ในสภาวะที่สภาพสังคมล้วนแล้วแต่แวดล้อมไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ละคนล้วนแล้วแต่มุ่งไปหาความเจริญทางด้านวัตถุมากกว่าความเจริญของจิตใจเช่นในปัจจุบัน ส่งผลทำให้มนุษย์แต่ละคนเกิดความเครียด และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายขึ้นในสังคม
การแพทย์ในปัจจุบันได้ค้นพบว่า การที่เราได้ลองสัมผัสดนตรีที่เลือกสรรแล้วว่ามีคุณภาพทั้งเนื้อร้อง ทำนอง จังหวะ ความดังเบา และเสียงประสาน จะช่วยกระตุ้นให้สมองของมนุษย์ได้หลั่งสารแห่งความสุข หรือ Endorphin เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารนี้ก็จะส่งผลดีต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบไหลเวียนของโลหิต ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ รวมไปจนถึงระบบประสาทด้วยนอกจากนั้น ดนตรียังช่วยเพิ่มความจำ เพิ่มสติปัญญา และก่อให้เกิดความคิดริเริ่มด้วย จึงกล่าวได้ว่าการมีดนตรีในจิตใจสามารถช่วยให้สุขภาพกาย และสุขภาพใจของมนุษย์สมบูรณ์ขึ้นได้ แม้ว่าจะต้องอยู่ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันก็ตาม ในปัจจุบันแม้ชีวิตประจำวันของมนุษย์จะมีความสัมพันธ์กับดนตรีอย่างแน่นแฟ้นมากแค่ไหนก็ตามจากการฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ดูคอนเสิร์ต งานรื่นเริงสังสรรค์ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่การฟังดนตรีเหล่านั้นก็มักจะเน้นไปในรูปแบบของการบันเทิง เพื่อผ่อนคลายความเครียดเพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเราหันมาใช้ดนตรีอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการนำดนตรีมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิตสร้างคุณภาพชีวิตและให้ได้รู้จักตนเองอย่างแท้จริง เราก็จะได้เห็นประโยชน์อย่างมหาศาลจากดนตรี ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส สุขภาพจิตดี ไปจนถึงส่งผลให้ร่างกายเกิดความแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า แถมยังช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์อีกด้วย เพียงแต่จะต้องรู้จักวิธีการฝึกฝนอย่างถูกวิธีเพื่อที่จะได้พัฒนาสุขภาพกาย และสุขภาพใจไปพร้อมๆ กัน