เช่าหรือซื้อดี
โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา เปิดการสอนตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6 มีนักเรียนประมาณ 3000 คน ทางโรงเรียนกําลังจะต้องพัฒทนาคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ให้เพียงพอกับการใช้งาน โดยต้องมีห้องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 4 ห้อง และแต่ละห้องต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิด Multimedia ที่มีการเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายคอมพิวเตอร์ และเชื่อมต่อกับ Server ของโรงเรียน อันจะทําให้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถใช้สืบค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้ จํานวนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อห้องอย่างน้อย 50 เครื่อง ผู้บริหารกําลังขอร้องให้สมาคมครูและผู้ปกครองของโรงเรียน ช่วยเป็นเจ้าภาพจัดหางบประมาณให้ แต่ทางสมาคมยื่นข้อเสนอว่า ขอให้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพเหมาะกับการเรียนการสอน ส่วนเรื่องงบประมาณ นั้น ควรจะหาทางประหยัดที่สุดเท่าที่จะทําได้
การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมี 2 แนวทาง คือ การจัดซื้อมาใช้และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเป็นผู้ดูแลซ่อมบํารุง อีกวิธีหนึ่งคือ การจัดการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมการดูแลซ่อมบํารุง 3 ปี เมื่อครบ 3 ปี บริษัทผู้ให้เช่าจะยกเครื่องคอมพิวเตอร์กลับ
ความคิดเห็นของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับการเช่าซื้อ เนื่องจากปัญหาการที่ซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มาเป็นจำนวนมากแล้ว มีปัญหาเนื่องจากอุปกรณ์ตกรุ่น ใช้งานได้ช้า หรือไม่สามารถใช้งานกับระบบใหม่ๆได้ จึงจำเป็นต้องซื้อและเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ การที่ใช้ระบบเช่าจึงมีประโยชน์มาก เนื่องจากสามารถชำระเป็นรายเดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่เช่าอีก 3 ปี แล้วเปลี่ยนใหม่ได้เรื่อยๆ ดังนั้นประโยชน์ที่ทางโรงเรียนจะได้รับคือ ไม่ต้องจ่ายเงินเป็นก้อน ไม่ต้องหักค่าเสื่อมราคา