4. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ยาครอบจักวาลที่สามารถ
แก้ปัญหาการศึกษาได้เบ็ดเสร็จทุกอย่าง นวัตกรรมฯบางอย่างก็ล้มเหลว นวัตกรรมบางอย่างก็ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
“ปัญหาในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาไปใช้คือ จะทำอย่างไรให้
สมาชิกในสังคมยอมรับนวัตกรรมโดยการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการใช้นวัตกรรมฯ และทำอย่างไรนวัตกรรมฯ นั้นจึงผสมกลมกลืนกับชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิก”
ในฐานะที่เป็นนักการศึกษา มีบทบาทหน้าที่ในการใช้นวัตกรรมฯ จำเป็นต้องเข้าใจ หลักการ
กระบวนการ และสามารถเลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่เหมาะสม จงแสดงให้เห็นว่า
♣ ประเภทของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสาระสนเทศเพื่อการศึกษาควรให้ความสำคัญนวัตกรรมฯประเภทใด เพราะเหตุใด
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเทคโน โลยีการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษาไว้หลายมาตรา มาตราที่สำคัญ คือ มาตรา 67รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษารวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทยและในมาตรา 22 "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ"การดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จได้ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ดังกล่าว จำเป็นต้องทำการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาทางการศึกษาทั้งในรูปแบบของการศึกษาวิจัยการทดลองและการประเมินผลนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่นำมาใช้ว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใดนวัตกรรมที่นำมาใช้ทั้งที่ผ่านมาแล้วและที่จะมีในอนาคตมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในด้านต่างๆ ในที่นี้จะขอกล่าวคือ นวัตกรรมการศึกษา 5 ประเภทดังนี้
1. นวัตกรรมทางด้านหลักสูตร เป็นการใช้วิธีการใหม่ๆในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น และตอบสนองความต้องการสอนบุคคลให้มากขึ้น เนื่องจากหลักสูตรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลก นวัตกรรมทางด้านหลักสูตรได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ หลักสูตรรายบุคคล หลักสูตรกิจกรรมและประสบการณ์ และหลักสูตรท้องถิ่น
2. นวัตกรรมการเรียนการสอน เป็นการใช้วิธีระบบในการปรับปรุงและคิดค้นพัฒนาวิธีสอนแบบใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองการเรียนรายบุคคล การสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนแบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้แบบแก้ปัญหา การพัฒนาวิธีสอนจำเป็นต้องอาศัยวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาจัดการและสนับสนุนการเรียนการสอน
3. นวัตกรรมสื่อการสอน เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครือข่ายและเทคโนโลยีโทรคมนาคม ทำให้นักการศึกษาพยายามนำศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนใหม่ๆ จำนวนมากมาย ทั้งการเรียนด้วยตนเอง การเรียนเป็นกลุ่ม และการเรียนแบบมวลชน ตลอดจนสื่อที่ใช้เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
4. นวัตกรรมทางด้านการประเมินผล เป็นนวัตกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการวัดผลและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการวิจัยทางการศึกษา การวิจัยสถาบัน ด้วยการประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาสนับสนุนการวัดผล ประเมินผลของสถานศึกษา ครู อาจารย์
5. นวัตกรรมการบริหารจัดการ เป็นการใช้นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารสนเทศมาช่วยในการบริหารจัดการ เพื่อการตัดสินใจของผู้บริหารการศึกษา ให้มีความรวดเร็วทันเหตุการณ์ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นวัตกรรมการศึกษาที่นำมาใช้ทางด้านการบริหารจะเกี่ยวข้องกับระบบการจัดการฐานข้อมูลในหน่วยงานสถานศึกษา
ควรให้ความสำคัญกับนวัตกรรมสื่อการสอน
เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เครือข่ายและเทคโนโลยีโทรคมนาคม
ทำให้นักการศึกษาพยายามนำศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนใหม่ๆ
จำนวนมากมาย
ทั้งการเรียนด้วยตนเองการเรียนเป็นกลุ่มและการเรียนแบบมวลชน
ตลอดจนสื่อที่ใช้เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรม
ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ตัวอย่าง นวัตกรรมสื่อการสอน
ได้แก่
- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
- มัลติมีเดีย (Multimedia)
- การประชุมทางไกล (Teleconference)
- ชุดการสอน (Instructional Module)
- วีดิทัศน์แบบมีปฎิสัมพันธ์ (Interactive Video)
- การเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสม กับผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อย
