การจัดการความรู้ ก็คือการที่เอา KM ใส่ลงไปจะเป็นยึดจะทำให้เข้มแข็งและยั่งยืน เพราะฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ทีมงานที่เข้าร่วมในโครงการนี้คือทีมงานที่มีบุคลากรอยู่เต็มพื้นที่ ทีมหลักของเราก็มีของฝ่ายปกครอง พัฒนาชุม อำเภอ และก็ กศน. อันนี้เป็นทีมหลักอยู่ในอำเภอ มีสาธารณสุข และที่สำคัญยังมี ธกส. เป็นหน่วยงานหลัก เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เข้มแข็งมากและเราเอามาโยงกัน ทั้งภาครัฐ และไปโยงให้ชุมชนเขาเข็มแข็ง เพราะฉะนั้นชื่อโครงการที่ใหญ่ ชื่อโครงการว่า โครงการสร้างกระบวนการสร้างประชาคมให้ชุมชนเข้มแข็งและสมบูรณ์ คือชุมชนเข็มแข็งเรามีอยู่แล้ว และการที่เราเอา KM ใส่เข้าไปเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งสมบูรณ์ แต่การที่ชุมชนเข้มแข็งสมบูรณ์ไม่พอต้องให้แต่ละชุมชนมาเป็นประชาคมในเครือข่าย เพราะฉะนั้นชื่อมันจึงบอกว่า กระบวนการสร้างประชาคมให้ชุมชนเข้มแข็งและสมบูรณ์ เราต้องการให้ภาคประชาชนหรือกระบวนการของชุมชน ที่เข้มแข็งอยู่พอสมควรแล้วให้เข้มแข็ง สมบูรณ์และให้เป็นเครือข่าย ก็เลยเรียกว่า กระบวรการสร้างประชาคม ให้ชุมชนเข้มแข็งสมบูรณ์ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้พอเข้มแข็งสมบูรณ์ พอเรามีความเข้าใจเรื่อง KM เราก็สามารถที่จะเอา KM ไปใช้ได้ทุกกิจกรรมแต่ว่าเราจะนำร่องฝึกให้คนเข้าใจเรื่อง KM นำร่องโดยใช้ KM นำร่องในเรื่องการจัดการความรู้ มีความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก้จนอย่างยั่งยืน คือเอา KM มาใส่แก้จนให้ชาวบ้าน และก็เป็นเรื่องที่เราของในหลวงมาเติมเต็มเข้าไปเพราะเศรษฐกิจพอเพียงกับแก้จนโยงกันได้ และยั่งยืนคือวิสัยทัศน์จังหวัด เพราะฉะนั้นเราจะทำ KM ให้กับชุมชน ทุกหมู่บ้านในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก้จนอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นเราจะทำกับชาวบ้านมีอยู่ 2 จังหวัดที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ มีหลัก ๆ ที่พูดไปแล้ว ของกระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และก็ของ ธกส. ก็เป็นทีมใหญ่ที่จะกระจายเข้าไป เพื่อให้ชุมชนดีขึ้น ท่านก็คงพอจะนึกภาพออกว่า KM คือ การจัดการความรู้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก้จนอย่างยั่งยืน ก็เลยตั้งชื่อให้ใหญ่ จริง ๆ แล้วก็มี KM ย่อยไปอีก คือ KM เฉพาะเรื่อง คือ KM เรื่องเกษตรอินทรีย์ หรือ KM เรื่องสายใยรักจากแม่สู่ลูก คือให้ลูกกินนมแม่ ก็ถือเป็น KM ได้หรือกิจกรรมย่อย