ผมตั้งคำถามในใจว่า "นักศึกษามีอาการหายใจขัดแบบขาดออกซิเจนทุกครั้งที่อยู่กับสถานการณ์แปลกใหม่" สถานการณ์นั้น ได้แก่ การประชุมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ทั้งมหาวิทยาลัย การประชุมเชียร์ที่อาจมีระเบียบหรือคำสั่งกดดัน พอซักถามถึง "ปม" ตามพัฒนาการทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคม พบว่า นักศึกษามีบุคลิกภาพแบบกดระงับ คือ "นักศึกษาคิดอยู่คนเดียว...มีคุณพ่อตัดสินใจและช่วยเหลือแบบไม่ขัดใจ...นักศึกษาไม่ค่อยมีโอกาสคิดทบทวน - หาเหตุและผลในการเลือกทำกิจกรรม หรือ วางแผนแบบไม่พึ่งพิงคุณพ่ออย่างมีเงื่อนไข"
ผมจึงแนะนำวิธีการอยู่ 2 แบบ
- คุณพ่อพูดคุยกับนักศึกษาในฐานะ "ผู้ถูกใว้วางใจที่สุดในครอบครัว" โดยปรับทัศนคติและฝึกให้นักศึกษาคิดทบทวน "ข้อดีและข้อเสีย" ในตัวเลือกของการแก้ไขปัญหาที่ไม่สบายใจตามบริบทหรือสถานการณ์หนึ่ง
- คุณพ่อฝึกวิสัยทัศน์ของนักศึกษา โดยไม่ซักถามคาดคั้นความคิดของนักศึกษา หากให้โอกาสนักศึกษาคิดวิเคราะห์ถึง "แผนการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต" อย่างยืดหยุ่นในระยะยาว เช่น การไม่อยู่หอในระยะหนึ่ง เพราะอะไร วางแผนว่าจะอยู่หอเมื่อใด เพราะอะไร หากไม่อยู่หอตลอดไปจะเป็นการช่วยพัฒนานักศึกษาเองได้อย่างไร เป็นต้น
ในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม มองว่า การใช้ธรรมชาติของการทำกิจกรรมรับน้องใหม่ในระยะเวลา 1 เดือน น่าจะช่วยพัฒนาทักษะทางจิตสังคม เช่น สมรรถนะความเชื่อมั่นในตนเองต่อการปรับตัวกับเหตุการณ์ใหม่ การปรับความคิดที่ยืดหยุ่น การสร้างความเข็มแข็งทางจิตใจ (มิให้คาดการณ์จนกลัวเกินเหตุ) การตั้งเป้าหมายหรือความคาดหวังอย่างใคร่ครวญ การจัดการเวลาและความเครียดเชิงบวกในกิจวัตรประจำวัน การสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ
นักศึกษาอาจมีสุขภาพจิตที่ไม่ดีนัก คือ Psychological Distress เป็นความลำบากในการปรับตัว ใจ และความคิด ของคนๆ หนึ่ง ต่อสถานการณ์การทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีสภาวะความเครียด วิตกกังวล กลัว หรือ ท้าทายต่อการคิดแก้ไขปัญหาที่ไม่เคยพบเจอ แต่หากเราช่วยเหลือพัฒนาทักษะทางจิตสังคมอย่างมีระบบ เช่น การส่งต่อนักศึกษาที่มีความลำบากข้างต้นไปยังหน่วยให้คำปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต และประสานงานกับหน่วยกิจการนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ปกครอง เพื่อนนักศึกษา เพื่อมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เติมรางวัลให้กับชีวิตของนักศึกษาทุกคนที่อยากเรียนรู้และใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข
ผมลองอ่าน paper หนึ่งของ Dr Susan Lindsay เป็น Head of the DIT Student Counselling Service เรื่อง Levels of Psychological Distress among the student population จาก the CSSI, Biannual Conference เมื่อปี 2004 เห็นว่าน่าสนใจจึงคัดลอกบางหัวข้อมาให้เรียนรู้กันครับ
...when there is proper third level support for student mental health, students can be at an advantage over other groups in remaining mentally healthy...
"A student enrolled at an university quite a distance from his home, having been advised that this would be a rehabilitative experience after his long periods in a psychiatric unit. The admitting university was unaware of the student’s history because the student had been told that it would help him to make a fresh start if no one knew of his past. Unfortunately, within the first week, the student suffered a major psychotic episode which led to him being hospitalised. The student arrived back in the college a number of weeks later and approached the counselling service for support. There was no liaison between the consultant psychiatrist in the hospital and the counselling service. The counsellor made contact with the psychiatrist and was informed that the individual had another appointment in six months time but no other supports had been put in place
ลองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่ http://cssi.spudmurphy.ie/media/conf2004/LevelsOfPsychologicalDistress.pdf
สวัสดีค่ะ
อาการแบบนี้มาจากทางด้านจิตใจ
ถ้าเด็กได้รู้จักปล่อยวางบ้าง
สาเหตุน่าจะมาจากครอบครัวด้วยค่ะ
ขอบคุณครับคุณ Berger0123
ปัจจัยของการเลี้ยงดูจากครอบครัวเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้พัฒนาการด้านจิตสังคมครับ
การฝึกให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง
และฝึกความเข้มแข็งด้านจิตใจ
ครอบครัวจึงมีส่วนอย่างมาก
ขอบคุณค่ะ