"มาตรฐานฝีมือแรงงาน" ( Occupational Skill Standard)  หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้ความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติงานงานอาชีพหนึ่งๆ โดยองค์กรที่เชื่อถือได้เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยคำนึงถึงเกณฑ์มาตรฐานของสากล  และกำหนดให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในขณะนั้น

             องค์ประกอบสำคัญของมาตรฐานฝีมือแรงงาน
                       1. ความรู้ (Technical Knowledge) ซึ่งจำเป็นที่จะใช้ทำงานนั้นๆ  ได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
                       2. ทักษะ(Skill) เป็นการสะสมประสบการณ์จนเกิดเป็นความชำนาญมีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ตามข้อกำหนดและแล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้
                       3. นิสัยอุตสาหกรรม หรือทัศนคติ (Attitude) มีจิตสำนึกในการทำงานที่ดี เช่นการประหยัด วัสดุ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักร และตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน

             เกณฑ์ประเมินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน
 
                      1. ความปลอดภัยในการทำงาน (ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย
                       2. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือ (ใช้เครื่องมือถูกต้อง ปลอดภัย ดูแลรักษาเป็นอย่างดี
                       3. วิธีการปฏิบัติงาน (ถูกต้องตามขั้นตอนของการปฏิบัติงานที่ดี)
                       4. การใช้วัสดุ (ใช้ถูกต้อง ประหยัด)
                       5. ระยะเวลา (ทำงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด)
                       6. ผลสำเร็จของงาน (ตรงตามข้อกำหนด ใช้การได้ดี แข็งแรง ประณีต สวยงาม)

             ประโยชน์ของมาตรฐานฝีมือแรงงาน
 
                      1. สถาบันการศึกษาหรือฝึกอาชีพและสถานประกอบการ ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรหรือระบบการฝึกฝีมือแรงงาน   ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
                       2. เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาหรือฝึกอบรมจากสถาบันใดๆ อาจรวมถึงผู้ที่จบการศึกษาหรือการฝึกอาชีพ ได้รับการทดสอบฝีมือเพื่อทราบระดับฝีมือของตน และพัฒนาตนเองไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น
                       3. แรงงานใหม่หรือผู้ที่เป็นลูกจ้างอยู่แล้วจะมีโอกาสในการได้งานทำ   หรือใช้ประกอบการพิจารณาค่าจ้าง และการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน
                       4. เพื่อให้นายจ้างสามารถคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม  รวมทั้งการกำหนดอัตราเงินเดือน และเลื่อนขั้นโดยยุติธรรม รวมทั้งใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรของตน ทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานและได้กำไร
                       5. เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของผู้บริโภค  ให้มีความมั่นใจว่าได้บริการจากช่างฝีมือที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ลดความเสียหายของสินค้าและบริการลงได้ ทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมดีขึ้น
                       6. ส่วนราชการสามารถใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานประกอบการวางแผนพัฒนากำลังคนระดับชาติ