|
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ |
|
(1) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
|
(2) ความจุของหน่วยความจำหลัก
ขณะเดียวกันความจุของหน่วยความจำหลักที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ในปี พ.ศ. 2524 บรษัทไอบีเอ็มเสนอไมโครคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมีหน่วยความจำเพียง 64 กิโลไบต์ แต่ปัจจุบันแนวโน้มของการใช้หน่วยความจำในไมโครคอมพิวเตอร์สูงกว่า 64 เมกะไบต์
(3) ความจุของฮาร์ดดิสก์
ความจุของฮาร์ดดิสก์ก็เช่นเดียวกัน ฮาร์ดดิสก์รุ่นแรกที่ใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์มีความจุเพียง 10 เมกะไบต์ ปัจจุบันเครื่องเพนเตียมที่มีขายกันอยู่ทั่วไปมีฮาร์ดดิสก์มากกว่า 1 จิกะไบต์ นั่นหมายความว่า ความจุของฮาร์ดดิสก์ได้เพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า ในขณะเดียวกันราคาของฮาร์ดดิสก์ 1 จิกะไบต์ ก็ถูกกว่าราคาของฮาร์ดดิสก์ 10 เมกะไบต์ ในเวลานั้นมาก
(4) ความเร็วของการสื่อสารข้อมูล
หากพิจารณาแนวโน้มของขีดความสามารถในเรื่องความเร็วของการสื่อสารข้อมูล พบว่าความเร็วของการสื่อสารข้อมูลก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นกัน การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบอินเทอร์เน็ตเริ่มมีใช้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2526 ส่วนโทเก็นริงซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางด้านการสื่อสาร ก็ได้พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2527 จึงทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากปี พ.ศ. 2530 ควมเร็วที่ใช้ในเครือข่ายก็เพิ่มจาก 4 ล้านบิตต่อวินาทีมาเป็น 10 ล้านบิตต่อวินาทีและเพิ่มเป็น 100 ล้านบิตต่อวินาที ขณะนี้ความเร็วของการสื่อสารในเครือข่ายแลนที่ใช้เอทีเอ็มสวิตช์มีความเร็วถึง 155 ล้านบิตต่อวินาที และกำลังจะเพิ่มเป็น 622 ล้านบิตต่อวินาที เรามีตัวกลางที่ใช้ในการนำสัญญาณที่เป็นเส้นใยนำแสง ทำให้การสื่อสารมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเร็วได้อีกมากในอนาคต
|
เทคโนโลยีโทรคมนาคนสมัยใหม่ |
|
(1) การสื่อสารผ่านดาวเทียม
|
|
(2) การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
|
(3) โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN)
ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัล คือส่งสัญญาณที่เป็นข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล การสื่อสารโครงข่ายบริการ สื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่น ในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุมทางวีดิทัศน์ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสารเดียวกัน
โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็วของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น
(4) ระบบเครือข่ายสวิตช์ชิง
ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตช์ชิงที่มีความเร็วสูง ทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตช์ชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสมได้ดี ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตช์ชิงภายในองค์การของตนเอง และมีแนวโน้มการขยายตัวรองรับระบบนี้สำหรับหน่วยงานไปอยู่เครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป
(5) ระบบสื่อสารเคลื่อนที่
หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellula phone system) ที่ใช้กับโทรศัพท์ ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้คือ มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซลเหมือนรวงผึ้ง แต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่จำนวนหนึ่ง มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บริเวณพื้นที่บริการใด และมีการใช้โทรศัพท์มือถือ สัญญาณจากโทรศัพท์มือถือจะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้น ทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้ ครั้นเมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียง โดยที่สัญญาณการสื่อสารไม่ขาดหาย
ในอนาคตมีโครงการที่จะใช้ดาวเทียมเป็นตัวควบคุมการสื่อสารประจำเซล โดยพื้นที่ทั่วโลกจะสื่อสารถึงกันได้หมด โครงการสื่อสารแบบนี้จะใช้ดาวเทียมที่โคจรในวิถีวงโคจรที่อยู่ห่างจากพื้นที่โลกไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร และใช้ดาวเทียมประมาณ 66 ดวง ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลา ดาวเทียมเหล่านี้จะไม่อยู่ในตำแหน่งคงที่ แต่โคจรไปรอบโลกตลอดเวลา ทุกขณะบนพื้นโลกจะมองเห็นดาวเทียมหลายๆ ดวง ดาวเทียมเหล่านี้จะเป็นตัวเชื่อมโยงสัญญาณสื่อสารบนพื้นที่มีการแบ่งเป็นเซลไว้ให้ติดต่อสื่อสารถึงกันได้หมด