พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497

พ.ร.บ. รายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตราที่ 1-16

พระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล พ.ศ. 2497"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2497/16/466/9 มีนาคม 2497]
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติปันรายได้บำรุงเทศบาล พุทธศักราช 2479 และบรรดากฎหมาย กฏ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มี บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 4 ภาษีโรงเรือนและที่ดินในเขตเทศบาลใด ให้เทศบาลนั้น จัดเก็บเป็นรายได้ของเทศบาล ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา 5 อากรการฆ่าสัตว์และผลประโยชน์อื่นเนื่องในการฆ่าสัตว์ ในเขตเทศบาลใด ให้เทศบาลนั้นจัดเก็บเป็นรายได้ของเทศบาล ตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น

            มาตรา 6 บรรดาค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม และค่าปรับเนื่อง ในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้น
มาตรา 7 ภาษีป้ายตามประมวลรัษฎากร สำหรับป้ายซึ่งแสดงไว้ ในเขตเทศบาลใด ให้เทศบาลนั้นจัดเก็บเป็นรายได้ของเทศบาลตามประมวล รัษฎากร ตั้งแต่ปีภาษี 2498 เป็นต้นไป

มาตรา 8 ภาษีบำรุงท้องที่ตามประมวลรัษฎากรในเขตเทศบาลใด ให้เทศบาลนั้นจัดเก็บเป็นรายได้ของเทศบาลตามประมวลรัษฎากร ตั้งแต่ปี ภาษี 2497 เป็นต้นไป
มาตรา 9 ในการปฏิบัติการตาม มาตรา4 มาตรา5 มาตรา6 มาตรา7 และ มาตรา8 ให้เทศบาลมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการ และให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ในการบังคับเรียกเก็บภาษีค้างตาม
มาตรา7 และ มาตรา8 ให้ นายกเทศมนตรีมีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาม มาตรา12 แห่งประมวลรัษฎากร
มาตรา 10 การจัดสรรภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์หรือล้อเลื่อน ที่จัดเก็บได้ในจังหวัดใด ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น
[
มาตรา
10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530]
มาตรา 11 บรรดาข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวขาว รวมตลอดถึง ปลายข้าว และรำข้าว ซึ่งต้องเสียอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยพิกัด อัตราศุลกากร ผู้ส่งออกต้องเสียภาษีบำรุงเทศบาลก่อนส่งออกอีกในอัตรา ดังต่อไปนี้
(1) ข้าวกล้องและข้าวขาว หนึ่งร้อยกิโลกรัมต่อหนึ่งบาท
(2) ข้าวเปลือก ปลายข้าว และรำข้าว หนึ่งร้อยกิโลกรัมต่อ ห้าสิบสตางค์
ในการคำนวณน้ำหนักเพื่อเสียภาษีบำรุงเทศบาลตามมาตรานี้ เศษของหนึ่งร้อยกิโลกรัม ถ้าถึงห้าสิบกิโลกรัมให้นับเป็นหนึ่งร้อยกิโลกรัม ถ้าไม่ถึงห้าสิบกิโลกรัมให้ปัดทิ้ง
มาตรา 12 เทศบาลมีอำนาจออกเทศบัญญัติเก็บภาษีอากร และค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละสิบของภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้ได้ทุกประเภทหรือเพียงบางประเภท คือ
(1) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ซึ่งสถานประกอบการ อยู่ในเขตเทศบาล
(2) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ซึ่ง ร้านขายสุราอยู่ในเขตเทศบาล
(3) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วย การพนัน ซึ่งสถานที่เล่นการพนันอยู่ในเขตเทศบาล
ในการเสียภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามมาตรานี้ เศษของหนึ่งบาท ให้ตัดทิ้ง
[
มาตรา
12 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534]
มาตรา 12ทวิ เทศบาลมีอำนาจออกเทศบัญญัติเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้กำหนดเป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มขึ้นจากอัตราที่เรียกเก็บตามประมวล รัษฎากร ในอัตราดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ศูนย์ ให้เทศบาลเก็บในอัตราร้อยละศูนย์
(2) ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราอื่น ให้เทศบาลเก็บหนึ่งในเก้าของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บตามประมวล รัษฎากร
[
มาตรา
12 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534]
มาตรา 13 น้ำมันเบนซินซึ่งสถานที่ค้าโภคภัณฑ์อยู่ในเขตเทศบาลใด ให้เทศบาลนั้นมีอำนาจออกเทศบัญญัติเก็บภาษีบำรุงเทศบาลได้ไม่เกินลิตรละ ห้าสตางค์ ในการนี้ให้ถือว่าภาษีดังกล่าวเป็นภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามประมวล รัษฎากร
มาตรา 14 ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตาม มาตรา11 มาตรา12 และ มาตรา12ทวิ ให้ถือเป็นภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วย การนั้น
เทศบาลจะมอบให้กระทรวง ทบวง กรม ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากร หรือค่าธรรมเนียมตาม
มาตรา11 มาตรา12 มาตรา12 ทวิ หรือ มาตรา13 เรียกเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพื่อเทศบาลก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้วให้ส่งมอบให้แก่เทศบาล นั้น ๆ เว้นแต่ภาษีบำรุงเทศบาลตาม มาตรา11 ให้ส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดแบ่งให้เทศบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
[
มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534]
มาตรา 14ทวิ การจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะตาม มาตรา12 (1) และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา12ทวิ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลรัษฎากร และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการจัดเก็บภาษีดังกล่าว การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เทศบาลให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลรัษฎากร ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว หลักเกณฑ์และวิธีการ สำหรับการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่น แบบแสดงรายการและการชำระภาษี ตลอดจนการควบคุมกำกับโดยกระทรวง ทบวง กรม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
[
มาตรา 14 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2534]
มาตรา 15 นอกจากรายได้ของเทศบาลตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว เทศบาลอาจได้รับรายได้เป็นเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
มาตรา 16 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ของตน
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี


