โครงสร้างของหลักสูตรใหม่ กศน.

หลักสูตรใหม่ กศน.ใช้ระบบหน่วยกิตไม่จำกัดปีจบ

         ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาหลักสูตร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า  ขณะนี้คณะทำงานกำลังวางระบบการจัดทำหลักสูตรดังกล่าวอยู่ โดยในหลักการจะใช้มาตรฐานหลักสูตรในทิศทางเดียวกับการศึกษาในระบบซึ่งมีความเข้มข้นพอ ๆ กัน โดยแบ่งเป็น

  • ระดับก่อนประถมศึกษา
  • ประถมศึกษา
  • มัธยมศึกษาตอนต้น
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย

ส่วนวิธีการจัดการเรียนการสอนจะเป็นการจัดตามระบบของ กศน.โดยมีหัวใจอยู่ที่ความเชื่อว่าผู้เรียนมีความรู้และประสบการณ์ติดตัวมาสามารถนำความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตร กศน.ได้ เพราะฉะนั้นแนวโน้มหลักสูตรใหม่ของกศน. คือ จะใช้ระบบหน่วยกิต ซึ่งจะไม่กำหนดว่าต้องเรียนกี่ปีจึงจะจบหลักสูตรแต่ละระดับ เพราะผู้เรียนมีทุนเดิมมาไม่เท่ากัน

ดร.ชัยยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงสร้างของหลักสูตรใหม่ในเบื้องต้นแต่ละระดับจะมีด้วยกัน 5 หมวด ได้แก่

  • หมวดทักษะการเรียนรู้
  • หมวดความรู้พื้นฐาน
  • หมวดพัฒนาอาชีพ
  • หมวดพัฒนาคุณภาพชีวิต
  • หมวดพัฒนาสังคม

ซึ่งแต่ละหมวดจะมีหน่วยกิตขั้นต่ำที่ต้องเรียน โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสามารถจัดให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนได้ โดยผู้เรียนต้องวางแผนอนาคตของตนเองก่อนว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร เช่น ถ้าต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็ต้องลงเรียนในหมวดความรู้พื้นฐานมากหน่อย แต่ถ้าต้องการประกอบอาชีพก็เลือกหมวดพัฒนาอาชีพเป็นหลัก เป็นต้น ทั้งนี้หลักสูตร กศน.ใหม่ดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ได้ทันปีการศึกษา 2552
 
“ทุกวันนี้ กศน.ใช้หลักสูตรการศึกษาพื้นฐานอยู่ แต่เมื่อประเมินแล้ว ปรากฏว่าผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนวิชาต่าง ๆ เพื่อให้ครบ ตามหลักสูตร แต่ไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปรับเนื้อหาหลักสูตรกันใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้เรียนมากขึ้น โดยเมื่อนำหลักสูตรใหม่มาใช้แล้ว ต่อไปผู้เรียน กศน.จะต้องใช้ชีวิตเหมือนกับคนเรียนรามฯ ที่ต้องมีการวางแผนวางเป้าหมายของชีวิตก่อน ซึ่งครู กศน.จะต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องช่วยนักศึกษาวางแผนการเรียนเป็นรายบุคคล” ผู้เชี่ยวชาญฯ กศน.กล่าว และว่าการใช้หลักสูตรใหม่ของ กศน.อาจจะส่งผลกระทบ  ต่อจำนวนผู้เรียนได้ แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นการสู้กันระหว่างปริมาณกับคุณภาพ ดังนั้นในระยะแรกเราคงต้องเน้นเรื่องคุณภาพก่อน เมื่อเรื่องของคุณภาพอยู่ตัวแล้วเรื่องปริมาณก็คงไม่ใช่เรื่องยาก.