เรื่อง KM ครอบคลุมได้เยอะมาก เพราะฉะนั้นเรื่องที่สำคัญคือเราต้องเข้าใจเรื่อง กระบวนการและวิธีการของ KM นี้เสียก่อน เพราะถ้าเข้าใจเรื่องกระบวนการของ KM กระบวนการใหญ่ ๆ มีอะไรบ้าง กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการรวบรวมความรู้กระบวนการคัดแยกความรู้ที่จะนำไปใช้ กับเฉพาะกิจเฉพาะเรื่อง รวบรวมความรู้ แสวงหาความรู้ และก็คัดแยก และก็เอาไปใช้กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรา

ยกตัวอย่างส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ เขาจะต้องทำ KM เช่นสมมุติว่า โรงพยาบาลมหาราช เขาจะทำ KM ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำ KM ใหญ่ ๆ ว่า KM มหาราช แต่ว่า KM ก็มีหลายด้าน เช่น KM ด้านการบริการ และก็ยังข้อย่อยอีกว่า KM ด้านการบริการในห้องฉุกเฉินจะต้องทำอย่างไร การจัดการความรู้ในห้องฉุกเฉินจะต้องทำอย่างไรให้มันมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่เฉพาะ KM ในห้องฉุกเฉิน ยัง KM ในห้องซักผ้าอีกละ KM ในโรงอาหารที่เลี้ยงดูผู้ป่วย นี่เฉพาะด้านบริการประชาชน เพราะฉะนั้น KM สามารถนำมาใส่ได้ในทุกกิจกรรม เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีความรู้ว่าในเรื่องการที่เราจะเอา KM ไปใช้ การที่ทำให้ห้องฉุกเฉินห้อง OR ของ โรงพยาบาลมหาราชมีประสิทธิภาพสูงสุด มันต้องมีกระบวนการมีองค์ประกอบ มีคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ ในวิธีการของ KM คุณกิจก็คือทีมปฏิบัติอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณกิจคือผู้ทำกิจกรรม คุณจะทำกิจกรรมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะเดียวกันเพื่อให้การจัดการความรู้ของห้องฉุกเฉินให้สมบูรณ์เต็มที่ก็จะต้องมีคุณอำนวย คอยอำนวยความสะดวก เหมือนกับเราเป็น Facilitator คือเป็นวิทยากรกระบวนการให้ชาวบ้าน เพราะฉะนั้นในกระบวนการ KM ก็เหมือนกัน มันมีคุณกิจแล้วก็ต้องมีคุณอำนวย ซึ่งการที่คุณกิจ และคุณอำนวยทำกันด้วยความมุ่งตั้งใจเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด พวกหัวหน้าใหญ่คือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคุณก็จะเป็นคุณเอื้อ คอยเอื้อเฟื้อคอยดูแลเอาใจใส่ ให้กำลังใจให้เขาทำกันเต็มที่ มันมี 3 คุณเท่านี้ เพราะฉะนั้นคุณกิจ คุณอำนวย คุณเอื้อ ถ้าเรามองภาพของชุมชน ประชาชนเขาเป็นคุณกิจ ผู้ดำเนินกิจกรรม หรือกลุ่มต่าง ๆ แล้วพวกเราทั้งหลายที่เป็นวิทยากรกระบวนการ ก็เป็นคุณอำนวย ง่าย ๆของ KM ท่านทั้งหลายเป็นคุณอำนวย และก็มีคุณอำนวยกลาง