12 นิสัยที่เป็นอุปสรรคความก้าวหน้าในการทำงาน

12 นิสัยที่เป็นอุปสรรคความก้าวหน้าในการทำงาน

ในชีวิตของคนเรา หากนึกย้อนดูให้ดี บ่อยครั้งที่เราพบเห็นคนเก่ง คนฉลาด มีความรู้ดี และเป็นคนดี แต่ไม่ก้าวหน้าไปไกลอย่างน่าแปลกใจ หากวิเคราะห์ดูก็จะพบว่า ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมีนิสัยใจคอบางอย่าง ที่เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าอย่างสำคัญและอุปสรรคของความก้าวหน้าที่ทุกคนต้องระวังไว้ มีข้อหลักๆ ดังนี้คือ....

1.ไม่เคยรู้สึกดีๆ อย่างพอเพียง

2.เห็นโลกอยู่สองสี คือ ดำและขาว

3.มุ่งมั่นและผลักดันตนเองมากเกินไป

4.หลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งทุกกรณี ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไปบ้างก็ตาม

5.เล่นลูกหนักกับฝ่ายตรงข้าม 6.นักพยศและขัดขีน

7.เกินเลยอย่างไม่อยู่ในโลกที่เป็นจริง

8.จะทำอะไรก็กลัวเสียไปหมด

9.ด้านชากับอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น

10.งานอะไรๆ ก็ไม่ดีพอสำหรับเขา

11.ขาดความรู้สึกแห่งความพอเหมาะพอควร

12.เสียศูนย์อย่างไร้ทิศทาง

จริงๆ แล้ว สาเหตุที่ทำให้คนล้มเหลวในอาชีพของตนเองนั้นมีไม่มากนัก และมีลักษณะซ้ำซากเกิดแล้วเกิดอีกในทุกอุตสาหกรรม ทุกอาชีพ ในทุกระดับ อย่างน่าแปลกใจ และสาเหตุเหล่านั้นก็มาจากนิสัย 12 อย่างดังกล่าวนั่นเอง มีคนจำนวนมากที่ไม่เคยรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับอะไรเลย ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความหวาดกลัวอยู่ในใจลึกๆ ว่าจะตกจากตำแหน่งดีๆ ที่ตนเองได้รับ จนรู้สึกไม่สบายหรือไม่มีความสุขกับการอยู่ในตำแหน่งนั้น และในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุนั้นผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชีวิตการเติบโตในวัยเด็ก ที่ทำให้เขาขาดแรงจูงใจอย่างแรงพอ ในการที่จะเกิบโตขึ้น และใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่

บางคนก็ไม่อาจทำงานที่ใดได้นาน เพราะมีวิธีมองโลกแบบขาวและดำเท่านั้น บริษัทไหนที่เขาทำงานก็ล้วนแต่ขาดจริยธรรมทั้งสิ้น เปลี่ยนงานเท่าใดก็ไม่เคยพบบริษัทที่เขาเห็นว่าเป็น "สีขาว" ได้เลย

ส่วนนิสัยที่ 3. ได้แก่พวกที่มุ่งมั่นอย่างหนัก กระทำทุกๆ อย่างสุดชีวิตเพื่อผลสำเร็จ ซึ่งเป็นการตึงเกินไปจนไม่สามารถรับความร่วมมือจากคนอื่น พยายามเป็นฮีโร่ในที่ทำงาน จนไปกระตุ้นต่อมหมั่นไส้ของคนอื่นๆ อย่างทั่วหน้าไปเสียหมด

การเล่นหนักใต้เข็มขัด อยู่ในนิสัยเสียที่ 5 จะทำให้เกิดศัตรูอย่างถาวร และอาจติดคุกก่อนวัยอันควรได้ ส่วนนักพยศและขัดขีน มักขัดแย้งกับผู้คนในองค์กร เนื่องจากมีความพยายามหาสาเหตุเพื่อต่อต้านอยู่ร่ำไป นิสัยนี้ทำให้ตนเองกลายเป็นคนแปลกแยก จนไม่อาจทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จ

คนที่ขาดความรู้สึกที่เหมาะที่ควร มักจะทำอะไรเกินเลยอย่างไม่อยู่ในโลกที่เป็นจริง เช่น พูดจาอย่างขาดกาละเทศะ แทรกแซงในเรื่องของคนอื่นอย่างไม่เหมาะสม ผู้คนเหล่านี้จะไม่เป็นที่ไว้วางใจของผู้ร่วมงาน เพราะไม่อาจคาดคะเนการกระทำของเขาได้ ส่วนพวกที่หวาดกลัวไม่กล้าทำอะไร มักมีสาเหตุจากการขาดความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างโยงใยกับจิตวิทยาในวัยเด็ก

สำหรับผู้ด้านชาในอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่นนั้น ยากที่จะเป็นผู้นำคนอื่นได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าใจปฏิกิริยาโต้ตอบของผู้ตาม จนอาจนำไปสู่ความรู้สึกว่าผู้นำไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้ นิสัยไม่ดีในข้อ 10 จะพบบ่อยมากในกลุ่มผู้มี Ego สูง มีความทะเยอทะยานอย่างไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง มีความอดทนต่ำในการเรียนรู้และไต่เต้าในองค์กร จนเปลี่ยนงานบ่อยและฝันไม่เป็นจริงสักครั้ง

การขาดความรู้สึกแห่งความพอเหมาะพอควร นำไปสู่การขาดความไว้วางใจจากองค์กร การเก็บรักษาความลับไว้ไม่ได้ การไม่รู้จักกาละเทศะในการกระทำและคำพูด ล้วนก่อให้เกิดปัญหาได้ทั้งสิ้น

สำหรับนิสัยเสียข้อสุดท้าย คือการเสียศูนย์อย่างไร้ทิศทางนั้น เป็นผลพวงมาจากความหลากหลายนิสัยเสียของเขา เช่น เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายเพราะไม่ก้าวหน้าในงาน ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่ได้รับความสำคัญในองค์กร เครียดกังวล ทำงานอย่างไร้จุดหมาย ฯลฯ

ที่มา : http://www.ladynaka.com