การออกเสียงภาษาอังกฤษ (Pronunciation)
โดยพ.ท.หญิงปัณฑิตาวีสเพ็ญ
หลายๆทานคงมีประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจนัก เวลาที่ต้องสนทนาภาษาอังกฤษ
กับชาวต่างประเทศ เนื่องจากชาวต่างประเทศไม่เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร
ออกไป ทั้งๆที่หลายๆท่านก็มีความรู้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดี แต่เวลาสนทนากับ
เจ้าของภาษาทีไรต้องมีการพูดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เนืองๆ จนทำให้ขาดความมั่นใจในการ
สื่อสารไปเลย คนไทยส่วนใหญ่เวลาออกเสียงภาษาอังกฤษจะเน้นทุกพยางค์ให้
ชัดเจน เหมือนกับที่เราออกเสียงภาษาแม่ ภาษาไทยจัดว่าเป็น syllable-timed
language คือเป็นภาษาที่ออกเสียงเน้นหนักเท่ากันทุกพยางค์ในคำ และทุกคำใน
ประโยค ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ใช้หลักการเดียวกันนี้ในการออกเสียงภาษาอังกฤษ
ซึ่งยังไม่ค่อยถูกต้องนัก เช่น คำว่า tiger หลายคนคุ้นกับการออกเสียงว่า ไท เก้อร จะ
เน้นหนักทั้งสองพยางค์ จริงๆแล้วคำนี้เจ้าของภาษาจะออกเสียงว่า TI-ger (ไท้-
เกอ) จะเน้นเสียงหนักพยางค์แรก เพราะภาษาอังกฤษจัดได้ว่าเป็น stress-timed
language คือ จะออกเสียงเน้นหนักเฉพาะพยางค์ในคำ (WORD STRESS)หรือคำที่
ต้องการเน้นในประโยค (SENTENCE STRESS) ส่วนพยางค์หรือคำที่ไม่เน้นเสียง
หนักจะมีการลดเสียงสระและพูดรวบรัดเหมือนพูดอยู่ในลำคอ ดังนั้นคนไทยควรให้
ความสำคัญกับการเน้นเสียงหนักในคำที่มีตั้งแต่สองพยางค์ขึ้นไป การออกเสียง
ภาษาอังกฤษนั้นจะต้องรู้วิธีการออกเสียงพยัญชนะและสระในภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง
ด้วย เช่น เสียง / f / เวลาออกเสียงจะใช้ฟันบนสัมผัสริมฝีปากล่างแล้วเปล่งเสียงให้
ลมมันเสียดแทรกออกมา โดยมีการสั่นที่เส้นเสียงด้วย ฟังดูคล้ายๆเสียง / ฟ /
อย่างไรก็ตามบทความนี้จะไม่ลงรายละเอียดในเรื่องพยัญชนะและสระ แต่จะขอ
กล่าวถึงอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกันในการออกเสียง นั่นคือ การเน้นเสียง
หนักเฉพาะพยางค์ในคำ (Stress) การเน้นเสียงหนักในคำที่ต้องการเน้นในประโยค
(SENTENCE STRESS) ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆท่านยังไม่คุ้นเคยเท่าใดนัก แต่ท่านจะ
ได้วิธีการออกเสียงให้ถูกต้องเพื่อนำกลับไปฝึกเอาเองเวลาท่านมีโอกาสโดยไม่
ยากเย็นนัก
การเน้นเสียงหนักในภาษาอังกฤษหมายถึง การออกเสียงพยางค์ที่กำหนดไว้
ดังกว่า ยาวกว่า ชัดกว่าพยางค์อื่นๆที่ไม่ได้เน้น การเน้นเสียงหนักแบ่งเป็น ๓ ระดับ
คือ การเน้นเสียงหนักมาก (primary stress แทนโดยใช้ตัวหนา) เช่น คำว่า Notice
(โน้ทิส) การเน้นเสียงหนักพอประมาณ (secondary stress แทนโดยใช้ตัวเอียง)
ส่วนใหญ่จะพบในคำที่มีตั้งแต่สองพยางค์หรือมากกว่า เช่น คำว่า ExplaNation และ
UNderSTAND การไม่ลงเสียงหนัก (weak stress) เช่น คำว่า attempt (เออะเท้มท์)
พยางค์แรกจะไม่ลงเสียงหนัก คำทุกคำในภาษาอังกฤษต้องมี การเน้นเสียงหนักมาก
หนึ่งพยางค์ แต่ไม่ใช่ทุกคำจะมีการเน้นเสียงหนักทั้ง ๓ ระดับ หลายคำมีแค่ primary
stress และ secondary stress เช่น HEADACHE ACCENT
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าคำแต่ละคำจะเน้นเสียงหนักพยางค์ใด เพราะว่าคำศัพท์ใน
ภาษาอังกฤษมีมากมายจนนับไม่ถ้วน วิธีที่ดีที่สุดคือการมีพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-
ภาษาอังกฤษไว้ดู ซึ่งจะเห็นสัญญลักษณ์ Phonetics ที่แสดงการออกเสียง รวมถึง
การเน้นเสียงหนักในคำให้ดูด้วย อย่างไรก็ตามก็มีหลักให้จดจำดังนี้
1. คำนามที่มี สองพยางค์ส่วนใหญ่ จะออกเสียงเน้นหนักพยางค์แรก เช่น
DOCtor FARmer DENtist TEAcher TYpist IMport TOOTHbrush
เป็นต้น
2. คำนามที่มีสองพยางค์หลายๆคำ เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา ถ้าทำ
หน้าที่เป็นคำนามจะออกเสียงเน้นหนักพยางค์แรก ถ้าทำหน้าที่เป็น
คำกริยาจะออกเสียงเน้นหนักพยางค์หลัง