โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ คือ จุดแตกหักของระบบสุขภาพในอนาคต
โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ คือ จุดแตกหักของระบบสุขภาพในอนาคต
วันที่ ๒๙ กันยายน ๕๒ เข้าประชุมสรุปประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
เริ่มประชุม ๐๙.๓๐ น. คุณมารดี วิทยาดำรงชัย บรรยายแนวทางการดำเนินงาน
นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนเีรียนรู้กันดังนี้
- อำเภอเมือง ได้รับงบประมาณจาก PP.Areabase ดำเนินการ จำนวน ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท
- อำเภอเรณููนคร มีกิจกรรม การประชุมชี้แจงโครงการแก่ผู้บริหาร / การอบรมครูอนามัยโรงเรียน แกนนำเด็กไทยทำได้ / การออกประเมินโรงเรียน / การออกประกวด เด็กไทยทำได้ โดยมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยเครือข่ายของท้องถิ่น ครู จนท.สาธารณสุข โดยใช้เกณฑ์ชี้วัดมาตรฐาน / องค์ประกอบที่ไม่ผ่าน ส่วนใหญ่ได้แก่ องค์ประกอบที่ ๑ และ องค์ประกอบที่ ๘ ปัญหาและการแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่โรงเรียนแก้ไขปัญหาเอง อปท. ช่วยสนับสนุน
- อำเภอปลาปาก กิจกรรม การประชุมชี้แจงแก่ครูอนามัยโรงเรียน เจ้าหน้าที่ โดยใช้งบ PP.com ของสถานีอนามัย ปัญหาอุปสรรค ขาดการนิเทศติดตามประเมินผล
- อำเภอธาตุำพนม มีการแต่งตั้งคณะกรรมการออกประกวดผลการดำเนินงานเด็กไทยทำได้และโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โดยแต่ละสถานีอนามัยร่วมกับโรงเรียนได้มีการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยในปี ๒๕๕๒ มีการพัฒนาขึ้นมา โดยขึ้นได้ระดับเพชร ระดับทอง มากขึ้น / ด้านสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องส้วมและความปลอดภัยของอาหาร /ด้านทันตสุขภาพ ปัญหาทันตสุขภาพลดลง โรงเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มีปัญหาเรื่องขนมกรุ๊ปกรอบในโรงเรียน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ การรับทราบนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การวิเคราะห์สภาพปัญหา การยกย่องชมเชยให้กำลังใจ นโยบายของผู้บริหารในทุกระดับ ปัญหาอุปสรรค โรงเรียนขาดงบประมาณในการพัฒนา / การจำหน่ายเครื่องดื่ม อาหาร ในโรงเรียน (บางแห่งมีการทำสัญญาระหว่างแม่ค้ากับโรงเรียน ) ข้อเสนอแนะ ขอสนับสนุนจากท้องถิ่น บางแห่งก็สนับสนุนดี /ให้ผู้บริหารระดับ สพท. มีหนังสือแจ้งหรือกำหนดระเบียบข้อบังคับต่างๆ
- อำเภอนาแก ปัญหา คือ ความเข้าใจในระบบการทำงาน การไม่บันทึกข้อมูล การไม่ได้ทำ มีโครงการ คือ โครงการพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลผ่านเวบไซต์ โครงการพัฒนา อย.