ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นผู้ติดตามของคณะดูงานที่ประเทศโปรตุเกส จริงๆ แล้วบันทึกนี้อาจต้องเปลี่ยนชื่อเป็น"ก่อนการเดินทาง" เพราะมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นก่อนการเดินทางและเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญ ในคณะที่เดินทางไปด้วยกันมีผู้ร่วมชะตากรรม 28 คน รวมตัวข้าพเจ้าด้วย เรื่องเริ่มต้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2552
"ไปโปรตุเกสมั้ย เดือนพฤษภา แต่ว่าต้องตอบภายในห้านาทีนี้นะ"
"ไปกี่วันเหรอคะ แล้วไปวันที่เท่าไหร่"
"ประมาณ 10 วัน เดินทางประมาณวันที่สิบกว่า ไปรึเปล่า"
"เดี๋ยวโทรกลับไปบอกได้มั้ยคะ"
"ได้ แต่อีกห้านาทีต้องให้คำตอบแล้วนะ"
วางหูไปด้วยความงง อีกห้านาทีต้องให้คำตอบ เป็นการตัดสินใจที่เร็วมาก ข้าพเจ้าหันไปถามความเห็นจากคนที่จะเดินทางไปด้วยกันแน่ๆ "ไปมั้ยคะ" คำตอบคือ "ไปสิ" โดยมีข้อมูลเพียงเท่านั้น
"ฮัลโหล ไปค่ะ แล้วต้องทำยังงัยต่อไปคะ"
"ตอนนี้รู้แค่นี้เหมือนกัน โอเคไปนะ จะได้ตอบหัวหน้า"
จบบทสนทนา ขอบอกนิดว่า คนที่ถามข้าพเจ้าเป็นคนที่ข้าพเจ้ารู้จักตั้งแต่เป็นวุ้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอก แต่ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ตอบทันทีเช่นนี้
เวลาผ่านไปอีกประมาณ 2 เดือน
"ต้องวางเงินมัดจำวันนี้ตอนบ่ายแล้วนะ คนละ 5 พันบาท แต่ว่าจะออกให้ก่อนละกัน"
"ขอบคุณค่ะ ตกลงไปวันที่เท่าไหร่คะ แล้วทั้งหมดคนละกี่บาท"
"ไปวันที่ 13 พฤษภา มีโปรแกรมมาแล้ว กลับวันที่ 25 พฤษภา คนละเกือบแสนมั้ง"
"งั้นไม่ไปดีกว่าคะ แพง จ่ายไม่ไหว"
"สงสัยไม่ทันแล้วหล่ะ เพราะว่าเขานับหัวไปแล้ว เอางี้ ค่าใช้จ่ายค่อยคืนทีหลังก็ได้"
"โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ"
ตกกระไดพลอยโจนแล้ว ไปก็ไป อีกประมาณเกือบสัปดาห์โทรศัพท์มาว่าให้เตรียมเอกสารสำหรับทำวีซ่า ซึ่งของข้าพเจ้าและคู่หูแตกต่างจากทั้งคณะเดินทาง เลยจำเป็นต้องหาข้อมูลเองว่าต้องเตรียมอะไรบ้างรวมทั้งถ่ายรูปหน้าตรงเปิดหูสองข้างส่งไปพร้อมกัน รูปให้ส่งเป็นไฟล์ jpg ไปได้ เอกสารที่เตรียมมีดังนี้ Passport มีอายุเกิน 6 เดือน, สำเนาสมุดเงินฝาก, หนังสือรับรองการทำงาน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ตอนแรกก็แค่นี้ จากนั้นก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่าสถานทูตโปรตุเกสเรื่องมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดท้ายต้องทำหนังสือรับรองจากธนาคารด้วย ต่อให้ใน Passport คุณจะไปมากี่ประเทศ ประวัติการเดินทางโชกโชนขนาดไหนก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้เว่อร์ไว้ก่อน (อันนี้เดี๋ยวจะเม้าท์ต่อในวันถัดๆ ไป)
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน วีซ่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ เดินทางวันที่ 13 พ.ค. ได้วีซ่ากันวันที่ 11 พ.ค. โอ้โห! เหลือเชื่อ เอาหล่ะได้แล้วล่ะกัน ได้ไปแน่ๆ
วันที่ 12 พ.ค. 10.00 น. "มาประชุมตอนเที่ยงตรงนะ คุณสุธรรม์(เจ้าของบริษัททัวร์) จะ brief ให้ฟัง"
เป็นการเดินทางที่ทุกอย่างเกือบจะเป็นนาทีสุดท้าย ทุกอย่างจริงๆ
เที่ยงตรงเกือบทุกชีวิตมาพร้อมกัน คุณสุธรรม์แนะนำหัวหน้าทัวร์ที่จะเดินทางไปพร้อมกันคือคุณเจนจิรา(พี่นก) ทัวร์ได้เตรียมบัตรโทรศัพท์ให้เพื่อโทรกลับเมืองไทยไว้ให้ประมาณ 300 นาที และอาหารเกือบทุกมื้อ สรุปว่าวันที่ 13 เวลาสามทุ่มจะพบกันที่ Row U สุวรรณภูมิ
เห็นมั้ยว่าก่อนเดินทางนั้นข้าพเจ้าก็ได้เรียนรู้กับการเตรียมตัวสำหรับการเหยียบทวีปยุโรปครั้งแรกในชีวิต โชคดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เงินยูโรประมาณ 47 บาท ถูกมาก
วันที่ 13 เช้า ข้าพเจ้าก็เริ่มต้นจัดกระเป๋า โดยเริ่มจากตรวจเช็คสภาพอากาศเมืองที่จะไปและระยะเวลาที่จะไปว่าเฉลี่ยแล้วอากาศเป็นอย่างไรร้อนหนาวขนาดไหนจะได้เตรียมเสื้อผ้าไปถูกต้อง อย่าลืม! สิ่งสำคัญคือ น้ำหนักกระเป๋าขาไปและต้องเผื่อขากลับด้วย ตรวจสอบกับสายการบินให้ดี ถ้าเป็นไปได้เพื่อความสนุกสนานเพิ่มเติมในการท่องเที่ยวขอแนะนำ website เพื่อหาข้อมูลที่ไม่เป็นทางการของสถานที่ต่างๆ ในเมืองนั้น เรียกว่า www.tripadvisors.com ซึ่งประกอบด้วยคำติชมและความคิดเห็นที่ผู้ไปมาแล้วเล่าสู่กันฟัง และเผื่อมีเวลาเหลือจะได้มีที่ไป ทุกชีวิตมีทางเลือก โอกาสมาถึงแล้ว ใช้เวลาให้คุ้มค่า
สามทุ่มพบกัน ผ่านพิธีการต่างๆ เครื่องบินออกเวลาเกือบเที่ยงคืน สายการบิน Turkish Airline ข้าพเจ้าไปถึงพร้อมกับหวัดที่เป็นมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว ก็เสียงเป็นเป็ดแต่ก็เตรียมพร้อมหลับในเครื่องบินได้ทันที สำหรับท่านที่ไม่เคยไปทัวร์ วันเดินทางจะนับเป็นวันที่หนึ่งเสมอ
จบแล้ววันที่หนึ่ง เตรียมพบกับวันที่สองหลังจากการนั่งเครื่อง 10 ชั่วโมง กรุงเทพ-อิสตันบูล (ประเทศตุรกี) เพื่อเปลี่ยนเครื่องไปลิสบอน
ได้เรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมตั้งแต่การติดต่อขอเข้าประเทศ ยังไม่เหยียบแผ่นดินของโปรตุเกส