ชื่อเรื่อง การศึกษาการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
ผู้วิจัย จรินทร์ ถาวรสิน
ปีที่วิจัย 2550
วัตถุประสงค์
1.เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
2. เพื่อเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามขนาดโรงเรียน และที่ตั้งโรงเรียน
กลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 2,002 คน
2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 322 คน ใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามขนาดโรงเรียนกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามเครจซี่ และมอร์แกน จำแนกเป็นครูในโรงเรียนขนาดใหญ่ 109 คน ขนาดกลาง 168 คน และขนาดเล็ก 45 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน รายละเอียดดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขนาดและที่ตั้งโรงเรียนที่ผู้ตอบแบบสอบถามปฏิบัติงาน มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 49 ข้อ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ในภารกิจงานของสถานศึกษา 4 งาน ได้แก่
- การบริหารวิชาการ
- การบริหารงบประมาณ
- การบริหารงานบุคคล
- การบริหารทั่วไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม ร่างแบบสอบถามตามสาระการศึกษาปัญหาการบริหารโรงเรียน ตามภารกิจงานของสถานศึกษา 4 งาน
2. นำร่างแบบสอบถามเสนอต่อประธานกรรมการและกรรมการควบคุม เพื่อให้คำแนะนำและเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมและความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้ทรงวุฒิ
1. นำแบบสอบถามที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิและประธานกรรมการและกรรมการไปทดลองใช้กับประชากรที่มิใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 ฉบับ เพื่อหาคุณภาพเครื่องมือ ด้วยการหาค่าอำนาจจำแนกรายข้อของแบบสอบถาม โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งได้ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง .38 ถึง .84
2. นำแบบสอบถามที่มีอำนาจจำแนกรายข้อมาหาความเชื่อมั่น โดยวิธีหา ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของคอนบราค ผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามรายข้อทั้งฉบับ มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา เท่ากับ .98
การวิเคราะห์ผล
1. ผู้วิจัยขอหนังสือจากภาควิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
2. รับหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 เพื่อขอเก็บข้อมูลจากครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา
3. นำส่งแบบสอบถามให้กับครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 322 ฉบับ และจัดเก็บด้วยตนเอง ได้แบบสอบถามกลับคืน 322 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100
4. นำแบบสอบถามมาวิเคราะห์ต่อไป
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
- นำแบบสอบถามมาประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC
แล้วนำมาแยกวิเคราะห์หาค่าดังนี้
1. นำแบบสอบถามที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียนมาให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของลิเคอร์ท กำหนดน้ำหนักคะแนนดังนี้
5 หมายถึง ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนมากที่สุด
4 หมายถึง ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนมาก
3 หมายถึง ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนปานกลาง
2 หมายถึง ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนน้อย
1 หมายถึง ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนน้อยที่สุด
การแปลความหมายของคะแนน ผู้วิจัยกำหนดเกณฑ์สำหรับการวัดระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตการศึกษาสระแก้ว เขต 1 โดยใช้คะแนนเฉลี่ย(Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนเป็นตัวชี้วัด โดยใช้เกณฑ์ของบุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว นำเสนอข้อมูลการวัดระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอน ดังนี้
4.51-5.00 หมายความว่า มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนมากที่สุด
3.51-4.50 หมายความว่า มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนมาก
2.51-3.50 หมายความว่า มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนปานกลาง
1.51-2.50 หมายความว่า มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนน้อย
1.00-1.50 หมายความว่า มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนน้อยที่สุด
2. วิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตการศึกษาสระแก้ว เขต 1 ด้วยสถิติค่าคะแนนเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
3. การทดลองสอบสมมติฐานที่ว่า การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามขนาดของโรงเรียน แตกต่างกัน ใช้สถิติทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA)
4. การทดสอบสมมติฐานที่ว่า การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามที่ตั้งโรงเรียน แตกต่างกัน ใช้สถิติการทดสอบค่าที ( t-test)
ผลการวิจัย
1. การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าการมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนอยู่ในระดับมาก 3 ด้าน ระดับปานกลาง 1 ด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบริหารทั่วไป ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารงานบุคคล
2. การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โรงเรียนในเขตเทศบาลและโรงเรียนนอกเขตเทศบาล แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ซ้ำ ๆๆๆ ของพี่ชายผมเอง
จะเน้นทำไมเนี๊ย เดี๋ยวคนอื่นเขารู้
อาจเป็นเพราะใจตรงกันโดยบังเอิญ...หนุ่มคนนั้นเป็นใครกันน้าาาา 555