ปิดอ่าวทำไม ?

       ประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพทำประมงทะเลที่อยู่จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะทราบดีว่า การปิดอ่าวคืออะไร และปิดอ่าวเพื่ออะไร  ทำไม

       ขอทำความเข้าใจในส่วนนี้ก่อนว่าการปิดอ่าวที่ชาวประมงพูดกันนั้นคืออะไร แลกเริ่มนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทย โดยเฉพาะทะเลฝั่งอ่าวไทยมีทรัพยากรสัตว์น้ำที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งมีวงจรชีวิตช่วงหนึ่งต้องอาศัยพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งวางไข่และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี   

       เมื่อมีทรัพยากรสัตว์น้ำมาก ชาวประมงก็ได้วิวัฒนาการเครื่องมือทำการประมงที่ทันสมัยสามารถจับสัตว์น้ำได้ครั้งละมาก ๆ และไม่คำนึงถึงการอนุรักษ์ ใครมีอำนาจเงินในการลงทุนสูงก็สามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์น้ำได้มาก เมื่อเป็นนี้ทำให้เป็นการตัดวงจรชีวิตของปลาทู โดยเฉพาะช่วงสำคัญ คือ ช่วงการวางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของปลาทูที่มีในอดีตลดลงอย่างน่าใจหาย

       กรมประมง ซึ่งมีหน้าที่ให้การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ จึงได้ทำการศึกษาวิจัยวงจรชีวิตของปลาทู และได้ข้อสรุปว่าในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ปลาทูจะอพยพมาจากทางตอนบนของอ่าวไทย (จังหวัดจันทบุรี ตราด) มาวางไข่และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน บริเวณเกาะเต่า เกาะพงันและหมู่เกาะอ่างทองจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วจากนั้นก็จะอพยพตามแนวชายฝั่งทะเลเพื่อกลับไปยังที่เดิม และนอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาถึงเครืองมือทำการประมงที่มีผลกระทบต่อปลาทู ซึ่งพบเครื่องมือทำการประมงที่มีผลกระทบมีอยู่ 5 ประเภท เมื่อศึกษาแล้วได้ข้อสรุปกรมประมงจึงเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อออกเป็นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ในท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งที่ชาวประมงรู้กันในนาม " การปิดอ่าว " ซึ่งสาระสำคัญของ ประกาศ ฯ คือ

   1. เพื่อป้องกันมิให้พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำและสัตว์น้ำวัยอ่อนถูกจับมาใช้ประโยชน์ก่อนเวลาอันควร

   2. เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำมีโอกาสวางไข่แพร่ขยายพันธุ์ และสัตว์น้ำวัยอ่อนสามารถเจริญเติบโตส่งผลให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

เครื่อ งมือทำการประมงที่ห้าม

  1. อวนลากทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือกล ยกเว้นอวนลากเดี่ยวที่ขนาดความยาวเรือต่ำกว่า 16 เมตร ทำการประมงในเวลากลางคืนได้

   2. อวนล้อมจับทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือกล    3. อวนติดตาที่ใช้ประกอบเรือกล

   4. อวนครอบอานช้อน หรืออวนยกที่ใช้ประกอบ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำการประมงปลากะตัก

   5. อวนรุนที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีความยาวเกินกว่า 14 เมตร

ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

                จะเห็นว่าการประกาศ ฯ ดังกล่าว มิได้ครอบคลุมเครื่องมือทำการประมงทุกประเภท ทั้งนี้เพื่อให้ชาวประมงสามารถใช้เครื่องมือประเภทอื่นประกอบอาชีพได้ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด