บันทึกชื่อ"มาดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานกันแบบ 360 องศา"
โดย น้องเภสัชกรชื่อ ภญ.ปราณี ลัคนาจันทโชติ
"จริงอยู่ที่ว่าโอกาสไม่ได้มาถึงเราง่ายๆ แม้ว่าโอกาสนั้นจะเข้ามาในตอนที่ไม่พร้อมจะรับสักเท่าไร เนื่องจาก คิวงานค่อนข้างจะเต็มเหยียดแบบต้องเบ่งแล้วเบ่งอีก สิ่งที่ต้องรับมือช่างมากมาย ทั้งงานให้บริการผู้ป่วย งานเอกสาร เพื่อตอบโจทย์งานคุณภาพ งานองค์รวม งานที่บ่งบอกความมีหัวใจมนุษย์....
โอ..พระเจ้า ท่านช่างต้องการอะไรที่มากมายเกินมนุษย์จะสรรสร้างได้ แต่ต้องขยับ ต้องทำ ต้องพยายามจัดสรรอย่างเต็มกำลังเพื่อให้สามารถรับสิ่งใหม่ๆเพิ่มมาได้อีก ที่น่าจะเป็นโอกาสในการกำหนดทิศทางด้วยบริบทของเราเอง ไม่ใช่เพียงรอนโยบาย การสั่งการ และเป็นการสร้างที่เกิดจากการหลอมหัวใจเราเพื่อการบริการผู้ป่วย ซึ่งในที่สุดจะตอบได้ทุกโจทย์ได้โดยง่ายดาย จึงหวังความสบายในอนาคตที่ต้องฝ่าฟันความลำบากไปก่อน...
ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับมืออาชีพอย่างคุณหมออารยา อาจารย์วัลลา อาจารย์หมอสมเกียรติ์ ได้พบปะ อาจารย์อนุวัตร ในแบบสบายๆ เดินไปมากอดอกแบบเอนศีรษะทำมุมกับเอว 25 องศง เอียงคอมองพวกเรา ทำกิจกรรม ไม่ใช่ภาพประทับในแบบคุณครู ผู้สั่งการให้โรงพยาบาลทำแบบนั้นแบบนี้ แล้วของเดิมก็ต้องทำอยู่ ..... (โอย! )
ก้าวเข้าไป...เพราะคำว่า “การจัดการความรู้โรคเบาหวาน” ต่อเนื่องด้วย “ outcome papping”ผลลัพท์ ครั้งนี้มีความรู้สึกดีๆ เริ่มต้นจากการการรวมพลคนดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน อยู่คนละหน่วยงาน โรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุข สถานีอนามัย ต่างวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาลและตัวข้าพเจ้า เภสัชกร
ได้มารู้มาดูว่าใครทำอะไรให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานบ้าง และได้ค้นหาความฝันจากเป้าหมายเดียวกันคือมุ่งสู่การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดี เกิดภาพชัด ได้เห็นเข็มมุ่งในทุกภาคส่วน ทราบจุดยืน ในบริบทตนเอง เกิดความคาดหวังมีพลังว่า ที่นี่ที่กำลังอยู่ กำลังยืน มีเพื่อนที่คิดฝันแบบเดียวกัน เพียงแต่มีหน้าที่บทบาทต่อผู้ป่วยต่างกัน รับรู้ปัญหาแบบมองตาก็เข้าใจ
เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดสู่กันฟัง ก็มันหยดมีรสชาติเหมือน แฟนคลับลูกหนัง เรียกว่า “ถึงกึ๋น” แล้วเรายังพบว่ายังมีรายละเอียดของ “กึ๋น” อีกมากมายที่ชวนให้ติดตาม จากที่คิดว่ารู้.....ได้รู้เพิ่ม....รู้ได้อีก....และยังอีกมากมายที่ยังไม่รู้ ที่ว่ารู้นะไม่ใช่ ความรู้เรื่องโรค เรื่องยา หรอกนะ เป็นเรื่องการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีมหภาพแห่งมิติ
อยากบอกว่าการทำงานครั้งนี้ไม่ได้รับการชี้แจงมากมายว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพียงแต่ได้รับการเชิญให้มาประชุม ราวกับเดินทาง...ตามหาฝันด้วยความรู้สึกมั่นคงว่า...จะหาฝันให้พบ และก็ไม่ผิดหวัง สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือ เจตนารมณ์ เพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เมื่อ น้องสุภาพรรณ โทรมา ชวนเข้าประชุม เข้าร่วมงาน มีความมั่นใจ เต็มร้อยในการที่จะขอโอกาสเข้าร่วมขบวนการ แม้ภาระที่มีจะทับถมอยู่ก็ขอลองสักตั้ง อาจจะเป็นที่นี่ที่มีเครื่องผ่อนแรงของงานที่ทำอยู่ แล้วยังทำให้งานที่ฝันก้าวต่อไปได้ ผลสรุปในการกระบวนการครั้งนี้ ขอบอกว่ามีเหนื่อย มีหนักโดยเฉพาะการบ้าน งานมอบหมายจาก คุณครู วัลลา ตอนมหกรรมเบาหวานวันที่ 3-4 สิงหาคม 2552
เป็นเรื่องง่ายๆ ที่โคตระยากเย็นมาก แต่คุ้มค่า....ได้เรียนรู้ในแบบที่ว่า “ไม่ลองไม่รู้” มันยากมากตรงที่ไม่เคยผ่าน ป. 1 ก็ได้ทำ ระดับมหาวิทยาลัย ทั้งเรียนรู้ theme ทั้งประสาน ทั้งแสดง และสื่อสาร ให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าใจ โดยที่ ข้าพเจ้าก็กำลังเรียนรู้ด้วยเช่นกัลล์ ... ค่าโทรศัพท์ ระเบิด... สามีเหล่ตามอง.....แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีเรื่องใดที่ผิดหวังและทำให้ความมั่นใจที่มีต่อ ทีมงานและเพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านที่ได้พบเจอลดน้อยถอยไป แม้แต่น้อย"
เป็นบันทึกที่ร่ายยาวมากแต่ละตอนได้รับรู้ถึงพลังของการให้
ขอบคุณค่ะ