ยีนความหอม Os2AP ในข้าวหอมเป็นยีนที่ไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นในการที่จะทำให้ข้าวไม่หอมให้กลายเป็นข้าวหอมก็ต้องเลียนแบบธรรมชาติ โดยหาวิธีไปกดการทำงานของยีน Os2AP นั่นเอง

กลับมาพบกันตามสัญญาครับ ใครได้ติดตามข่าวก็คงทราบนะครับว่าตอนนี้เรื่องเกี่ยวกับยีนความหอม และสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับยีนความหอมนี่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้างพอสมควร แต่จะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี่นะครับ ขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกันเองก็แล้วกันนะครับ

สำหรับครั้งนี้ก็จะมาว่ากันต่อไปจากตอนที่แล้วที่ผมได้ติดไว้ว่า เราจะสามารถทำให้ข้าวไม่หอมกลายเป็นข้าวหอมได้อย่างไรโดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ

ความรู้จากตอนที่แล้วเราทราบแล้วว่ายีนความหอม Os2AP ในข้าวหอมเป็นยีนที่ไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นในการที่จะทำให้ข้าวไม่หอมให้กลายเป็นข้าวหอมก็ต้องเลียนแบบธรรมชาติ โดยหาวิธีไปกดการทำงานของยีน Os2AP นั่นเองครับ

เทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ในการกดการทำงานของยีนให้ได้ผลอย่างชะงัดก็ต้องยกให้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RNAi (RNA interference) หรือกระบวนการรบกวน RNA นั่นเองครับ

RNA ที่ว่านี้หมายถึง RNA ชนิด mRNA ที่จำลองออกมาจาก DNA ณ ตำแหน่งที่เป็นระบุว่าเป็นยีนใน DNA นั่นเอง (ซึ่ง mRNA จะทำงานร่วมกับ RNA อีกสองชนิดคือ rRNA (ribosome) และ tRNA ในการสร้างโปรตีนออกมา)

เอาละครับต่อไปก็มาดูว่าเราจะไปรบกวนเจ้า mRNA ของยีนความหอม Os2AP ได้ยังไง

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งพืชและสัตว์นั้น จะมีกลไกอยู่ชนิดหนึ่ง ไว้สำหรับตรวจสอบความผิดปกติของ mRNA ถ้าเจอ mRNA ตัวไหนไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือพิกลพิการ เซลล์ก็จะส่งหน่วยพิฆาตมากำจัดทิ้งไปทันที ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ mRNA ที่ไม่สมประกอบพวกนั้น สร้างโปรตีนที่เพี้ยนๆ ออกมานะซีครับ

และเทคโนโลยี RNAi ก็ถือกำเนิดขึ้นมาจากตรงนี้แหละครับ นั่นก็คือ การทำให้ mRNA ที่สมบูรณ์เป็นปกติอยู่นั้น ให้กลายเป็น mRNA ผิดปกติขึ้นมา เพื่อที่จะได้ถูกกำจัดออกไป

ในงานวิจัยทำข้าวไม่หอมให้เป็นข้าวหอมที่ได้กระทำมาแล้วนั้น (ตามสิทธิบัตรของ สวทช) กระทำโดยการใส่ชิ้นส่วนยีน Os2AP เข้าไปในเซลล์ (โดยวิธีการถ่ายยีน) โดยชิ้นส่วนที่ใส่ไปนี้เป็นชิ้นส่วนที่อยู่ในลักษณะเวเฟอร์ (หรือ RNA เส้นคู่ - dsRNA) ซึ่งจะทำให้เกิดมีชิ้นส่วนที่อยู่ในลักษณะกลับทิศทางกันกับ mRNA ของยีน Os2AP ที่ข้าวสร้างขึ้นมา ชิ้นส่วนที่เราใส่เข้าไปนี้เมื่อเข้าไปในเซลล์จะถูกย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วชิ้นเล็กๆ เหล่านี้จะมีชิ้นที่สามารถไปจับคู่กับ mRNA ของยีน Os2AP ได้ ทำให้ mRNA ที่แต่เดิมพร้อมจะส่งไปสร้างโปรตีนนั้น ตอนนี้กลายสภาพเป็น mRNA ที่ผิดปกติไปซะแล้ว (เพราะมีชิ้นส่วนซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมมาเกาะ) เมื่อหน่วยพิฆาตตรวจพบก็จะออกมาทำลายทิ้งไปจนหมด

เมื่อโดนทำลายไปจนหมดหรือเกือบหมด mRNA ของยีน Os2AP ก็ไม่สามารถที่จะสร้างเอ็นไซม์ได้ หรือสร้างได้ก็ไม่พอเพียงที่จะไปทำงาน ซึ่งก็มีสถานะไม่ต่างอะไรกับยีน Os2AP ในข้าวหอมที่ไม่ทำงาน เพราะถึงแม้จะทำงาน แต่ก็โดนกำจัดหมดด้วยผลจาก RNAi ดังกล่าว เมื่อไม่มีเอนไซม์ที่เป็นผลผลิตของยีน Os2AP ข้าวต้นนั้นที่แต่เดิมไม่หอม จึงสามารถสร้างสารหอมขึ้นมาได้ เหมือนในข้าวหอมทุกประการ

ตอนนี้ก็ทราบแล้วใช่มั้ยครับว่ามันไม่ยากเลยที่จะทำให้ข้าวไม่หอมกลายเป็นข้าวหอมขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นวิธีนี้เป็นวิธีที่รวมอยู่ในพวกการดัดแปรพันธุกรรมครับ ถึงแม้เราจะนำวิธีนี้ไปใช้ทำให้ข้าวหอมขึ้นมา แต่ก็มีผลว่ามันเป็นพืช GMO ซึ่งเมืองไทยและหลายๆ ส่วนของโลกยังไม่ยอมรับ

เราลองมาคิดกันต่อนะครับว่า ถ้าสมมติว่าตลาดข้าว GMO เป็นที่ยอมรับ แล้วมีประเทศคู่แข่งค้าข้าวของไทยเช่นประเทศจีน ซึ่งผลิตข้าวลูกผสมได้ผลผลิตสูงมากแต่ไม่หอม แล้วเขาได้ดัดแปลงพันธุกรรมข้าวของเขาให้มีความหอมขึ้นมาโดยวิธีที่ผมเรียนไปข้างต้น เมื่อถึงตอนนั้นตลาดข้าวหอมคงจะปั่นปวนดีนะ ขอรับ

แล้วกลับมาพบกันใหม่คราวหน้าครับ ส่วนจะเป็นเรื่องเกี่ยวอะไรนั้นไว้คอยติดตามก็แล้วกันนะครับ ใครมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับข้าวหอมและยีนความหอม ทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้เลยนะครับ ถ้าผมตอบได้ก็ยินดีที่จะตอบให้ทราบครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