ก็คือเอาหัวหน้าส่วนหรือหน่วยงานราชการในจังหวัดมาเชื่อมโยงกันมาประสานกันเพื่อให้ลงไปข้างล่างได้ง่ายขึ้น หรือถ้าพูดให้ง่ายขึ้นคือคุณอำนวยการให้ความร่วมมือในการที่ให้คุณอำนวยลงไปทำงานกับชาวบ้านได้ง่ายขึ้น ผู้ใหญ่เห็น ผู้บังคับบัญชารู้ มีกำลังใจขึ้นสักนิดหนึ่ง หัวหน้าคุณเป็นคุณเอื้อนะคอยรับรู้ด้วย ไม่ใช่ว่าลูกน้องไปอยู่กับชาวบ้านด้วยจิตวิญญาณที่เรียกว่า เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงข้างบนเขาไม่รู้เรื่องไม่ได้ ผิดระบบ ระบบ KM มันจะต้องโยงกันไปหมด จากบนลงล่าง สรุปแล้วก็มีแค่นี้แต่ว่าวิธีการเนื่องจากมันเป็นภาพใหญ่ที่เราทำอยู่ เพราะฉะนั้นผมก็นั่งประเมินอยู่ทุกครั้งในการที่เราประชุม นี่ก็เป็นครั้งที่ 6 แล้ว ก็ใช้ได้เป็นที่พึงพอใจหลายพื้นที่แต่บางพื้นที่หรือบางอำเภอยังเยาะแยะ ที่พูดนี้ตรงไปตรงมา บางอำเภอไม่รู้เรื่องนายอำเภอยังไม่เข้าใจ และก็ไม่รู้ว่า KM คืออะไร ก็มี หัวหน้าส่วนจังหวัดก็มีที่ยังไม่รู้ว่า KM คืออะไร พูดตรงไปตรงมาแต่ก็ยังไม่ถ้อทอยขอให้พวกเราสู้ และหลายท่านก็ยังสู้กันอยู่ ก็ไปสร้างความเข้าใจเพราะว่า KM จริง ๆ หัวใจอยู่ที่คุณกิจ สมมุติว่าเราจะทำ KM ในหน่วยงาน เป็นหน่วยงานของท่าน เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำ KM ในเรื่องนี้ เราทำด้วยจิตวิญญาณของเราและเราก็ค่อย ๆ หาวิธีบอกให้เจ้านายเขารับรู้ คุณอำนวยค่อยรับรู้แล้วก็ลงมาช่วย ที่จริงก็เป็นไปตามขั้นตอน เพราะฉะนั้นเราจะท้อทอยไม่ได้ มันเป็นไปตามขั้นตอน คล้าย ๆ รวมกลุ่มกันเพื่อให้งานของเรามีประสิทธิภาพ เมื่อเราทำงานของเราสำเร็จ งานในหน้าที่แล้ว ก็ลงไปเล่นในเรื่องของชุมชน เพราะคิดแล้วว่าหัวใจของนครศรีธรรมราช เราคิดว่าเรื่องน่าอยู่กับยั่งยืน มันต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้อย่างเดียววิสัยทัศน์ของเรา วิสัยทัศน์ของนคร คือ เรียนรู้ น่าอยู่ ยั่งยืน เรื่องน่าอยู่ยั่งยืน อยู่บนฐานของความรู้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาเรื่องของ KM เข้าไปใช้ และให้กระบวนการของชุมชนเข้าเข้มแข็ง และเอา KM ใส่ลงไปในชุมชนให้ดี มันทำให้น่าอยู่และยั่งยืนได้ทุกเรื่อง หัวใจมันมีแค่นี้ ที่ผมฝันหวาน เพราะฉะนั้น มันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ โดยทุกฝ่าย ภาคประชาชนเท่าที่สังเกตดู ตามที่เราพบกันแล้วหมู่ละ 8 คนประชุมกันแล้วรู้สึกเขาคึกคักเขาดีใจเขาก็อยากทำกันแล้วคุณกิจนะ แต่ถ้าได้เห็นภาพลักษณ์ว่าเราเข้าไปช่วยขณะนี้มันก็เป็นกำลังให้เขามากยิ่งขึ้น ใหม่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ การบันทึกความรู้ต่าง ๆ คุณอำนวยจะต้องช่วย ภาคประชาชนเขาทำกันเต็มที่ภูมิปัญญาของเขามีเยอะแยะอยู่ในหัวสมองเขา แต่ว่าการบันทึกความรู้เขายังไม่ชำนาญ เพราะฉะนั้น หัวใจในการบันทึกความรู้ก็อาจจะดีขึ้น อยากเรียนให้ท่านทราบว่า การจัดประชุม ที่เราทำกันอยู่มันเป็นงานอุดมคติ มันก็จะไม่ออกมาว่าเป็นถนนยาวกี่เมตร ตึกสูงกี่ชั้น มีแต่นั่งประชุมและก็เอกสาร และความคิดที่เราจะไปขยายต่อและพยายามอ่านหนังสือเรื่องมือใหม่หัดขับ เรื่องการจัดการความรู้ อันนี้เป็นเรื่องพื้นฐาน ของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ให้ท่านไปคนละเล่ม นี้ก็ติดต่อจาก สคส. เขาก็งงเหมือนกันเฉพาะจังหวัดนครจังหวัดไปเอามาได้ 1,100 เล่ม เราอ่านพื้นฐานพอเข้าใจเรื่อง KM ชัดเจนขึ้น หัวใจที่จะไปขยายสู่นักจัดการความรู้ หมู่บ้านละ 8 ท่าน พยายามตรงนี้และก็กำลังคิดเพิ่มต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ การมาประชุมวันนี้ อย่างท่าน อ.ภีม ทีมวลัยลักษณ์ก็จะเป็นศูนย์กลางช่วยในด้านวิชาการ ให้พวกเราในเรื่องของ KM เพื่อช่วยทำด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เห็นความพยายามอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้น วันนี้ก็มาเติมความรู้เข้าไปอีก คือหมายความว่า วันนี้อาจารย์ก็มาทบโครงสร้าง ผมเรียนให้ทราบแล้วว่ามันเป็นกระบวนที่ภาพใหญ่มาก แต่ถ้าเราทำสำเร็จน่าชื่นใจ เพราะเราได้ร่วมกันจริงจัง เพราะฉะนั้นก็มาทบทวนโครงสร้างให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และโครงสร้างอย่างเดียวไม่พอเราก็จะต้องทราบเรื่องคุณลักษณะของคนทำงาน คือเราต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจนและผู้ที่อยู่ในโครงสร้างต้องเข้าใจลึกซึ้ง ในเรื่องของ KM เรื่องหลัก ๆ ก็ไปอ่านหนังสือมือใหม่หัดขับ อ่านสนุก อาจารย์ประพนธ์ เขียนเก่งท่านเอาไปอ่านคืนนี้อ่านจบเลย และก็อ่านสัก 3 เที่ยว 5 เที่ยว แล้วก็จะชำนาญ ผมอ่านเที่ยวแรกยังไม่มั่นใจ ก็อ่านเที่ยวที่สอง ผมไปบรรยายให้นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลและแพทย์พยาบาลฟัง ที่เขากำลังอบรมอยู่ที่วิทยาลัยพยาบาล บรรยายชั่วโมงหนึ่ง ท่านพยายามฝึกดูและก็เอาไปแนะนำชาวบ้านได้ ผมไปทดลองบรรยายดูแล้วใช้เวลาชั่วโมงหนึ่งในการบรรยายหนังสือเล่มนี้ แต่ผมก็มีการบันทึกสรุปไว้ ประมาณ 10 หน้าเมื่อบรรยายเสร็จประเมินดูผู้ฟังเข้าใจดีมาก และจะนำกระบวนการ KM ๆ ไปใช้ในการทำงานเลย เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายก็ลองพยายามดู และก็จะได้ไปช่วยชาวบ้าน