ที่มา : http://learners.in.th/blog/p-chitruxtham5301/224964
http://bunsri28.blogspot.com/2008/02/blog-post_6513.html
♣ รูปแบบการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาแบ่งได้กี่แบบ แต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร
รูปแบบนวัตกรรมสามารถแบ่งได้ 6 รูปแบบ ดังนี้
1. เอกสารประกอบการสอน เป็นเอกสารที่ผู้สอนจัดทำขึ้นเอง เพื่อใช้ประกอบการสอนวิชาหนึ่งวิชาใดตามหลักสูตร นักเรียนเป็นผู้อ่านเอง อาจมีรูปภาพประกอบน่าสนใจ เนื้อหาใช้คำอธิบายที่เป็นความคิดรวบยอด ใช้ภาษาวิชาการ เหมาะกับนักเรียนระดับช่วงชั้นที่ 3 ขึ้นไป
ข้อดี เอกสารสามารถเก็บใช้ได้ตลอดหลักสูตร ประหยัดเวลา ทำให้นักเรียนมีความรู้ เพราะนักเรียนเป็นผู้อ่านเอง
ข้อจำกัด หากนักเรียนขาดความรับผิดชอบจะทำให้เอกสารประกอบการสอนไม่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ขึ้นไปเท่านั้น จำกัดเฉพาะนักเรียนที่อ่านหนังสือออกเท่านั้น
2. หนังสืออ่านเพิ่มเติม เป็นเอกสารทางวิชาการที่ยึดหลักวิชาการที่มั่นคง ถูกต้อง สะท้อนความคิด ทัศนะภูมิปัญญาของผู้เขียนลงไปด้วย ใช้สำหรับนักเรียนอ่านเพิ่มเติมเหมาะสมกับวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล ควรจัดมีรูปเล่ม สีสันสวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจ
ข้อดี ทำให้นักเรียนได้มีแนวคิดใหม่ ๆ มีความรู้อื่นนอกเหนือจากเรื่องการเรียนเพิ่มขึ้น ฝึกให้นักเรียนรักการอ่านมากขึ้น
ข้อจำกัด จำกับช่วงวัยในการอ่านหนังสือ แนวความคิดทัศนะต่าง ๆ นักเรียนอาจจะไม่เข้าใจได้ หากเนื้อหาสาระรูปภาพไม่ดึงดูด นักเรียนจะไม่อยากอ่านหนังสือประเภทนี้
3. บทเรียนสำเร็จรูปและบทเรียนกาตูนย์ เป็นบทเรียนที่สร้างขึ้นโดยกำหนดเนื้อหา วัตถุประสงค์วิธีการไว้อย่างชัดเจนให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าและประเมินผลด้วยตนเอง ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้มักเป็นการสอนความคิดรวบยอด มีการเสริมแรงผู้เรียนเป็นระยะเหมาะสำหรับการใช้สอนซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อน
ข้อดี ง่ายต่อการนำไปใช้เพราะมีการกำหนดเนื้อหา วัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน ฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้และประเมินผลด้วยตนเอง ให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและซื่อสัตย์ต่อตนเอง สามารถให้นักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อนได้มาทบทวนตามเนื้อหาได้
ข้อจำกัด หากนักเรียนไม่มีความซื่อสัตย์การประเมินผลจะไม่มีประสิทธิภาพ นักเรียนต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและมีความซื่อสัตย์มาก
4. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีส่วนคล้ายกับบทเรียนสำเร็จรูป แต่แตกต่างตรงที่บทเรียนสำเร็จรูป เป็นเอกสารสิ่งตีพิมพ์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นบทเรียนที่ทำขึ้นโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจมีเสียงประกอบคือ มีโต้ตอบกับสื่อ ช่วยดึงดูดความสนใจของนักเรียนได้ดี
ข้อดี เพิ่มแรงจูงใจการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน การใช้สี กราฟฟิกที่มีการเคลื่อนไหว เสียงดนตรีต่าง ๆ เป็นการเพิ่มความเสมือนจริงทำให้ดึงดูดความสนใจในการเรียน สามารถกำหนดบทเรียนให้เป็นรายบุคคลได้ ลักษณะการเรียนเป็นการส่วนตัว นักเรียนสามารถเรียนได้เองตามความสามารถของตนโดยไม่ต้องอายผู้อื่น สะดวกในการนำไปใช้ เพราะครูสามารถควบคุมได้เอง
ข้อจำกัด ใช้วิธีการเร้าความสนุกมากเกินไปอาจทำให้ไม่มีเนื้อหาสาระในการเรียนรู้ได้ การออกแบบโปรแกรมยังพัฒนาไปได้น้อย ยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายเท่าที่ควร เนื้อหาไม่ตรงกับสาระวิชาหรือหลักสูตร การออกแบบต้องอาศัยเวลาและความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจำนวนมากไม่มีความเป็นธรรมชาติเหมือนอยู่ในห้องเรียนจริง
5. E - Learning เป็นเทคโนโลยีการศึกษาแบบใหม่ เป็นการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้สอนใช้ E - Learning นำเสนอข้อมูล เนื้อหาโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ในรูปสื่อมัลติมีเดีย ให้ผู้เรียนทำการศึกษาผ่านเว็ปไซต์ อาจมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ครู - นักเรียน - เพื่อน สามารถปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกันได้
ข้อดี เอื้ออำนวยให้กับการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วไม่จำกัดเวลา สถานที่ รวมทั้งบุคคล ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องการเรียนและสอนในเวลาเดียวกัน ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องมาพบกันในห้องเรียน ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้สอนที่ไม่พร้อมด้านเวลาและระยะทาง