น้อย ในพื้นที่มีโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การป้องกันโรคไข้เลือดออกในโรงเรียน/ชุมชน ทำให้ ๑ เครือข่าย PCU นำร่อง โครงการเตรียมความพร้อมก่อนออกเป็นเยาวชน โครงการออกบริการทันตกรรมในโรงเรียน โครงการป้องกันไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ มีการซ้อมแผน การตรวจสุขภาพนักเรียนโดยเจ้าหน้าที่ตามเกณฑ์ ปัญหา ตัวเจ้าหน้าที่ในเรื่องของการเปลี่ยนงาน ศักยภาพความรู้ทักษะในการทำงาน ปัญหาในโรงเรียน ครู อาจารย์เปลี่ยนใหม่/เปลี่ยนผู้รับผิดชอบ ครูอนามัยโรงเรียน ปัญหาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขย้ายเปลี่ยนเนื่องจากได้รับตำแหน่งสูงขึ้น สิทธิ์เสรีภาพส่วนบุคคล มีการร้องเรียนด้านทันตกรรม การฉีดวัคซีนในโรงเรียน ต้องมีการทำหนังสือแจ้งผู้ปกครอง การประสานงานกับโรงเรียน งบประมาณ การสนับสนุนจากท้องถิ่น แนวทางแก้ไขปัญหา งบประมาณ การกำหนดกิจกรรมที่บูรณาการกัน มีคู่มือแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน อบรมชี้แจงต้นปีงบประมาณ สนับสนุนการจัดกิจกรรม อบรมผู้นำนักเรียน
- อำเภอวังยาง ปัญหา โรงเรียนเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานบ่อย / งบประมาณล่าช้า /ข้อเสนอแนะ สิ่งสนับสนุนจากจังหวัด ในส่วนโครงการเด็กไทยทำได้ มีการจัดทำโครงการ ประสานงาน ออกดำเนินการ สรุปผลการประเมินให้ สสจ. ผลการประเมิน สรุปว่า ระดับทองทั้ง ๑๖ แห่ง เคล็ดลับ นำครูอนามัยโรงเรียนและพาไปศึกษาดูงานโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน / มีการบูรณาการทุกงานเข้าสู่การอบรมในโรงเรียน ข้อเสนอแนะ สสจ. ควรจัดงบในการออกประเมินด้วย เพราะผู้ที่ออกประเมิน คือ ผู้บริหารในโรงเรียน ด้วย
- อำเภอโพนสวรรค์ ขั้นตอนดำเนินงาน จัดทำโครงการ แต่งตั้งกรรมการ ประชุม จัดทำแผนประเมิน ดำเนินการประเมิน รายงานผล ระดับทอง ๖ แห่ง ทองแดง ๑๖ แห่ง ปัญหาอุปสรรค บุคลากรโยกย้ายบ่อย ขาดความต่อเนื่อง ครูให้ความสนใจน้อย ประสานงานล่าช้า ผู้ประเมินเข้าใจเกณฑ์น้อย มีการจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่ ครู ให้เข้าใจตรงกัน
- อำเภอท่าอุเทน ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกแห่ง ไม่มีระดับทอง โรงเรียนมัธยมจะส่งเข้าประเมินในระดับเพชร/ เด็กไทยทำได้ ยังเป็นปัญหา แต่ ร้อยละ ๓๖.๕ ปัญหาอุปสรรค สิ่งแวดล้อม ส้วมไม่ได้มาตรฐาน โรงอาหารห้องครัว ไม่ได้มาตรฐาน มีการโยกย้ายครูที่รับผิดชอบงาน เพราะเกณฑ์เยอะ ยาก ไม่เข้าใจ บางโรงเรียน ครูทำงานดี แต่ผู้บริหารไม่ WORK ส่วนของงานระดับอำเภอ งานเยอะ ดูแลไม่เต็มที่ ข้อเสนอแนะ พาครูไปศึกษาดูงาน (ผู้บริหารไม่สนับสนุน) ยอมรับว่าไม่ได้ออกประเมินเอง
- อำเภอศรีสงคราม มีการติดตามประเมินผล โดยทีม คปสอ.ศรีสงคราม และ มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากระดับเงิน เป็นทอง การประกวดจังหวัด รองชนะเลิศ อันดับ ๑ โรงเรียนประถมศึกษาระดับกลาง / ปัญหา มีโรงเรียนจำนวนมาก ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ / ปี ๒๕๕๓ จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการทุกภาคส่วนออกร่วมดำเนินการประเมินผล (ให้มีการประเมินไขว้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน มีเวทีนำเสนอผลงานเด่นของเครือข่าย)
-
