GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ระบบทะเบียนสวัสดิการข้าราชการ

ฤาราชการจะกลายเป็น ๓๐ บาทรักษาทุกโรค

ช่วงนี้กำลังง่วนอยู่กับการทำทะเบียนของข้าราชการในวิทยาลัยฯ เพื่อเข้าระบบทะเบียนสวัสดิการข้าราชการ โดยกรมบัญชีกลาง กับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ ร่วมกันจัดระบบข้าราชการให้ทุกหน่วยงานเข้าสู่ระบบทั้งหมด โดยไม่ทราบอนาคตว่าต่อไปข้าราชการจะต้องไปรับการรักษาแบบ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือ ไม่ต้องจ่ายเงินอีกต่อไป เพียงไปบอกรหัส ก็สามารถรักษาฟรีได้แล้ว

ดีหรือไม่ ยังไม่รู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 26859
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

น่าจะดีนะครับ เพราะไม่ต้องทดรองจ่ายเงินส่วนตัวไปก่อน

ข้อสำคัญควรตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิและครอบครัวให้

ถูกต้องด้วย  จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง

เป็นกระทู้ที่ผมเคยตั้งไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้

การควบคุมค่าใช้จ่ายของสิทธิ์เบิกได้

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมไปประชุมมา แล้วในกลุ่มการประชุมก็มีกรณีเสวนานอกรอบ ในเรื่องระบบควบคุมการเงินของพวกเบิกได้ทั้งหลาย เลยเอามาเล่าๆให้ฟัง คือไม่รู้ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงยังไงนะครับ แต่ฟังๆแล้ว แนวโน้มเป็นไปได้เลย

เรื่องของเรื่องคือว่า ตอนนี้เราต้องมากรอกๆๆข้อมูลของสิทธิ์เบิกได้ใน internet ที่บอกว่า อีกหน่อยไม่ต้องจ่ายเงินก่อนเอาไปเบิกทีหลังแล้ว เค้าจะเรียกเก็บเองเลย ข้าราชการ เฮๆๆๆๆ

ปัญหาที่ได้ไปฟังมา อีกหน่อยเค้าจะจ่ายเงินที่เราจะเรียกเก็บเนี่ย ตาม DRG ซะเลย... หลายคนคงคิดต่อ อืม มันก็ดีนะ แล้วไงเหรอ...

ปัญหาคือเช่น ปัจจุบัน คุณเป็นหวัด หมอเห็นเบิกได้ ยาที่จ่ายก็เล่นไปซะเต็มที่เลย แต่แล้วอีกหน่อยจะมีการกำหนดว่า ถ้าเป็นหวัด เค้าจะจ่ายเรามาแค่ X บาท (สมมุติ) โรงพยาบาลอยากใช้วิธีการรักษายังไงก็ได้ ตามสบาย แต่ถ้าคุณ diag ว่าเป็นหวัด ชั้นจะจ่ายเงินให้แค่ X บาทเนี้ยแหละ (ที่เหลือเข้าเนื้อโรงพยาบาล) วิธีนี้เค้าจะสามารถควบคุมการใช้เงินของสิทธิ์เบิกได้ได้ดีขึ้น ไม่ต้องเวอร์เท่าปัจจุบัน ดังนั้น การไปรักษาที่ไหน เอกชน ราชการ อีกหน่อยถ้าทำแบบนี้ คุณจะไปไหน ไม่เกี่ยง

ผลเป็นยังไงกะเราล่ะครับ ถ้าเราไปเอกชน หรือโรงพยาบาล เค้าก็ต้องพยายามรักษาเราโดยให้ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกะ DRG ที่สุด หรือถ้าคิดเลวร้ายกว่านั้น ถ้าเค้า(คนที่จ่ายเงิน)ไม่สนใจว่าจะจ่ายน้อยหรือจะมากกว่า DRG เค้า(คนที่รักษา)ก็จะกลายเป็นว่าจะรักษาเราโดยให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เผื่อจะได้กำไรจากการรักษามั่ง

แนวคิดนี้คงดีในแง่การบริหารจัดการเงินของรัฐ แต่กับเราก็ไม่แน่ว่าอีกหน่อยเราจะได้รับการรักษาที่เลวร้ายขึ้นรึเปล่า

ป.ล. แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เรามองกันในแง่ร้ายสุดๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเกิดจริงหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นจริงเท่าไหร่

เอามาเล่าให้ฟังครับ...

อยากแลกเปลี่ยนกันบ้างว่า

1  มีปัญหาในการกรอกข้อมูลหรือไม่คะ

2  เอกสารที่ใช้ประกอบมีปัญหาหรือเปล่าคะ

 

เพราะตอนนี้ที่คณะปวดหัวกับเอกสารที่ต้องใช้เป็นหลักฐานมาก  คนที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียน บางรายก็ต้องพากันไปจดทะเบียน บางรายไม่มี ก็อาจใช้สูติบัตรได้ ที่ยากกว่านั้นไม่มีทั้งสองก็ต้องพาแม่ พ่อไปรับรองว่าเป็นบุตร  ถ้าอยู่ใกล้ก็ดี ถ้ามาลำบากก็แย่  ที่แน่ ๆ ปวดหัวกันมากสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติค่ะ

สมพร

อยากแลกเปลี่ยนกันบ้างว่า

1  มีปัญหาในการกรอกข้อมูลหรือไม่คะ

2  เอกสารที่ใช้ประกอบมีปัญหาหรือเปล่าคะ

 

เพราะตอนนี้ที่คณะปวดหัวกับเอกสารที่ต้องใช้เป็นหลักฐานมาก  คนที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียน บางรายก็ต้องพากันไปจดทะเบียน บางรายไม่มี ก็อาจใช้สูติบัตรได้ ที่ยากกว่านั้นไม่มีทั้งสองก็ต้องพาแม่ พ่อไปรับรองว่าเป็นบุตร  ถ้าอยู่ใกล้ก็ดี ถ้ามาลำบากก็แย่  ที่แน่ ๆ ปวดหัวกันมากสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติค่ะ

สมพร

๑.ไม่มีปัญหาในการกรอกข้อมูลค่ะ เพราะ"ถ้ายังมีชีวิตอยู่" ก็ใช้เลขประจำตัวประชาชนตามทะเบียนบ้านและประวัติตามหลักฐานทะเบียนบ้านก็พอค่ะ

๒. ทำตามระบบการกรอกข้อมูลอย่าลัดขั้นตอน ถ้าหาคนคนนั้นเจอในฐานข้อมูลกลาง หมายความว่าคนๆนั้นยังมีชีวิตอยู่ ตามสิทธิเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นบุตร ลำดับที่เท่าไร ก็ใส่ลงไปค่ะ

หลักบานสำคัญและดีที่สุดคือทะเบียนบ้านนะคะ

ตอนนี้ยังไม่ได้กรอกข้อมูลข้าราชการเลยค่ะ

กลัวว่าจะหมดสิทธิการรักษาควรทำอย่างไรดีคะ

แนะนำหน่อยค่ะ