ศึกษาประสิทธิภาพรูปแบบการแก้ไขปัญหานมแม่ในมารดาที่รับบริการ โรงพยาบาลส่งเสริมเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์
นางสาวพิมพ์ชนก แพสุวรรณ
นางรุ่งรัศมี แก้วมั่น
น.ส.พรทิพย์ โชคทวีพาณิชย์
นางสุพัตรา โค้วสุวรรณ
น.ส.วันเพ็ญ สุทธิโกมินทร์
เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างที่
ศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มศึกษา และกลุ่มเปรียบเทียบ โดยใช้การเยี่ยมบ้านให้แก่กลุ่มศึกษา และการประสานเครือข่ายในกลุ่มเปรียบเทียบ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงหลังคลอดที่มีปัญหาการให้นมแม่ ซึ่งได้รับการแก้ไข แนะนำการดูแลสุขภาพหลังคลอดก่อนกลับบ้าน และติดตามเยี่ยมบ้านหลังคลอดภายใน 2 สัปดาห์ทุกราย ในช่วงเดือนมีนาคม ถึง ธันวาคม 2549
จากผลการศึกษา พบว่าภายหลังการทดลอง
- ในกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบมีค่าคะแนนเฉลี่ยของความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value <0.05)
นอกจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ในกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบเฉลี่ย 5 เดือน และ 4.6 เดือน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ด้วยสถิติ Paired t-test พบว่าทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value >0.05)
- เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณในการดำเนินการติดตามแก้ไขปัญหานมแม่ ด้วยการเยี่ยมบ้านในกลุ่มทดลอง (เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง) พบว่าใช้งบประมาณสูงกว่า กลุ่มเปรียบเทียบ ซึ่งใช้วิธีการประสานเครือข่าย ไปรษณียบัตร และวิธีการโทรศัพท์ให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล
ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า รูปแบบการแก้ไขปัญหานมแม่ด้วยการเยี่ยม
บ้าน หรือการประสานเครือข่าย การติดตามอาการและให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ ขอโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ มีประสิทธิผลในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนได้ โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จ ได้แก่ การคัดกรองภาวะเสี่ยปัญหานมแม่ตลอดการแฝกครรภ์ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ และการกระตุ้นให้ทารกแรกเกิดได้ดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด รวมถึงการพยาบาลหญิงหลังคลอดที่ให้กำลังใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว และการทีมงานส่งเสริมสุขภาพจากสหสาขาวิชาชีพ เป็นต้น