต่อพจนเติม

 ภาษิตลิขิตเสริม                                         ประสงค์

                    ปรุงโสตเป็นคติสุนทราภรณจง

จับข้อประโยชน์ตรง                                    ตริดู

ถอดความ สัททุลวิกกีฬิต ฉันท์ฯ

       จอมทัพแห่งแคว้นมคธกรีธาทัพเข้าเมืองเวสาลีทางประตูเมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มีผู้คนหรือทหารต่อสู้ประการใด  ขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ก็ไปนำทัพของกษัตริย์แห่งมคธเข้ามาปราบกษัตริย์ลิจฉวี  อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์  โดยที่กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้  ปราบราบคาบแล้วเสด็จยังราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่ดังเดิม  เนื้อเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้  แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพิ่มเติมให้ได้รับฟังเพื่อเป็นคติอันทรงคุณค่านำไปคิดไตร่ตรอง

ในบทเรียนต่อจากนี้จะเป็นอินทรวิเชียรฉันท์ซึ่งเป็นบทอาขยาน  ได้เคยถอดความไว้แล้วใน "ถอดความบทอาขยานในสามัคคีเภทคำฉันท์"  ตอนท้ายของเรื่องต่อจากบทอาขยาน อ่านในสามัคคีเภทคำฉันท์ตอนที่ ๗ "คติธรรมท้ายเรื่อง  ประเทืองปัญญา"

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศึกษาวรรณคดี สามัคคีเภทคำฉันท์

คำสำคัญ (Tags)#สามัคคีเภทคำฉันท์#ถอดความ#บทเรียนภาษาไทย

หมายเลขบันทึก: 332031, เขียน: 29 Jan 2010 @ 13:29, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 22:19, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 24, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (24)

สุนิสา
IP: xxx.27.198.51
เขียนเมื่อ 07 Feb 2010 @ 19:54

ขอบคุณมากค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Yungying
IP: xxx.53.110.250
เขียนเมื่อ 09 Feb 2010 @ 20:38

ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ

ถ้าไม่ได้เว็ปนี้

หนูคงถอดคำประพันธ์ออกมาไม่ถูก

ขอบคุณจริงค่ะ

แล้วก็เป็นกำลังใจให้คุณครูแป๊ว

สร้างผลงานที่ดีต่อไปนะค่ะ

 สวัสดีค่ะ 

ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจซึ่งมีคุณค่ายิ่ง 

crazy
IP: xxx.122.230.118
เขียนเมื่อ 06 Apr 2010 @ 16:54

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

The moon
IP: xxx.113.22.237
เขียนเมื่อ 30 May 2010 @ 18:38

ขอบคุณมากๆนะคะ

IP: xxx.49.204.77
เขียนเมื่อ 22 Jun 2010 @ 20:29

Tank you หลายๆๆ

มีนา
IP: xxx.53.3.245
เขียนเมื่อ 08 Nov 2010 @ 18:43

ขอบคุณมากๆค่ะ

มน
IP: xxx.42.85.245
เขียนเมื่อ 09 Nov 2010 @ 17:33

วิจิตราภรณ์ ภูษณาภรณ์ วัจนาภรณ์ ทวีติยาภรณ์

หนูหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ อยากรู้ว่าแปลว่าอะไร

สวัสดีค่ะ  น้องมน

   คำที่ถามมา  ได้แก่  วิจิตราภรณ์ ภูษณาภรณ์ วัจนาภรณ์ ทวีติยาภรณ์  ล้วนเป็นคำที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการสมาสที่มีการกลมกลืนเสียง(สนธิ) ทั้งสิ้น  ความหมายมีดังนี้ค่ะ

1.  วิจิตราภรณ์ [ วิจิตร+อาภรณ์]  ความหมาย เครื่องประดับอันงดงาม

2.  ภูษณาภรณ์ [ภูษณ+อาภรณ์]  ความหมาย เครื่องแต่งกาย หรือ เสื้อผ้า

3. วัจนาภรณ์ [วัจน+อาภรณ์]  ความหมาย  ถ้อยคำอันเรียงร้อยอย่างงดงาม

4. ทวีติยาภรณ์[ทวิตีย+อาภรณ์]  ความหมาย  เครื่องประดับลำดับชั้นที่ 2

 

เราสามคน
IP: xxx.53.164.211
เขียนเมื่อ 13 Nov 2010 @ 16:50

ขอบคุณคุณครูมากนะคะ

IP: xxx.46.94.202
เขียนเมื่อ 14 Nov 2010 @ 10:51

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สวัสดีค่ะ  เราสามคน  และผู้เยี่ยมชม "ศึกษาวรรณคดี  สามัคคีเภทคำฉันท์"

    ขอต้อนรับทุกคนด้วยความยินดียิ่งค่ะ  ครูหวังว่า "ศึกษาวรรณคดี  สามัคคีเภทคำฉันท์" ทุกบันทึก  จะมีส่วนช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น

นันทิตา
IP: xxx.173.23.176
เขียนเมื่อ 17 Nov 2010 @ 14:50

ขอบคุนมมากๆ น่ะค่ะ คุณครู

ภานุชนารถ
IP: xxx.121.246.181
เขียนเมื่อ 20 Dec 2010 @ 23:04

ขอบคุณมากเลยนะคะอาจารย์ งานส่งมิดเทอมได้เพราะอาจารย์เลยค่ะ ^^

โอซิน605
IP: xxx.26.235.160
เขียนเมื่อ 27 Dec 2010 @ 13:43

ขอบคุณมากค่ะ ช่วยหนูได้มากเลย

กรคับ
IP: xxx.49.227.35
เขียนเมื่อ 19 Jun 2011 @ 20:41

ขอบคุณคับที่ทำบล็อกเรื่องนี้ไว้

ถ้าไม่ได้การถอดคำประพันธ์ในบล็อกนี้ กรคงต้องนั่งเคลียดแปลเอง

คงใช้เวลานานไม่น้อย

ขอบคุณอีกครั้งคับผม

กิ๊บ ค่ะ
IP: xxx.173.206.61
เขียนเมื่อ 16 Aug 2011 @ 20:50

ขอบคุณ คุณครูมากๆเลยนะค่ะ

นีน
IP: xxx.205.211.90
เขียนเมื่อ 14 Nov 2011 @ 17:55

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ^ ^

เล็ก
เขียนเมื่อ 14 Nov 2011 @ 18:34

ประเทศไทยหากมีคนอย่าง วัสสการพราหมณ์ เยอะๆๆๆๆ คงดีนะ

มะปราง
IP: xxx.48.113.179
เขียนเมื่อ 21 Nov 2011 @ 22:08

ขอบคุณค่ะ

เค้าสิบสาม
IP: xxx.26.18.133
เขียนเมื่อ 31 Jan 2012 @ 18:19

ขอบคุณที่สุดดดด จากใจเลยค๊าาาาา

จอย คะ
IP: xxx.108.70.54
เขียนเมื่อ 16 Feb 2012 @ 21:20

ขอบคุณนะคะอาจาร์ย ที่สละเวลามาถอดความเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ เป็พระคุณอย่างสูงจริงๆคะ

เต็ม
IP: xxx.204.248.151
เขียนเมื่อ 01 Sep 2014 @ 20:40

อยากได้คำสมาส และสนธิทั้งหมดของจิตรปทาฉันท์ 8 ค่ะ 

นิ้ง
IP: xxx.158.166.142
เขียนเมื่อ 13 Oct 2016 @ 09:57

อาจาร์ยคะช่วยบอกความหมายของศัพท์ จิตรปทาฉันท์๘ หน่อยนะคะ