*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยเหตุที่ เทศบาลต่าง ๆ มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะดำเนินบริการสาธารณะของเทศบาลได้ โดยครบถ้วน ตามอำนาจและหน้าที่ในกฎหมายว่าด้วยการเทศบาล ทั้งนี้เพราะ ขาดกำลังเงินที่จะนำมาใช้จ่าย สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการปันรายได้ ให้เทศบาล และกำหนดหลักการจัดหารายได้ให้แก่เทศบาลขึ้นใหม่ โดยปันภาษี อากรของรัฐบางส่วนให้แก่เทศบาลบ้าง ให้ภาษีอากรที่เก็บอยู่แล้วบางประเภท เป็นรายได้ของเทศบาลบ้าง และให้เทศบาลมีอำนาจออกเทศบัญญัติจัดเก็บ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียมบางประเภท ตามประมวลรัษฎากรและตามกฎหมายอื่น เพิ่มขึ้นในอัตราไม่เกินร้อยละสิบของภาษีอากรและค่าธรรมเนียมนั้น ๆ บ้าง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 232 ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2515
[รก.2515/165/7พ./6 พฤศจิกายน 2515]

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 327 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515

[ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติจัดสรรเงินภาษีสุรา ภาษีเครื่องดื่ม พ.ศ. 2517]
โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า รายได้จากภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่ม ของราชการส่วนท้องถิ่นยังไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม ซึ่งแต่เดิมกฎหมาย กำหนดให้รายได้จากภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่มตกเป็นรายได้ของราชการ ส่วนท้องถิ่นที่โรงงานสุราและโรงงานเครื่องดื่มตั้งอยู่ในเขตเท่านั้น ซึ่ง ความจริงประชาชนที่อยู่นอกเขตก็ได้บริโภคและเสียภาษีนี้ด้วย จึงสมควร ปรับปรุงให้ราชการส่วนท้องถิ่นทุกแห่งได้รับส่วนแบ่งจากเงินรายได้ประเภท ดังกล่าวโดยทั่วถึง หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
[รก.2515/190/133พ./13 ธันวาคม 2515]

พระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2530

*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ปัจจุบันได้มีการบัญญัติเรื่องการจัดสรรภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์หรือ ล้อเลื่อนที่ให้แก่เทศบาลไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติล้อเลื่อน พุทธศักราช 2478 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้อเลื่อน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2530 แล้ว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 ซึ่งบัญญัติในเรื่องเดียวกันนี้เสียใหม่ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
[รก.2530/139/22พ./23 กรกฎาคม 2530]

พระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ( มาตรา 7)

มาตรา 7 ในระหว่างที่เทศบาลยังมิได้มอบให้กรมสรรพากร เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเทศบาลตาม มาตรา14 แห่งพระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเทศบาลเพิ่มขึ้นอีกเท่ากับอัตรา ภาษีตาม มาตรา
12ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรตามมาตรานี้ ให้ถือว่าเทศบาลได้มอบให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อ เทศบาลตาม
มาตรา14

พระราชบัญญัติ รายได้เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534
*หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ได้ยกเลิกภาษีการค้าและได้นำภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะมาแทน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยรายได้เทศบาลให้สอดคล้องกับการใช้ภาษี ดังกล่าว ประกอบกับมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับบทกฎหมายที่ได้ เปลี่ยนแปลงไปแล้วสมควรปรับปรุงให้เหมาะสมด้วย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
[รก.2534/201/198พ. /21 พฤศจิกายน 2534]