ข้อจำกัด ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกปฏิกิริยาที่แท้จริงของผู้เรียนและผู้สอน ไม่สามารถสื่ออารมณ์ในการเรียนรู้ได้อยากแท้จริง ผู้เรียนและผู้สอนจะต้องมีความพร้อมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนบางคนไม่สามารถศึกษาได้ด้วยตนเองได้
ที่มา : http://gotoknow.org/blog/429502-52920134/283175
♣ ทำไมครู...จึงต้องเรียนรู้เรื่องการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาเพราะเหตุใด
พราะว่าเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญว่า เยาวชนรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อแสวงหาความรู้ได้อย่างกว้างขวาง
เพราะแหล่งความรู้ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้มีอยู่แต่เฉพาะในสถานศึกษา หรือในตัวครู แต่แหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในฐานความรู้ทั้งหลาย ที่สามารถเข้าถึงด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีกว้างขวางมาก เมื่อจะปฏิรูปการศึกษาจึงได้พิจารณาถึงเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในทุกรูปแบบ เพราะจะมีบทบาทสำคัญในทางปฏิรูปการเรียนรู้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่มีอุดมการณ์ยึดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคน
ในขณะเดียวกัน ได้พิจารณาว่าครูในยุคใหม่ ก็น่าจะต้องมีเครื่องมือที่ครูจะใช้ ซึ่งยุคดั้งเดิมเครื่องมือก็คือ ชอล์ก กับกระดาน ต่อมาจึงพัฒนาเป็นโสตทัศนูปกรณ์ ขณะนี้ได้ก้าวมาสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสื่อทางด้านอีเล็กทรอนิกส์ ถือว่าเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคนี้ เป็นเครื่องมือใหม่ สำหรับครูยุคใหม่
ดังนั้น ครูยุคใหม่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ครู แม้ว่าเทคโนโลยีไม่สามารถแทนครูได้ทั้งหมด แต่ครูที่ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี ก็จะถูกแทนที่โดยครูที่รู้จักใช้ เทคโนโลยี
ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1. ครูต้องสามารถใช้สื่อและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาเป็น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของศิษย์มากที่สุด
2. ครูสามารถประยุกต์สื่อและเทคโนโลยีในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผู้เรียน
3. ครูสามารถผลิตสื่อเพื่อการใช้งานและนำเสนอได้
4. ครูสามารถเลือกใช้สื่อและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดที่มีอยู่
5. ครูติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยีและการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ
6. ครูเรียนรู้จากผู้เรียน คือ ครูต้องรู้จักสังเกตเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวแม้กระทั่งผู้เรียนเอง
บทบาทของครูด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1. ผู้เลือก เลือกใช้สื่อเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับผู้เรียน
2. ผู้ใช้ ใช้สื่อเทคโนโลยีหลากหลายและเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุด
3. ผู้ผลิต สร้างสื่อนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน
4. ผู้พัฒนา สร้างองค์ความรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยี
บทสรุป
ปัจจุบันการเรียนรู้ต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยี ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการศึกษา หากขาดสิ่งนี้ไป การศึกษาก็จะถูกปิดกั้น เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือช่วยทำให้กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้มีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นั่นคือ พัฒนาบุคลากรครูทุกบทบาท
หากจะมองถึงภาครัฐบาลในภาพรวมจะทำให้ศึกษาดีขึ้น ด้วยการสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียน การให้โอกาสต่างๆ เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์ เทคโนโลยีการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อการศึกษา หรือโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้ความรู้ได้แผ่ขยาย ทำให้การศึกษามีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ไปพร้อมกับการพัฒนาของครูผู้สอน ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดสู่นักเรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพสูง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่มา : http://www.meeboard.com/view.asp?user=rakanin&groupid=1&rid=5&qid=5
มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ขออนุญาตคัดลอกไฟล์ไว้ศึกษารายละเอียดนะคะ สายตาไม่ค่อยดี เพ่งจอนานๆมักจะตาพร่าค่ะ
ประสบปัญหาในการเรียนการสอนจากการที่นักเรียนไม่มีทักษะการอ่านค่ะ หรือมีทักษะอ่านไม่เหมาะสมกับระดับชั้น อ่านแล้วจับใจความไม่ได้ ทำให้การเรียนการสอนด้วยสื่อ ICT ไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง นักเรียนมีเพียงคะแนน ไม่มั่นใจว่านักเรียนมีความรู้จริง
ขอบคุณค่ะ