การป้องกันโรคต่างๆเบื้องต้น
การป้องกันโรค
--------------------------------------------------------------------------------
การที่เราจะได้นกพิราบแข่งที่แข็งแรง มีสุขภาพดี
เพื่อส่งเข้าแข่งขันนั้น
เราจำเป็นที่จะต้องป้องกันนกของเราให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย
ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน โดยการให้วัคซีนนั่นเอง
การป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอน
เพราะนกที่เคยถูกคุกคามจากโรคร้ายนั้น ถึงจะผ่านการรักษามาเป็นอย่างดี
ก็คงไม่เหมือนนกที่มีสุขภาพแข็งแรงมาตั้งแต่ต้นหรอก
โรคของนกพิราบที่นักเลี้ยงนกประสพอยู่บ่อยๆคงไม่พ้นโรค พารามิกโซ่
(Paramyxo) และ ไทรโคโมเนียสิส (Trichomoniasis)
อาการของนกที่เป็นโรคพารามิโซ่ คือนกจะถ่ายเหลว
คอเอียงและมีอาการที่ไม่สามารถจิกกินอาหารได้
หรือจิกถูกข้างๆของเมล็ดอาหาร
ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าระบบประสาทจะไม่ประสานกันกับการมองเห็นของตา
เนื่องจากเชื้อไวรัสจะทำให้ระบบประสาทบางส่วนเกิดการอักเสบบวมนั่นเอง
ส่วนโรคไทรโคโมเนียสิสนั้น
คือการที่นกจะมีเชื้อพยาธิที่เล็กมากจนไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า
แพร่ขยายอยู่ในลำคอและระบบหายใจ เช่นโพรงจมูกและหลอดอาหาร
ตามปรกติแล้ว นกพิราบจะมีพยาธิชนิดนี้เกือบทั้งสิ้น
นกจะไม่มีอาการใดๆถ้ามีเชื้อนี้ในปริมาณที่น้อย แต่ถ้ามีปริมาณมาก
นกที่เป็นจะมีอาการของการอักเสบ และบวมในช่องคอ
ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำๆสีเขียว ขยับจะงอยปากอยู่บ่อยๆเพราะอาการคันในลำคอ
การติดเชื้อนี้ ค่อนข้างจะง่าย
เนื่องจากสามารถติดต่อได้จากการดื่มน้ำจากถ้วยเดียวกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราส่งนกเข้าแข่งขันนั้น
นกจะอยู่ในรถบรรทุกคันเดียวกันและจะดื่มน้ำรวมกันด้วย
จึงมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อจากนกตัวอื่นๆ
การป้องกันโรคทั้งสองที่ได้กล่าวถึงนั้น
ก็คือการให้วัคซีนคุ้มกันสำหรับโรคพารามิกโซ
ส่วนโรคไทรโคโมเนียสิสนั้น โชคร้ายที่ยังไม่มีวัคซีนคุ้มกัน
วิธีที่จะควบคุมก็คือการรักษาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อลดการติดโรคให้น้อยที่สุดนั่นเอง
Paramyxo
ตอนนี้ ผมจะขอพูดถึงชนิดของวัคซีนที่ป้องกันโรคพารามิกโซก่อนนะครับ
วัคซีนตัวแรกคือ ลาโซต้า (La Sota) เป็นวัคซีนเชื้อเป็น
ซึ่งใช้หยดลงบนตาและทางรูจมูกของนก
วัคซีนชนิดนี้จะให้การคุ้มกันแก่นกที่ยังไม่ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว
ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เวลาของการคุ้มครองจะค่อนข้างสั้น
เพียง 7 ถึง 10 อาทิตย์เต็มที่เท่านั้น
วัคซีนตัวต่อมาคือ โคลอมโบแวค (Colombovac) และ นิวคาแวค (Newcavac)
ทั้งสองชนิดนี้เป็นวัคซีนเชื้อตายและเจือจาง
ใช้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งจะไม่คุ้มกันทันทีที่ฉีด
แต่จะเริ่มคุ้มกันหลังจากนั้น 15 ถึง 20 วัน
และจะให้การคุ้มกันที่ยาวนาน 6 ถึง 12 เดือนเลยทีเดียว โดยปรกติ
ผมอยากแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด 2 ตัวหลัง
แต่ในกรณีที่นกมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ เช่นโรคกำลังระบาด
และต้องการการคุ้มกันอย่างเร่งด่วน ผมขอแนะนำให้ใช้ La Sota ครับ
การให้วัคซีนลาโซต้านั้น
เราสามารถเริ่มให้แก่ลูกนกตั้งแต่ตอนที่เราแยกมันออกจากพ่อแม่ได้ทันที
ลูกนกจะได้รับภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว และถ้าเราให้วัคซีนเชื้อตายซ้ำ
โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังในอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมา
คุณก็สามารถสบายใจได้เลยว่า โรคร้ายนี้
จะไม่มาเยี่ยมเยียนนกแข่งของคุณแน่นอน
ที่ผมแนะนำเช่นนี้ เนื่องจากว่า
เคยมีนักเลี้ยงนกบางคนให้วัคซีนเชื้อตายแก่ลูกนกที่เพิ่งแยกจากพ่อแม่
หลังจากนั้นไม่นาน ลูกนกเหล่านี้ก็มีอาการถ่ายเหลว
นั่นแสดงว่าวัคซีนที่ให้ไปนั้น
ยังไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันลูกนกเหล่านั้นได้เลย ในช่วงที่ลูกนก
มีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
Trichomoniasis
ตัวยาที่เป็นที่นิยมในการรักษาโรค Trichomoniasis คือ Spartrix,
Ridzol-S และ Emtryl 10%
Spartrix เป็นยาชนิดเม็ด
เหมาะแก่การใช้กับกรงเล็กที่มีปริมาณนกไม่มากนัก ข้อดีของการใช้
Spartrix คือนกทุกตัวจะได้รับการรักษาแบบตัวต่อตัว
และได้รับตัวยาที่แน่นอน
Ridzol-S เป็นยาชนิดผงใช้ละลายในน้ำให้นกกิน ในปริมาณยา 1 กรัมต่อน้ำ
1 ลิตร
ส่วน Emtryl 10% เป็นยาชนิดผงเช่นกัน แต่จะมีอนุภาพในการทำลายเชื้อ
Trichomoniasis อย่างแรง เพราะฉนั้น
ควรระวังไม่ให้ใช้ยาในปริมาณที่เกินจากกำหนด คือ 4 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
และให้กินต่อเนื่อง 3 วัน และให้กินเช่นนี้ทุกๆปี
เพียงปีละครั้งเท่านั้น
โรค Trichomoniasis นี้ ถ้าเราไม่รักษาหรือควบคุมอย่างต่อเนื่อง
มันจะเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพของนกเราอยู่เสมอ และจะทำให้อ่อนแอ
และยังติดโรคชนิดอื่นได้โดยง่ายเช่นกัน
วิธีการให้ยาของผมก็คือ ผมจะให้พ่อแม่นกที่กำลังป้อนลูกนกด้วยยา
Ridzol-S ติดต่อกัน 3 วัน ทุกๆ 2-3 เดือน
ส่วนลูกนกที่ได้ทำการแยกจากพ่อแม่นกได้ประมาณ 3 อาทิตย์นั้น ผมจะให้
Ridzol-S ในน้ำดื่มติดต่อกัน 3 วันเช่นกัน เมื่อลูกนกโตขึ้น
และมีอายุพอที่จะซ้อมเพื่อส่งเข้าแข่งขันได้แล้ว ผมจะให้ยาอีกครั้ง
โดยให้ยาชนิดอื่นที่ไม่ใช่ Ridzol-S เหตุผลก็เพราะว่า
ถ้าเราให้แต่ยาชนิดเดิมๆ มีโอกาสสูงที่เชื้อ Trichomonas
จะสามารถดื้อยาได้ และในช่วงฤดูการแข่งขันนั้น ผมก็จะกลับมาใช้
Ridzol-S อีกครั้ง โดยการให้เดือนละครั้งๆละวันครึ่ง
เช่นในวันอาทิตย์เย็น หลังจากที่นกกลับจากการแข่งขัน
และวันจันทร์อีกหนึ่งวันเต็ม
ผมจะให้วิตามินเสริมด้วยหลังการรักษาเพื่อให้นกมีความสดชื่นขึ้น
ถ้าคุณสามารถควบคุมโรคร้ายเหล่านี้ให้อยู่ห่างจากนกของคุณ
ผมมั่นใจว่าสุขภาพของนกแข่งของคุณจะแข็งแรงและให้ผลการแข่งขันที่ดีได้แน่นอน
ขอขอบคุณ
ข้อความจาก http://thaipigeonracing.bravehost.com/TPR/index.htm
ครับ