
เนื่องจาก ”พิพิธภัณฑ์สิรินธร” แหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ของกรมทรัพยากรธรณี เป็น 1 ใน 9 สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับผลโหวตสูงสุดให้เป็น “สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจของเมืองไทย” จากโครงการ Thailand’s Top Destinations Vote 2009 ที่เพิ่งรับรางวัลไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา จึงเป็นจุดที่พวกเราตั้งใจจะแวะชมให้ได้ ดังนั้นหลังจากออกเดินทางจาก พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส เพื่อกลับมากาฬสินธุ์ ตามเส้นทาง 213 ผ่านอุทยานแห่งชาติภูพาน และ พระตำหนัภูพานราชนิเวศน์ที่เดิมตั้งใจจะแวะชม แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทุกคนจึงมีความเห็นตรงกันว่าควรตรงไปยังพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในขาเดินทางจากกาฬสินธุ์ไปสกลนคร หลานซึ่งเป็นผู้ขับบอกว่า เห็นป้ายแถว อ. สมด็จ ชี้แยกไปยังแหล่งไดโนเสาร์ ระยะทางเพียง 2 กิโลเมตร จึงคิดว่าจะใช้เวลาไม่มากหลังจากข้ามภูพานมาแล้ว แต่ปรากฏว่าขับกลับมาจนเลย อ. สมเด็จ แล้วไม่เห็นป้ายที่ว่า จึงตัดสินใจแวะถามทางจากป้อมตำรวจ เนื่องจากหลานเคยเดินทางบริเวณนั้น จึงสามารถขับไปตามเส้นทางที่สอบถามมาได้ แม้ไม่มีป้ายชี้บอกทางและเส้นทางต้องลัดเลาะไปตามถนนคันคลองชลประทานที่เล็ก ต่อเมื่อทะลุไปเชื่อมต่อกับ ถนนหลักที่มาจากกาฬสินธุ์ จึงมีป้ายบอกทาง ก็เป็นสิ่งที่น่าปรับปรุงเรื่อง ป้ายบอกทางมายังพิพิธภัณฑ์สิรินธร ที่ลงทุนไปมหาศาลสำหรับสร้างพิพิธภัณฑ์ แต่เรื่องป้ายบอกทาง ไม่ยอมทำให้ชัดเจนนะครับ แต่ก็เข้าใจได้ครับ เนื่องจากเรื่องสร้างพิพิธภัณฑ์กับเรื่องทำป้ายบอกทาง สังกัดคนละกระทรวงและคนละหน่วยงาน (คงต้องรอท่านนายกฯ ลงมาว่าเอง…อิอิ) สำหรับในครั้งนี้ มีอีกสองกลุ่ม (รถสองคัน) ที่เดินทางมาก่อนเราจากสกลนครโดยไม่แวะ วัดป่าสุทธาวาส เพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรได้นานขึ้น แต่ผลสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ไปเพราะหาทางไปไม่พบ จนเดินถึงตัวเมือง จ. กาฬสินธุ์ เลยไม่อยากย้อนกลับมา อำเภอ สหัสขันธ์ อีก
แวะชมที่หลุมขุดค้นแหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์
ก่อนไปชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กัน และรูปล่างขวา Lin Hui ทักทายเพื่อนเก่า โดยเอามือไปใส่ปากเพื่อน เกือบโดนงับนิ้วขาดครับ…5555
สำหรับรายละเอียด ของ”พิพิธภัณฑ์สิรินธร” แหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์ หาอ่านได้ที่เว็ปไซต์
http://www.dmr.go.th/dmr_data/sirindhorn/sirindhorn_main.html ของกรมทรัพยากรธรณีได้เองนะครับ


ส่วนมากป้ายบอกทางจะอยู่ทางมาจากขอนแก่นเสียเป็นส่วนใหญ่คะแถวมาจากสกลนครมีน้อยมากอาจเป็นเพราะทางดังกล่าวไม่ใช่ทางหลักคะ แต่คิดว่าต่อไปเค้าคงพัฒนาให้ดีกว่านี้(ปอปอแค่คิดนะคะ)เอาไว้ปอปอเป็นผู้ว่าจะรีบสั่งการเลยคะ(คนส่วนใหญ่ที่มาจากทางสกลนคร-นครพนม-หรือมุกดาหารเค้าก็บ่นเหมือนกันคะ
จะรอวันที่มีผู้ว่าหญิง
ปอปอ นะครับ