ชาวบ้านก็จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นงานของเราใหญ่มาก็ต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน ผู้ที่อยู่ในโครงสร้างต้องเขาใจลึกซึ้ง ว่าเราอยู่ตรงจุดไหน ทำหน้าที่อะไร เพราะฉะนั้นการที่จะให้ผู้อยู่ในโครงสร้างลึกซึ้ง ก็ต้องฝึกการทำตารางอิสระภาพ วันนี้จะเริ่มลึกลงไปแล้ววันนี้เป็นครั้งที่ 6 ก็จะเริ่มลึกไปเรื่อย ๆ และครั้งที่ 7 ที่ 8 เราจะขาด ๆ หาย ๆ ไม่ได้ เขาจะต้องมากันอย่างประติดประต่อนิดหนึ่ง ไม่ใช่มา 1 ครั้ง เว้น 2 ครั้ง เรื่องหายไปเลย บางที่ก็ต้องขอช่วยให้ฝ่ายเลขา ท่าน อาจารย์วิมล ประสานกับทางด้านอาจารย์ภีมดูว่า ที่เราประชุมมา 5 ครั้ง อันนี้ครั้งที่ 6 ประเด็นสำคัญย่อแล้วได้อะไรบ้าง ในการประชุมแต่ละครั้งและก็เอามารวมเป็นทีหนึ่ง ก็จะได้ทบทวนติดตามได้ตลอด เรื่องเป็นเรื่องน่าสนใจพอคนเริ่มรู้น่าสนใจ ตอนที่ยังไม่เข้ามาก็ไม่อยากมาหรอก อะไรก็ไม่รู้ KM แต่พอเข้ามาแล้วจะเริ่มดีขึ้น ดีขึ้น คิดว่าท่านทั้งหลายจิตวิญญาณ ในการทำงานกับชุมชนเต็มที่อยู่แล้ว พอถึงขึ้นเข้าใจเรื่องนี้ลึกซึ้งก็สามารถปฏิบัติได้ถ่ายทอดได้ เพราะภาระกิจของเราเป็นพี่เลี้ยงแต่ไม่ใช่พี่เลี้ยงธรรมดา แต่เป็นพี่เลี้ยงที่จะต้องลงไปถ่ายทอดกระบวนการ KM ทั้งหมด ให้ 8 คน ในหมู่บ้าน ถึงขั้นต่อไป 1,535 หมู่บ้าน ต้องใช้ระบบจับตัววางตาย ว่า นาย ก. นางสาว ข. รับผิดชอบหมู่ไหน ตำบลไหน คือเราแบ่งหน้าที่กัน คล้าย ๆ เราจับตัววางตาย คือถ้าเราช่วยกันจริง ๆ จัง ๆ ก็จะสำเร็จ ผมเคยทำเมื่อสมัยเป็นนายอำเภอในการจับตัววางตาย ตอนนี้มาทำใหญ่ขึ้น 1,535 หมู่บ้าน งานในหน้าที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกัน แล้วก็ให้ความรู้ในเรื่องที่จะทำเหมือน ๆ กันไป เพราะฉะนั้นคิดว่าจะทำให้นักจัดการความรู้ระดับหมู่บ้าน 8 คน เขาชัดเจนขึ้น เขาชำนาญขึ้น และเขาก็นำไปสู่ประชาชนทุกครัวเรือนได้ จะมีทำเรื่องเศรษฐกิจครัวเรือน แก้จน ก็จะมีประเด็นย่อย เช่น เรื่องเกษตรอินทรีย์ หรือเรื่องอื่น ๆ สามารถทำได้หมด ชาวบ้านเขามีความคิดขึ้นมา เรื่อง คลินิกเกษตรเคลื่อนที่เมื่อวันที่ 2 ที่พระพรหม และก็เรื่องสายใยจากรักจากแม่สู่ลูก ผมไปเปิดงานก็ไปพูดให้ฟัง และบอกว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาใหญ่เป็นปัญหามาประมาณ 50 ปี แล้ว คือหมายความว่าเรื่องเกษตรอินทรีย์ คนก็ใช้สารเคมี มาประมาณ 50 ปีแล้ว จนกระทั่งถอนตัวไม่ขึ้น เรื่องนมแม่ก็เหมือนกัน สมัยผมก็ยังกินนมแม่อยู่ หลายท่านก็คงจะกินนมแม่ เพราะว่าเมื่อก่อนไม่มีนมผงขาย แต่ตอนนี้มากขึ้นจนถอนตัวไม่ขึ้น