ไม่ต้องเรียนรู้โดยการทำผิดพลาดเอง

update ข้อมูล ที่เคยบันทึกไว้ ปรับปรุงใหม่ เอาไว้ชี้แจงให้ หมอใหม่ตอนปฐมนิเทศ

แล้วติดประกาศ ไว้ให้หมอใหม่ทุกคนอ่านซ้ำ เอง ที่ประตูห้องพักเวรทุกห้อง ของตึก กุมารเวชกรรม รพเชียงรายฯ

หวังว่าน้องจะเรียนรู้จากบทเรียนความผิดพลาด ที่เคยมีปรากฏ และบันทึกไว้นี้

จะได้ไม่ต้องเรียนรู้โดยการทำผิดพลาดเอง

Pitfalls ที่พบ ในแพทย์ฝึกหัดและ นศพ ปี 6 แผนกกุมารเวชกรรม 

·        Intern wardไม่เปลี่ยนการวินิจฉัย และการรักษา จะคงให้ต่อคำสั่งเดิม ถึงแม้นจะ ซักประวัติและ ตรวจร่างกายแรกรับผู้ป่วยที่ตึกพบว่าเป็นคนละโรคคนละเรื่องกับที่แพทย์ intern ER ตรวจ 

·        Off order แพทย์ staff หรือ  Off order แพทย์ด้วยกันโดยไม่เหมาะสม (แนะนำว่ากรณีจำเป็นต้อง off  หรือจะเป็นอันตรายกับผู้ป่วย ควรปรึกษา แพทย์ staffอีกคน เพื่อขอ second opinion ก่อน off)   

·        ตรวจซักประวัติได้ไม่ตรงกับแพทย์ staff ที่ส่งมาจากคลินิกมา Admit  และเปลี่ยนการรักษาเป็น OPD Rx   

·        ลืมพิจารณาการเจริญเติบโต(ไม่ดูความเหมาะสมของ BW เทียบกับอายุ)

·        เด็กมาด้วยไอ ไม่ประเมิน Respiratory rate

·        Dx Pneumonia ในเด็ก แล้วสรุปว่าเป็น Viral pneumonia และไม่ให้ Antibiotic

 

·        ตรวจและซักประวัติไม่ครบ ทำให้วินิจฉัยไม่ได้ (ตย เด็กมาด้วยไข้ ไม่ได้ซักประวัติยา  Dx Parecet toxicity)

 

·        แก้ไขหรือสงบทุกข์ให้พ่อแม่ไม่ได้  มักแก้ความทุกข์พ่อแม่ด้วยยา ไม่ได้แก้ด้วยการให้ข้อมูลความรู้ ให้เข้าใจอาการของโรคและระยะการดำเนินของโรค , ทางเลือกในการรักษา และวิธีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น:

 

·        เด็ก เป็นหวัด ไอ พ่อแม่กังวลเรื่องไอมาก  หรือ เด็กท้องเสีย พ่อแม่กังวลว่าถ่ายไม่ยอมหยุด      ให้ยารักษาอาการ  ตามทุกอาการที่เด็กมี ตามที่ผู้ปกครอง กังวล

 

·        เด็กไข้สูงให้ยาแก้ไข้แรงและต่อเนื่องโดยไม่หาสาเหตุ ให้ sulpyrin  paracet สลับกันทุก 4 ชั่วโมง( ภายหลังไข้ก็ลงและพบเด็ก มี Shockและเป็นไข้เลือดออก)

 

·        ทำงานหนักโดยไม่ได้เรียนรู้ ขาดการติดตามเรียนจากผู้ป่วย ว่า การวินิจฉัยและรักษาของตนเองถูกต้องหรือไม่   ไม่ประเมินผู้ป่วยซ้ำ, ไม่ศึกษาเพิ่มเติม  ตัวอย่าง       

o       Dx  Congenital heart disease กลายเป็น severe anemia

o       Dx  Hematologic malignancy(เพราะ WBC เกือบ 3 หมื่น) กลายเป็นExudative tonsillitis

o       Dx Fx femur ไม่ได้   

o       Detect ภาวะ Shockในเด็ก ไม่ได้

o       Dx Intussusception  ไม่ได้

 

·        อยากทำหัตถการ แต่ไม่เตรียมตัว ไม่ทราบทฤษฎี  ไม่ทราบความเสี่ยง และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในหัตถการนั้น

 

·        ที่ ER ลืมเช็ค A Airway B Breathing C Circulation เช่นลืมดู ตำแหน่งและความลึกของท่อหายใจโดยเฉพาะ Newborn และไม่ได้ให้ การ symptomatic supportive treatment ที่เหมาะสม (Oxygen , Keep warm, แก้ไขภาวะ shock)

 

·        มองโรคของเด็กในแง่ดี  รับรองกับผู้ปกครองว่าไม่เป็นไรไม่อันตรายและให้ให้กลับบ้าน(ขณะที่ผู้ปกครองยังกังวลไม่สบายใจ)  เด็ก กลับมาชัก และเสียชีวิต (ควรคิดถึง  worst scenario ของผู้ป่วยทุกคน อาจแนะนำว่า เท่าที่ตรวจได้ขณะนี้  หมอ ยังไม่เจอ อะไร ที่ผิดปกติหรืออันตราย อาการควรจะดีขึ้นภายใน..วัน และให้มาซ้ำถ้ามีอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่สบายใจ:หากผู้ปกครอง ยังกังวลใจมาก อาจ admitไว้ก่อนได้)

 

·        ขาดการทักทาย และสนทนา สื่อสารสร้างมิตรภาพกับพ่อแม่ ลืมสร้างบรรยากาศที่น่าไว้ใจ (ควรทักทายถามไถ่ และ ทำให้ผู้ปกครอง รู้สึกสบายใจ รู้สึกโชคดีและดีใจที่เจอหมอคนนี้)

 

 สรุปจาก ความเห็น อาจารย์แพทย์ กลุ่มงานกุมารเวชกรรม เมย 2552