อำเภอนาหว้า ปัญหาอุปสรรค ขาดความกระตือรือล้นในระดับพื้นที่ / งบประมาณโอนที่ CUP ไม่สามารถนำไปสนับสนุนการดำเนินงานได้ / ภาระงานที่มากขึ้น โดยเฉพาะคนทำงานที่ สสอ. / โรงเรียนไม่สนใจโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ จะไปสนใจการทำอาจารย์ ๓ เพราะค่าตอบแทนได้มาก / เจ้าหน้าที่มีน้อย / ขาดแรงจูงใจเช่น รางวัล ประกาศนียบัตร / ฝากงบประมาณ การกระตุ้นระดับนโยบาย
- อำเภอบ้านแพง มีการประชุมครูอนามัยโรงเรียนทุกปี / มีการประเมินงานอนามัยโรงเรียนโดยทีมของอำเภอ มีการกำหนดนโยบายให้มีระดับทองอย่างน้อย สอ.ละ ๑ แห่ง ทำให้มีระดับทองสูงถถึงร้อยละ ๓๐ มีกิจกรรมอื่นๆ ในการสนับสนุน เช่น การอบรมแกนนำนักเรียนด้านอาหารปลอดภัย การประกวดโรงเรียนด้านอาหารปลอดภัยในโรงเรียน สนับสนุนโรงเรียนในเรื่องรางวัลของการประกวด ปัญหาอุปสรรค เหมือนกันกับทุกแห่ง งานโรงเรียนส่งเสิรมสุขภาพเป็นงานเล็กๆ เท่านั้น
- อำเภอนาทม ดำเนินการแล้วไม่ค่อย Work แต่มีตำบลที่ทำได้ดี ที่เป็นตัวอย่างในเรื่อง การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่นและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง / กิจกรรม ประชุมแต่งตั้งคณทำงานโดยได้รับการสนับสนุนจากสถานีอนามัยและ อบต. โดย อบต.สนับสนุนหลายแสน ในการประกวดมีงบสนับสนุนล่วงหน้า ๒๐๐๐ บาท และมีการประเมิน ๒ รอบ ต้นปีงบประมาณ ประเมินและให้คำแนะนำ ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๑๔-๑๕ กรกฏาคม ๒๕๕๒ /กิจกรรมมหกรรมสุขภาพของตำบล กิจกรรมการประกวดอาหาร เมนูชูสุขภาพ โรงเรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนได้ การประกวดออกกำลังกายประกอบดนตรี การตอบคำถามในด้านการส่งเสริมสุขภาพ ทั้ง ๕ หมวด ปัญหาอุปสรรค งบประมาณ /ภาระงานของครู / ผู้บริหารสนใจน้อย / การประสานงานกิจกรรมยังไม่ครอบคลุม ข้อเสนอแนะ อยากให้ถือเป็นภาระกิจของโรงเรียน สสอ. ไม่มีงบประมาณ สื่อ การสนับสนุนไม่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ
การวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมจังหวัด
โอกาส
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระราชดำริส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนวัยเรียนมีสุขภาพดี มีพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและมีคุณภาพชีวิตที่ีดี
- การทรวงสาธารณสุขทำ MOU ถึงกระทรวงศึกษาธิการด้านโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อขยายผลให้ครอบคลุม
- กรระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางปี ๒๕๕๑ แและเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาท้องถิ่นโดยประยุกต์ภูมิปัญญา บทเรียนการพัฒนา/วิถีการชุมชน ทุกภาคส่วนเข้าสู่หลักสูตรและหน่วยการเรียนรู้ในท้องถิ่น
- มีมาตรฐานการประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับประเทศ แและกำหนดรางวัลเป็นแรงจูงใจแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการหลายระดับ เช่น ทองแดง เงิน ทอง และระดับเพชร
