คำสมาสในสามัคคีเภทคำฉันท์

 

 

คำสมาส คือ การสร้างคำใหม่ในภาษาบาลีสันสกฤต  เกิดจากการนำคำบาลีสันสกฤตตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมารวมกันเป็นคำคำเดียวกัน  ในเรื่องสามัคคีเภทมีคำสมาสอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่จะขอประมวลคำเหล่านี้พอเป็นตัวอย่างดังนี้

 

 

ตัวอย่างคำสมาสในสามัคคีเภทคำฉันท์ 

 

ยุกติบาฐบูรณ์ =       ยุกติ  +  บาฐ  +  บูรณ์   (เรื่องอันชอบด้วยเหตุผล)

พุทธพจน์       =       พุทธ  +  พจน์  ( คำพูดของพระพุทธเจ้า)                  

ราชวัต           =       ราช  +  วัต   (หน้าที่และความประพฤติแห่งพระราชา) 

ภิทโทษ          =       ภิท  +  โทษ  (โทษของความแตกแยก)

ทศธรรม        =       ทศ  +  ธรรม  (ธรรม ๑๐ ประการ)

สิกขสภา        =       สิกข  +  สภา   (ห้องเรียน )           

พาหิรภาค      =       พาหิร  +  ภาค  (ส่วนภายนอก)

เศวตฉัตร       =       เศวต  +  ฉัตร  (ฉัตรสีขาว)

ศิลปศาสตร์    =       ศิลป  +  ศาสตร์  (วิชาศิลปะ)

ราชบุรุษ        =       ราช  +  บุรุษ  (คนของพระราชา)                  

ราชวัลลภ      =       ราช  +  วัลลภ  (คนสนิทของพระราชา)          

กลบกกร       =       กลบก  +  กร  (ช่างตัดผม)

ทัณฑพิธ       =       ทัณฑ  +  พิธ   (ชนิดของการลงโทษ)

ราชมัล          =       ราช  +  มัล   (เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำโทษคน)

ขรการณ์       =       ขร  +  การณ์  (เหตุร้ายแรง )                 

สภาคาร        =       สภา  +  คาร   (สถานที่ประชุม)

ศุภยาม         =       ศุภ  +  ยาม   (เวลาอันเป็น)

สหัสนัยน์      =       สหัส  +  นัยน์   (ผู้มีพันตา หมายถึงพระอินทร์)

ทินวาร          =       ทิน  +  วาร  (โอกาสในแต่ละวัน)

พิพากษการ   =       พิพากษ  +  การ   (การตัดสิน)

ภีรุกเภทภัย   =     ภีรุก  +  เภท  +  ภัย  (ภัยต่าง ๆ อันเกิดจากความขี้ขลาด)

รัฐชนบท      =       รัฐ  +  ชนบท   (ทั้งแว่นแคว้นอาณาจักร)                  

บุรุษสมัญ     =       บุรุษ  +  สมัญ   ( มีใจเป็นลูกผู้ชาย)

ราชภัฏ        =       ราช  +  ภัฏ  (ข้าราชการ)

จัตุรมุข        =       จัตุร  +  มุข  (มขทั้ง ๔ ด้าน)

บุษปวัลลิ      =       บุปษ  +  วัลลิ  (ดอกไม้เป็นลวดลายเครือเถา)

 

ตัวอย่างคำสมาสที่มีเสียงสนธิ (การกลมกลืนเสียง) ในสามัคคีเภทคำฉันท์

เบญจางค    =       เบญจ  +  องค  (อวัยวะทั้ง ๕ อย่าง)       

อนาวรณญาณ = อน + อาวรณ+ ญาณ (ความรู้อันไม่มีสิ่งใดเป็นเครื่องขัดข้อง)      

รามาวตาร   =       ราม  +  อวตาร   (การแบ่งภาคลงมาเกิดเป็นพระราม)

อัพภันตร    =       อัพภ  +  อันตร   (ภายใน)

วุฒิเสวกากร  =       วุฒิ  +  เสวก  +  อากร  (เหล่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่)

ปุโรหิตาจารย์  =       ปุโรหิต +  อาจารย์  (พราหมณ์ผู้สั่งสอนวิชาความรู้ )     

เสนาธิบดี    =       เสน  +  อธิบดี  ( แม่ทัพ)

นยาธิบาย   =       นย  +  อธิบาย  ( ข้อความชี้แจงอ้างอิง)

สุขาภิมัณฑ์  =       สุข  +  อภิมัณฑ์   (เครื่องประดับอันยิ่งด้วยความสุข)

ธุโรปถัมภ์  =       ธุร  +  อุปถัมภ์  (ผู้ช่วยทำกิจธุระ)

เวทนาการ  =       เวทน  +  อาการ    (อาการอันแสดงถึงความทุกข์ทรมาน)

ทิชาจารย์   =       ทิช  +  อาจารย์   (พราหมณ์ผู้สั่งสอนวิชาความรู้)

วัญจโนบาย    =       วัญจน  +  อุบาย   (อุบายหลอกลวง)

มนารมณ์    =       มน  +  อารมณ์    (อารมณ์แห่งใจ)

วาจกาจารย์=       วาจก  +  อาจารย์   (อาจารย์ผู้สั่งสอนวิชาความรู้)

อัศวาภรณ์  =       อัศว  +  อาภรณ์  (เครื่องประดับม้า)

ศัสตราวุธ   =       ศัสตร  +  อาวุธ  (อาวุธที่มีคม)

พาหนาสน์ =       พาหน  +  อาสน์  (เครื่องนำไป)

พิทยาภรณ์ =       พิทย  +  อาภรณ์   ( เครื่องประดับคือความรู้)

พยุหาธิทัพ =       พยุห  +  อธิ  +  ทัพ  (ทัพอันยิ่งใหญ่ด้วยไพร่พล)   

พุทธาทิบัณฑิต = พุทธ + อาทิ + บัณฑิต ( ผู้รู้ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น)

พโลปการ   =       พล  +  อุปการ  (การอุดหนุนกำลัง)

ภาโรปกรณ์ =       ภาร  +  อุปกรณ์   (ธุระอันหนักที่ต้องกระทำ)

ชเนนทร์    =       ชน  +  อินทร์  (ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน)

สุขาลัย      =       สุข  +  อาลัย  (ที่ซึ่งมีความสุข)

วนันดร      =       วน  +  อันดร   (ระหว่างป่า)

วนารัญ      =       วน  +  อรัญ  (ป่า)

วนาลัย      =       วน  +  อาลัย   (ป่า)

วจนัตถ      =       วจน  +  อัตถ  (เนื้อความของคำพูด)

บุรพัณหัสมัย  =  บุรพ  +  อรุณ  +  หัส  +  สมัย  (เวลาเช้า)  

 

นอกจากคำสมาสในสามัคคีเภทคำฉันท์ยังมีการใช้คำอุปสรรค คำปัจจัย และคำแผลง  ซึ่งจะสามารถดูรายละเอียดได้จากบันทึกคำอุปสรรคและคำปัจจัยในสามัคคีเภทคำฉันท์  และคำแผลงในสามัคคีเภทคำฉันท์ ซึ่งอยู่ในบล็อกเดียวกันนี้