ประเทศไทยปฏิรูปการศึกษาก็จริงแต่ไม่ก้าวหน้า เพราะการปฏิรูปการศึกษาของเราลอกแบบมาจากประเทศที่เจริญแล้ว

 

การศึกษาไทยล้มเหลว

มีคอร์รัปชั่นทุกพื้นที่แม้ในวัดก็ไม่เว้นเหตุเพราะศธ.ไม่จริงจัง - ไม่เด็ดขาด

จากการเสวนาเรื่อง คุณภาพบัณฑิตไทย กับการเป็นพลเมืองโลก (world Citizem) ในการประชุมวิชาการระดับชาติ "2552" ปีแห่งการอุดมศึกษาไทย ที่เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้ นายวิกรม กรมดิษฐ์ประธานกรรมการบริษัท อะตะโฮดิ่ง จำกัด ในช่วง40 ปีที่ผ่านมา ต้องถือว่าการศึกษาไทย ไม่ได้เดินหน้า ตามกระแสโลก จนเรียกได้ว่าการศึกษาไทยล้มเหลว กำลังจะล้าหลังไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเวียดนาม ที่การศึกษาพัฒนาค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้บุคคลากรที่ผลิตออกมามีคุณภาพจนเศรษฐกิจของประเทศดี ดังนั้นตนขอทำนายว่าอีก 10 ปี ข้างหน้าคนไทยจะอพยพไปทำงานที่ประเทศเวียดนาม มากขึ้ เพราะบุคลากรที่เราผลิตสู้เวียดนามไม่ได้ หากถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าระบบการศึกษาไทยที่ทำโดย กระทรวงศึกษาธิการที่ไม่มีความจริงจัง ไม่ต่อเนื่อง และไม่เด็ดขาด เห็นได้จากไม่มีพื้นที่ไหนในประเทศที่มีการคอร์รัปชัน แม้แต่ในวัดก็ยังมี

        ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ กรรมการ ผู้อำนวยการการสถาบันสหวรรษ์ กล่าวว่า หากถามถึงคุณภาพเด็กไทย ต้องบอกว่าเป็นเพราะระบบการศึกษา โดยเฉพาะพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ไม่ได้บรรลุสาระสำคัญ ของการปฏิรูปการศึกษาไว้ เป็นเหมือน พ.ร.บ.หลอกเด็กจะมีแต่เรื่อง การแย่งชิงอำนาจระหว่างฝ่ายข้าราชการและฝ่ายการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ตนเห็นว่าหากจำเป็น ต้องฉีก พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ก็ต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และการปฏิรูปการศึกษา ก็ต้องไม่มีนักการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง ปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเองว่าจะปฏิรูปอย่างไร

        นอกจากนี้ตนเห็นว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยในประเทศยังยึดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้นแบบ เรียกว่า โมเดลจุฬาฯ โดยเลียนแบบการพัฒนา มีการเพิ่มคณะหรือสาขาตามอย่างจุฬาฯ เช่น คณะแพทย์ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ทั้งที่บางสถาบัน ยังไม่พร้อม ตนจึงอยากให้ มหาลัยต่าง ๆ โดยเฉพาะมหาลัยราชภัฏ (มรภ.) กล้าที่จะมีอำนาจในพัฒนา ในแบบฉบับของตนเอง เพื่อไม่ให้หลุดเข้าสู่หลุมดำของระบบอุดมศึกษา และหลงทางเหมือนบางมหาวิทยาลัย

        จากบทความข้างต้นเห็นว่าประเทศไทยปฏิรูปการศึกษาก็จริงแต่ไม่ก้าวหน้า เพราะการปฏิรูปการศึกษาของเราลอกแบบมาจากประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ครูไม่เฆียนตีเด็กนักเรียน อย่างประเทศที่เจริญแล้วทำให้เด็กไม่เกิดความหลาบจำ ทำตัวตามสบายจนไม่รู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง ว่าวัยนี้ควรทำอะไร กระผมคนหนึ่งที่ยังคิดว่าการศึกษาไทย ยังต้องใช้วิธีการแบบบังคับเหมือนการศึกษา ยุคก่อน ๆ ที่ผ่านมาเพราะเด็กไทย ยังไม่พร้อมที่จะนำระบบการศึกษาของประเทศที่เจริญแล้วมาใช้กับเด็กไทย