- มีคณะกรรมการกำกับละติดตามผลการประเมินโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเขตมีการบูรณาการร่วมมือทุกภาคส่วน
อุปสรรค
- กระแสภายใต้การพัฒนาภายใต้โลกาภิวัฒน์ ค่านิยมด้านวัตถุ มีผลกระทบต่อการปรับตัวและทักษะชีวิตของเยาวชน เช่น พฤติกรรมการบริโภค การใช้อินเตอร์เน็ท การรับรู้ส่งต่อข้อมูลข่าวสาร ภาวะเสี่ยงด้านสังคมวัฒนธรรม
- มีการเปลียนแปลงนโยบาย มาตรฐานตัวชี้วัด ระดับกระทรวง ส่งผลต่อการรับรู้และนำไปปฏิบัติ
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังขาาดการสนับสนุนแผนงาน/งบประมาณ และเชื่อมโยงกับระเบียบที่ดำเนินการได้ยุ่งยากมาก
- ชุมชนขาดการเรียนรู้และเข้ามาสนับสนุน หรืออมีส่วนร่วมจริงจังเพราะเข้าใจว่าโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป็นภาระของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- ชุมชนขาดการสนับสนุนและเรียนรู้ หรือมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
จุดอ่อน
- ผู้บริหารสถานศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดดความเข้าใจ ควบคุมกำกับการดำเนินโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
- หลักสูตรของสถานศึกษาไม่สอดคล้องกับระบบการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง ตลอดจนครูผู้สอนขาดความรู้ไม่ใช่ภาระกิจโดยตรง
- นโยบายระดับจังหวัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สพท. ไม่เชื่อมโยง ยุทธ กับ งานไปด้วยกัน
จุดแข็ง
- สสจ.นครพนม มีแผนยุทธ ที่กำหนดชัดและมีฝ่าย จนท.ผู้รับผิดชอบชัดเจน
- มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สพท.เขต ๑ / ๒
- มีกรรมการติดตามผลการประเมินระดับจังหวัด
- มีทีมวิทยากรครอบคลุมทุกอำเภอ
- มีการจัดทำ/พัฒนาระบบรายงานที่สามารถวิเคราะห์/ประเมินผลแยกรายโรงเรียน
- มีเครือข่ายการทำงาน
- โรงเรียนมีคณะกรรมการสถานศึกษา ที่ครอบคลุม
หลังงานไหลเรือไฟ จะจัดประชุมในภาพรวมของจังหวัด โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
กลับไปขอให้ไป CHECK ระบบรายงานใน E-report ด้วย ข้อมูลตรงไหนไม่มีให้ดำเนินการ
ยังมีต่อนะ
ดิฉันเคยทำงานที่สำนักโรคเอดส์ ฯ กระทรวงสาธารณสุขมาก่อน ตอนนี้ผันตัวมาเป็นอาจารย์ภาควิชาการสื่อสารสุขภาพ คณะนิเทศศาสตร์ ม.หัวเฉียว ฯ ดีจังเลยค่ะที่เป็นคนทำงานด้านสุขภาพใช้เทคโนโลยี่การสื่อสารเพื่อการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และขยายผลการทำงานให้รวดเร็วขึ้น และจะยิ่งดีขึ้นนะคะถ้าจะมีคนมาร่วมวงมาก ๆ และช่วยกันสังเคราะห์ รวมทั้งให้ข้อเสนอในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในครั้งนี้เห็นแค่การวิเคราะห์สถานการณ์ อยากให้ลองดูเรื่องการเสนอแนะแนวทางการทำงานด้วย การหลอมรวมทรัพยากร (ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่เงินเท่านั้น) ทั้งคน เวลา อุปกรณ์ มาร่วมกันแบบลงแขก คงจะทำให้เราร่วมด้วยช่วยกัน ทำงานสำเร็จลุล่วงได้ดีแน่ ๆ ค่ะ และจะคอยติดตามนะคะ