บทอาขยานในสามัคคีเภทคำฉันท์ 

 

วรรณคดีเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์มีเนื้อความหลายตอนที่เหมาะสมจะใช้ท่องจำเป็นบทอาขยาน เช่น

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

      พุทธาทิบัณฑิต                        พิเคราะห์คิดพินิจปรา

รภสรรเสริญสา                              ธุสมัครภาพผล

ว่าอาจจะอวยผา                            สุกภาวมาดล

ดีสู่ณหมู่ตน                                  บนิราศนิรันดร

หมู่ใดผิสามัค                                คยพรรคสโมสร

ไป่ปราศนิราศรอน                         คุณไร้ไฉนดล

พร้อมเพรียงประเสริฐครัน           เพราะฉะนั้นแหละบุคคล

ผู้หวังเจริญตน                             ธุระเกี่ยวกะหมู่เข

พึงหมายสมัครเป็น                        มุขเป็นประธานเอา

ธูรทั่วณตัวเรา                              บมิเห็นณฝ่ายเดียว

ควรยกประโยชน์ยื่น                      นรอื่นก็แลเหลียว

ดูบ้างและกลมเกลียว                     มิตรภาพผดุงครอง

ยั้งทิฐิมานหย่อน                           ทมผ่อนผจงจอง

อารีมิมีหมอง                               มนเมื่อจะทำใด

ลาภผลสกลบรร                           ลุก็ปันก็แบ่งไป  

ตามน้อยและมากใจ                      สุจริตนิยมธรรม

พึงมรรยาทยึด                             สุประพฤติสงวนพรร

รื้อริษยาอัน                                 อุปเฉทไมตรี

ดั่งนั้นณหมู่ใด                             ผิบไร้สมัครมี

พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี                    รวิวาทระแวงกัน

หวังเทอญมิต้องสง                       สยคงประสบพลัน

ซึ่งสุขเกษมสันต์                          หิตะกอบทวิกา

ใครเล่าจะสามารถ                        มนอาจระรานหาญ

หักล้างบแหลกลาญ                     ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน

ป่วยกล่าวอะไรฝูง                        นรสูงประเสริฐครัน

ฤๅสรรพสัตว์อัน                           เฉพาะมีชีวีครอง

แม้มากผิกิ่งไม้                            ผิวใครจะใคร่ลอง

มัดกำกระนั้นปอง                        พลหักก็เต็ม

เหล่าไหนผิไมตรี                        สละลี้ณหมู่ตน

กิจใดจะขวายขวน                      บมิพร้อมมิเพรียงกัน

อย่าปรารถนาหวัง                      สุขทั้งเจริญอัน                                  

มวลมาอุบัติบรร                          ลุไฉนบได้ม

ปวงทุกข์พิบัติสรร                       พภยันตรายกลี

แม้ปราศนิยมปรี                          ติประสงค์ก็คงสม

ควรชนประชุมเช่น                      คณะเป็นสมา

สามัคคิปรารม                            ภนิพัทธรำพึง

ไป่มีก็ให้มี                                 ผิวมีก็คำนึง

เนื่องเพื่อภิยโยจึง                       จะประสบสุขาลัยฯ

ถอดความ

                ผู้รู้ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น  ได้ใคร่ครวญพิจารณากล่าวสรรเสริญว่าชอบแล้วในเรื่องผลแห่งความพร้อมเพรียงกัน  ความสามัคคีอาจอำนวยให้ถึงซึ่งสภาพแห่งความผาสุก ณ หมู่ของตนไม่เสื่อมคลายตลอดไป  หากหมู่ใดมีความสามัคคีร่วมชุมนุมกัน ไม่ห่างเหินกัน สิ่งที่ไร้ประโยชน์จะมาสู่ได้อย่างไร  ความพร้อมเพรียงนั้นประเสริฐยิ่งนัก  เพราะฉะนั้นบุคคลใดหวังที่จะได้รับความเจริญแห่งตนและมีกิจธุระอันเป็นส่วนรวม  ก็พึงตั้งใจเป็นหัวหน้าเอาเป็นธุระด้วยตัวของเราเองโดยมิเห็นประโยชน์ตนแต่ฝ่ายเดียว  ควรยกประโยชน์ให้บุคคลอื่นบ้าง นึกถึงผู้อื่นบ้าง ต้องกลมเกลียว มีความเป็นมิตรกันไว้  ต้องลดทิฐิมานะ  รู้จักข่มใจ  จะทำสิ่งใดก็เอื้อเฟื้อกันไม่มีความบาดหมางใจ  ผลประโยชน์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็แบ่งปันกันไป  มากบ้างน้อยบ้างอย่างเป็นธรรม  ควรยึดมั่นในมารยาทและความประพฤติที่ดีงาม  รักษาหมู่คณะโดยไม่มีความริษยากันอันจะตัดรอนไมตรี  ดังนั้นถ้าหมู่คณะใดไม่ขาดซึ่งความสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันอยู่เสมอ ไม่มีการวิวาท และระแวงกัน ก็หวังได้โดยไม่ต้องสงสัยว่า  คงจะพบซึ่งความสุข ความสงบ และประกอบด้วยประโยชน์มากมาย  ใครเล่าจะมีใจกล้าคิดทำสงครามด้วย  หวังจะทำลายล้างก็ไม่ได้  ทั้งนี้เพราะความพร้อมเพรียงกันนั่นเอง  กล่าวไปไยกับมนุษย์ผู้ประเสริฐหรือสรรพสัตว์ที่มีชีวิต  แม้แต่กิ่งไม้หากใครจะใคร่ลองเอามามัดเป็นกำ  ตั้งใจใช้กำลังหักก็ยากเต็มทน  หากหมู่ใดไม่มีความสามัคคีในหมู่คณะของตน  และกิจการอันใดที่จะต้องขวนขวายทำก็มิพร้อมเพรียงกัน  ก็อย่าได้หวังเลยความสุขความเจริญจะเกิดขึ้นได้อย่างไร  ความทุกข์พิบัติอันตรายและความชั่วร้ายทั้งปวง  ถึงแม้จะไม่ต้องการก็จะต้องได้รับเป็นแน่แท้  ผู้ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่คณะหรือสมาคม  ควรคำนึงถึงความสามัคคีอยู่เป็นนิจ  ถ้ายังไม่มีก็ควรจะมีขึ้น  ถ้ามีอยู่แล้วก็ควรให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปจึงจะถึงซึ่งความสุขความสบาย